
5ปัจจัยชนะของ‘ดูเตอร์เต’ ประธานาธิบดีปินส์คนใหม่
สื่อต่างประเทศรายงานว่า นายโรดริโก หรือ โรดี ดูเตอร์เต นายกเทศมนตรีเมืองดาเวาแห่งเกาะมินดาเนา ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ (คนที่ 16) ของฟิลิปปินส์ มีเอกลักษณ์โดดเด่นและจุดแข็ง 5 ประการ ที่เชื่อว่าทำให้เขาชนะการเลือกตั้งซึ่งมีขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ (9 พ.ค.) อย่างลอยลำ ดังนี้
1) บุคลิกความเป็นผู้นำที่กล้าแกร่ง : ทำให้ผู้คนเชื่อว่าเขาจะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหานานาสารพันที่ฝังรากลึกมานาน โดยในช่วงหาเสียงเลือกตั้งนั้น ดูเตอร์เตฉายภาพตัวเองเป็นอัศวินม้าขาวที่จะช่วยชาวประชารอดพ้นภัย เขากล่าวว่าจะสังหารบรรดาอาชญากรและจะไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในกำมือของกลุ่มคนร่ำรวย
2) คนของรากหญ้าและมวลประชาชน : เมื่อผู้นำยุคก่อนๆมักจะมาจากตระกูลเศรษฐีชั้นแนวหน้าของประเทศซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยนิด ดูเตอร์เตจึงเสนอภาพลักษณ์ของตัวเองเป็นบุรุษที่อยู่เคียงข้างมหาประชาชน เป็นผู้ที่เคยเผชิญกับปัญหาและความอยุติธรรมเหมือนกับทุกๆคนมาแล้ว แม้จะฝีปากกล้า พูดจาแรง และมักแสดงความเห็นเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เผ็ดร้อนอยู่เสมอ แต่ดูเตอร์เตก็เป็นนักพูด-นักเล่าเรื่องที่มีคนชื่นชอบ
3) เฉียบขาดเพื่อความสงบ : ไฮไลท์ในนโยบายหาเสียงของดูเตอร์เตคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อกำราบปราบปรามอาชญากรรมและสร้างความสงบสุขในสังคม ดูเตอร์เตปฏิญาณว่าเขาจะกวาดล้างอาชญากรรมรวมถึงการคอร์รัปชั่นให้สิ้นซากภายใน 6 เดือนแรกหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี
4) ไม่เอาอากีโน : แม้ว่า 6 ปีภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโน จะเป็นช่วงเวลาที่ฟิลิปปินส์มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจกระทั่งได้รับการขนานนามว่าเป็น พยัคฆ์ผงาด หรือ rising tiger แห่งภูมิภาคนี้ แต่ประชาชนจำนวนมากก็รู้สึกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ตกมาถึงพวกเขา ซ้ำยังมองว่าอากีโนเป็นผู้นำที่อ่อนเกินไป ไม่เฉียบขาด และมีสไตล์การบริหารงานที่งุ่มง่าม ซึ่งดูเตอร์เตสัญญาบนเวทีหาเสียงว่า เขาจะเป็นในสิ่งตรงข้ามกับอากีโน
5) คู่แข่งแตกแยกเลยเข้าทางดูเตอร์เต : ข้อนี้เป็นปัจจัยแห่งชัยชนะที่มาจากฝั่งคู่แข่งแต่ดูเตอร์เตได้อานิสงส์ไปเต็มๆ การเลือกตั้งประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์นั้น ใครได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุด คนนั้นก็ชนะ แม้การรวมคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น แต่จากที่นับไปแล้วเกือบ 90 % ก็พบว่า ดูเตอร์เตได้คะแนนเสียงนำลิ่วที่ 14.9 ล้านคะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับหนึ่งและสอง คือนายมานูเอล โรซาส ที่ได้ราว 8.9 ล้านคะแนน และนางเกรซ โพ 8.3 ล้านคะแนน ก่อนหน้าการเลือกตั้งได้มีความพยายามที่จะให้นายโรซาสและนางโพจับมือกันเพื่อสกัดทางนายดูเตอร์เต โดยหากโรซาสชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี ก็จะให้นางโพเป็นรองประธานาธิบดี แต่โพไม่เอาด้วยกับความคิดนี้ ทั้งคู่จึงแย่งชิงคะแนนเสียงกันเอง ทำให้ดูเตอร์เตคว้าชัยชนะลอยลำ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,156 วันที่ 12 - 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
1) บุคลิกความเป็นผู้นำที่กล้าแกร่ง : ทำให้ผู้คนเชื่อว่าเขาจะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหานานาสารพันที่ฝังรากลึกมานาน โดยในช่วงหาเสียงเลือกตั้งนั้น ดูเตอร์เตฉายภาพตัวเองเป็นอัศวินม้าขาวที่จะช่วยชาวประชารอดพ้นภัย เขากล่าวว่าจะสังหารบรรดาอาชญากรและจะไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในกำมือของกลุ่มคนร่ำรวย
2) คนของรากหญ้าและมวลประชาชน : เมื่อผู้นำยุคก่อนๆมักจะมาจากตระกูลเศรษฐีชั้นแนวหน้าของประเทศซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยนิด ดูเตอร์เตจึงเสนอภาพลักษณ์ของตัวเองเป็นบุรุษที่อยู่เคียงข้างมหาประชาชน เป็นผู้ที่เคยเผชิญกับปัญหาและความอยุติธรรมเหมือนกับทุกๆคนมาแล้ว แม้จะฝีปากกล้า พูดจาแรง และมักแสดงความเห็นเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เผ็ดร้อนอยู่เสมอ แต่ดูเตอร์เตก็เป็นนักพูด-นักเล่าเรื่องที่มีคนชื่นชอบ
3) เฉียบขาดเพื่อความสงบ : ไฮไลท์ในนโยบายหาเสียงของดูเตอร์เตคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อกำราบปราบปรามอาชญากรรมและสร้างความสงบสุขในสังคม ดูเตอร์เตปฏิญาณว่าเขาจะกวาดล้างอาชญากรรมรวมถึงการคอร์รัปชั่นให้สิ้นซากภายใน 6 เดือนแรกหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี
4) ไม่เอาอากีโน : แม้ว่า 6 ปีภายใต้การบริหารประเทศของประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโน จะเป็นช่วงเวลาที่ฟิลิปปินส์มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจกระทั่งได้รับการขนานนามว่าเป็น พยัคฆ์ผงาด หรือ rising tiger แห่งภูมิภาคนี้ แต่ประชาชนจำนวนมากก็รู้สึกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ตกมาถึงพวกเขา ซ้ำยังมองว่าอากีโนเป็นผู้นำที่อ่อนเกินไป ไม่เฉียบขาด และมีสไตล์การบริหารงานที่งุ่มง่าม ซึ่งดูเตอร์เตสัญญาบนเวทีหาเสียงว่า เขาจะเป็นในสิ่งตรงข้ามกับอากีโน
5) คู่แข่งแตกแยกเลยเข้าทางดูเตอร์เต : ข้อนี้เป็นปัจจัยแห่งชัยชนะที่มาจากฝั่งคู่แข่งแต่ดูเตอร์เตได้อานิสงส์ไปเต็มๆ การเลือกตั้งประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์นั้น ใครได้รับคะแนนเลือกตั้งมากที่สุด คนนั้นก็ชนะ แม้การรวมคะแนนยังไม่เสร็จสิ้น แต่จากที่นับไปแล้วเกือบ 90 % ก็พบว่า ดูเตอร์เตได้คะแนนเสียงนำลิ่วที่ 14.9 ล้านคะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับหนึ่งและสอง คือนายมานูเอล โรซาส ที่ได้ราว 8.9 ล้านคะแนน และนางเกรซ โพ 8.3 ล้านคะแนน ก่อนหน้าการเลือกตั้งได้มีความพยายามที่จะให้นายโรซาสและนางโพจับมือกันเพื่อสกัดทางนายดูเตอร์เต โดยหากโรซาสชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี ก็จะให้นางโพเป็นรองประธานาธิบดี แต่โพไม่เอาด้วยกับความคิดนี้ ทั้งคู่จึงแย่งชิงคะแนนเสียงกันเอง ทำให้ดูเตอร์เตคว้าชัยชนะลอยลำ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,156 วันที่ 12 - 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






