thansettakij
thansettakij
ยางรถ-พลาสติกจ่อขึ้น ภาคผลิตเปิดแผนคุมความเสี่ยงราคานํ้ามันสวิง

ยางรถ-พลาสติกจ่อขึ้น ภาคผลิตเปิดแผนคุมความเสี่ยงราคานํ้ามันสวิง

10 พ.ค. 59 | 07:00 น.
ธุรกิจแห่บริหารความเสี่ยงช่วงน้ำมันราคาสวิง-ขึ้นลงถี่ จับตาอุตฯเกี่ยวเนื่อง ไล่ตั้งแต่ ยางรถ ,อุตฯพลาสติก , ปิโตรเคมี, สิ่งทอ , เหล็ก ล่าสุด TPBI ปรับราคาทุก1เดือนและ3เดือน กลุ่มยางรถยนต์สั่งซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์เป็นรายไตรมาส เผยวัตถุดิบทั้งยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์แพงตามน้ำมัน ต้องสั่งซื้อล่วงหน้าแบบฟิกซ์ราคา ณ. ขณะนั้น ปิโตรเคมีผูกราคาแนฟทาโลก ประธานส.อ.ท.แนะรับมือให้ได้เพราะราคานํ้ามันไม่นิ่งอีกแล้ว

สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบ ได้ปรับตัวต่ำสุดที่ระดับ 22 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม ที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบทั้งจากกลุ่มโอเปกและสหรัฐอเมริกา มีปริมาณมากจนล้นตลาด ส่งผลกระทบให้แท่นขุดเจาะน้ำมันในหลายประเทศ โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา ต้องทยอยปิดลง เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนการดำเนินงาน ประกบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลดลง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันของโลกปรับตัวลดลงด้วย จึงได้ฉุดให้ราคาน้ำมันดิบลดต่ำลงอย่างมาก

แต่หลังจากนั้น เมื่อเศรษฐกิจจีนเริ่มอยู่ในภาวะนิ่ง และเศรษฐกิจโลกเริ่มมีการฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้ปริมาณความต้องการเริ่มกลับคืนมา ใกล้สมดุลย์กับการจัดหาน้ำมันดิบที่ลดลง จากการหยุดแท่นผลิตน้ำมัน จึงทำให้ราคาน้ำดิบดูไบเริ่มทยอยปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดวันที่ 6 พฤษภาคม 2559 ราคาน้ำมันดิบขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 42.35 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ถือเป็นการปรับราคาค่อนข้างมากในช่วงกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา จากผลต่อเนื่องจากราคาน้ำมันที่ผันผวนถี่นี้ ทำให้ล่าสุดภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันทั้งทางตรงและทางอ้อมต้องปรับตัวตาม โดยบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ธุรกิจไม่กระทบมาก(ดูตาราง)

 ปรับราคาทุก1-3เดือนลดเสี่ยง

ต่อเรื่องนี้นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI ผู้นำอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงการบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนขึ้น-ลงในขณะนี้ว่า ผลิตภัณฑ์พลาสติกเกี่ยวข้องกับราคาพลังงานเพราะใช้เม็ดพลาสติกเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งราคาเม็ดพลาสติกก็ขึ้น-ลงตามราคาน้ำมัน ขึ้นอยู่ที่วิธีการบริหารความเสี่ยงของแต่ละบริษัท ซึ่งในส่วนของ TPBI จะใช้วิธีบริหารความเสี่ยงโดยปรับราคาสินค้าทุก 1 เดือนหรือทุก3 เดือน จะปรับขึ้นหรือปรับลงแล้วแต่ราคาวัตถุดิบ(เม็ดพลาสติก) ที่ขณะนี้ราคาเฉลี่ยของเม็ดพลาสติกที่สำคัญเช่น โพลีเอทิลีน(Polyethylene: PE)อยู่ที่ประมาณ 1.2 พันดอลลาร์สหรัฯฐต่อตัน กลุ่มพลาสติกโพลีโพรพิลีน(Polypropylene:PP)ราคาอยู่ที่1.1พันดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน เป็นราคาที่ปรับขึ้นมาแล้วประมาณ10% ตามต้นทุนพลังงาน

ทั้งนี้เม็ดพลาสติกแนวโน้มมีโอกาสราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งขึ้น-ลงตามราคาน้ำมัน อีกส่วนเกิดจากที่ตลาดโลกไม่มีการเปิดโรงงานใหม่ หรือไม่มีกำลังผลิตใหม่ออกมาในขณะนี้ จากที่ปัจจุบันปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกในตลาดโลกยืนอยู่ที่ 300 ล้านตันต่อปี ใกล้เคียงกับความต้องการใช้ในตลาดโลก โดย มีฐานผลิตหลักอยู่ที่ตะวันออกกลาง , อาเซียน ซึ่งประกอบด้วยไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นผู้ผลิตหลัก และจีน

"ในเบื้องต้นยังถือว่าโชคดีมากที่ราคาน้ำมันขณะนี้ปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่กระชากแรง จนทำให้ราคาเม็ดพลาสติกและสินค้าสำเร็จรูปยังไม่ถึงขั้นต้องปรับราคาตามจนทำให้ผู้บริโภคระวัง โดยชะลอการซื้อเพื่อดูท่าทีว่าราคาจะไปทางไหน เพียงแต่ในแง่ผู้ผลิตต้องระวังเรื่องการบริหารต้นทุนให้ดี เพราะไม่มีใครคาดการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับราคาน้ำมันได้ เราจึงใช้วิธีปรับราคาทุก1เดือนหรือทุก3เดือน จะได้ไม่เสี่ยงมากเกินไป"นายสมศักดิ์กล่าว

 น้ำมันผันผวนบริหารต้นทุนยาก

ด้านภราดร จุลชาต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวเสริมว่า ต้องมองแยกออกเป็น2 ส่วนในอุตสาหกรรมดังกล่าว ส่วนแรกจะเป็นซีกของผู้ผลิตเม็ดพลาสติกที่ปีที่ผ่านมาผลดำเนินงานดีมาก มีต้นทุนพลังงานถูกลง พอมา3-4เดือนแรกปีนี้ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมีการปิดซ่อมบำรุงเตา ทำให้ราคาเม็ดพลาสติกขยับเล็กน้อย กระทบต่อ ส่วนที่สอง ที่เป็นกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีต้นทุนสูงขึ้น

อย่างไรก็ตามถ้าโฟกัสมาที่กลุ่มผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก 3 เดือนแรกปีนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ขยายตัว ยังยืนอยู่ในระดับเดียวกับไตรมาสแรกปีก่อน ปริมาณการใช้ไม่เติบโต อีกทั้งราคาก็ไม่มีการปรับขึ้น เหตุผลทั้งหมดเกิดจาก 3 เรื่องหลักคือปัญหาภัยแล้งที่ทำให้การบิโภคแย่ลง ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีทั้งมุมที่ดีขึ้นและยังแย่อยู่ และข้อกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีที่เข้ามามากขึ้นทั้งปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู ฟิชชิ่ง) และปัญหาค้ามนุษย์ ที่ล้วนกระทบการส่งออก

"ปกติจะมีมูลค่าตลาดรวมกลุ่มพลาสติกอยู่ที่กว่า3แสนล้านบาท โดยเม็ดพลาสติกส่วนใหญ่ส่งออก ส่วนผลิตภัณฑ์พลาสติกส่วนใหญ่ขายในประเทศเป็นหลัก ถ้าจะให้ปีนี้เติบโตได้2-3% คงต้องใช้ความพยายามอย่างสูง แต่ยังมีความหวังว่าภาพรวมไม่น่าติดลบหรือแย่กว่าปีที่ผ่านมา และยังเป็นปีที่ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างระวังเพราะราคาน้ำมันยังผัวผวนอยู่ แม้ไม่ผันผวนแรงแบบในอดีต แต่ก็ยากในการบริหารต้นทุนน้ำมันที่เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง สลับกันไป ผู้ผลิตกลุ่มพลาสติกก็ต้องเดินหน้าพัฒนาสินค้า มุ่งส่งออกในผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีมูลค่าสูงขึ้น และกล้าที่จะออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง"

 ล้อยางเลี่ยงทั้งน้ำมัน-ค่าเงิน

นายชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายยางมอเตอร์ไซด์แบรนด์ "ND RUBBER" กล่าวว่า การที่ราคาน้ำมันผันผวนขึ้น-ลง ต่อเนื่องทำให้บริษัทต้องบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนผลิต เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้มีทั้งยางพาราและยางสังเคราะห์ที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน จึงต้องซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์เป็นรายไตรมาส บริหารแบบเดียวกับที่ราคาน้ำมันเคยพุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลในอดีต เพราะกำลังผลิตล้อยางชั้นนอก3ล้านเส้นต่อปี และยางชั้นใน 4ล้านเส้นต่อปี จะต้องส่งออกมากถึง55% และขายในประเทศ 45%

"การที่เราส่งออกด้วยจึงมีความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของค่าเงินด้วย จึงต้องเก็บเงินไว้ในรูปของดอลลาร์เพื่อเอาไปซื้อวัตถุดิบเวลานำเข้า รวมถึงซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าไว้ระยะเวลา3-6เดือน หากค่าเงินอยู่ในระดับ34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯก็ยังรับมือได้ แต่ถ้าบาทแข็งค่า36บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯก็ต้องมาปรับวิธีบริหารความเสี่ยงกันใหม่"

สอดคล้องกับที่นายสุวิชา วงศาริยวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวิชช์-วัน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในกลุ่มบริษัท Deestone ผู้ผลิตยางรถยนต์แบรนด์" Deestone" ที่มีขนาดกำลังผลิตล้อยางรถยนต์ราว 10.5 ล้านเส้นต่อปี ส่งออก70% และขายในประเทศสัดส่วน30% กล่าวว่า แม้เวลานี้ราคาน้ำมันผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว เพราะราคาเคยลงมาต่ำสุดที่ราว 30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่การผันผวนในช่วงนี้แม้เป็นระยะสั้นๆ แต่ราคาก็ขยับขึ้นต่อไปอีก ยอมรับว่ากระทบต่อการสั่งซื้อวัตถุดิบทั้งยางธรรมชาติ และยางสังเคราะห์ที่ปรับราคาแพงขึ้น จึงต้องรับมือโดยการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าจากซัพพลายเออร์ โดยฟิกส์ที่ราคา ณ.วันนั้น สุดท้ายถ้าผู้ผลิตแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหวก็ต้องผลักภาระให้ผู้บริโภคโดยปรับราคาสินค้า ซึ่งจะเป็นทางออกสุดท้าย

สำหรับการผันผวนของค่าเงินบาทขณะนี้ผันผวนในระยะสั้น ซึ่งบริษัทฯมีทั้งการนำเข้าวัตถุดิบและมีการส่งออกยางสำเร็จรูป จึงบริหารโดยใช้เงินสกุลเดียวคือดอลลาร์สหรัฐฯทั้งนำเข้าและส่งออก จึงไม่กังวลเรื่องค่าเงินที่ผันผวนในขณะนี้มากนัก

“เวลานี้ต้นทุนการผลิตล้อยางปรับขึ้นค่อนข้างมาก เพียงแต่ราคายังไม่สามารถปรับขึ้นได้เนื่องจากสภาพตลาดในประเทศยังไม่มีสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน ดังนั้นจากนี้ไปจะต้องดูสภาวะการณ์ของตลาดไปก่อนระยะหนึ่งจึงค่อยมาพิจารณาเรื่องราคาล้อยางอีกครั้ง”

 2 เหตุผลหลักราคายางดีขึ้น

นายหลักชัย กิตติพล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมยางพาราไทย กล่าวว่าขณะนี้ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นตามราคานํ้ามันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วง1-2เดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเป็นช่วงหยุดกรีดยางของเกษตรกรทำให้วัตถุดิบในประเทศขาดแคลน ผนวก กับ 3 ประเทศได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซียได้มีความร่วมมือลดการส่งออกยางทำให้ราคายางในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนที่ราคายางปรับขึ้น มีเหตุผลหลักที่ราคาดีขึ้นในขณะนี้คือ 1.ปรับขึ้นตามราคานํ้ามันที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยล้อไปกับราคายางสังเคราะห์ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม 2.ความต้องการใช้ในตลาดโลกเริ่มฟื้น โดยเฉพาะจีน ที่ขณะนี้สต๊อกยางจากจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่เริ่มลดลง

จากข้อมูลราคาประมูลยางพาราณ ตลาดกลางยางพาราจงั หวัดสงขลา ณวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 ยางแผ่นดิบอยู่ที่ 60.59 บาท/กก.ปรับตัวสูงขึ้นจากวันก่อน 0.44 บาท/กก.โดยสถาบันวิจัยยางระบุว่ามีปัจจัยบวกจากเงินบาทอ่อนค่าและความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัด ทำให้เกษตรกรเปิดกรีดยางต้องล่าช้าออกไป ส่งผลให้ปริมาณยางยังคงออกสู่ตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง

 ปิโตรผูกราคาแนฟทาโลก

นายเอกรัตน์ ทองธวัช ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปิโตรเคมีทุกตัวมาจาก แนฟทา (ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ) ดังนั้นเวลาที่ราคาน้ำมันผันผวนขึ้น-ลง ต้นทุนวัตถุดิบปิโตรเคมีก็ผันผวนตาม โดยขึ้น-ลงตามราคาน้ำมัน ที่ผ่านมาผู้ผลิตปิโตรเคมี 2รายใหญ่ในประเทศ(กลุ่มปตท.และเอสซีจี) จะบริหารความเสี่ยงโดย มีการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า ฟิกซ์ที่ราคา ในขณะนั้น และ ซื้อวัตถุดิบโดยผูกราคา เช่นเวลาซื้อแนฟทา ก็นำเอาราคาที่ซื้อ ณ. วันนั้นไปผูกกับราคาแนฟทาโลก เพราะราคาแนฟทาโลกจะวิ่งตามราคาน้ำมัน

นอกจากนี้วงการปิโตรเคมีโลกยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวจากบรรดานักวิเคราะห์ มีการซื้อข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางน้ำมัน เพราะเป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับหลายส่วนทั้งการเมืองในประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ผู้บริโภคในตลาดโลก รวมถึงราคาหุ้น และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทำให้ทั้งนักวิเคราะห์และผู้ที่อยู่ในวงการปิโตรเคมีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แล้วกลับมาประเมินภาพทิศทางธุรกิจของตัวเองอีกที

 เหล็กยิ้มไม่ออกราคาดีแต่สต๊อกยาก

ด้านดร.วิกรม วัชระคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กเกี่ยวข้องน้ำมันเตา ทำให้ที่ผ่านมาแต่ละบริษัทก็พยายามให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ เพราะเวลานี้แม้แต่ค่าไฟฟ้าก็ไปผูกกับเรื่องน้ำมันมาในรูปค่าเอฟที ยังมีค่าความต้องการใช้ฟ้าสูง โดยเหล็กเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงกลุ่มหนึ่ง

"เหตุผลหนึ่งที่ราคาเหล็กขยับตัวสูงขึ้นก็มาจากที่ราคาน้ำมันผันผวนด้วยแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีเรื่องดีมานด์-ซัพพายเหล็กในตลาดโลก ซึ่งเวลานี้ผู้ประกอบการก็มีความกังวลว่าราคาน้ำมันจะสูงขึ้นอีกแค่ไหน ในขณะที่ผู้ผลิตเหล็กแต่ละค่ายที่เผชิญปัญหาเรื่องสภาพคล่องในช่วง1-2ปีที่ผ่านมาก็ไม่สามารถผลิตเหล็กสต๊อกไว้ได้ในปริมาณมากได้ เพราะต้องแบกภาระสต๊อกสินค้า และสต๊อกไว้มากก็มีความเสี่ยง แม้ว่าขณะนี้ความต้องการใช้เหล็กขยับตัวได้ดีขึ้นในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม"

ส่วนกลุ่มสิ่งทอ นางมยุรี ดิฐภักดีชล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)และประธานสหพันธ์สิ่งทอแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีเส้นใยสังเคราะห์จะกระทบโดยตรง หากราคาน้ำมันผันผวน เนื่องจากใช้วัตถุดิบต้นน้ำที่ผลิตจากน้ำมัน เวลานี้โดยรวมยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยการควบคุมราคาวัตถุดิบให้ได้ อีกทั้งยังมีความได้เปรียบตรงที่ส่วนใหญ่วัตถุดิบสั่งซื้อเป็นสต๊อก 3เดือน ส่วนราคาก็มีโครงสร้างจากราคาน้ำมันแล้วกำหนดเป็นราคาขาย ขณะนี้ยังรับมือได้

 แนะรับมือน้ำมันไม่นิ่ง

ต่อเรื่องนี้นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากนี้ไปขอให้ผู้ประกอบการในฐานะผู้ผลิตต้องรับมือให้ได้เพราะราคาน้ำมันไม่นิ่งอยู่กับที่อีกต่อไป เนื่องจากราคาน้ำมันมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องทั้งปัญหาการเมืองและความขัดแย้งในประเทศผู้ผลิตน้ำมัน มีเรื่องกองทุนเก็งกำไรที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอด อีกทั้งเศรษฐกิจโลก เหล่านี้ล้วนทำให้ราคาน้ำมันผันผวนได้ตลอด ดังนั้นการเดินแผนบริษัทความเสี่ยงของแต่ละบริษัทเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งที่ผ่านมาหลายบริษัทก็มีประสบการณ์ มีวิธีบริหารความเสี่ยงของตัวเองได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กยังน่าห่วง ต้องบริหารความเสี่ยงโดยการหาซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์หลายๆราย เปรียบเทียบราคา และต้องมีการกำหนดราคาสินค้าล่วงหน้ากับคู่ค้า หลังจากรับรู้ราคาต้นทุน

เวลานี้สมาชิกในส.อ.ท.กว่า40 กลุ่มน่าจะมีอยู่ราว10 กลุ่มที่ต้องบริหารความเสี่ยงหนักกว่ากลุ่มอื่นเพราะเกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันทั้งทางตรงและทางอ้อม มีทั้งกลุ่มเคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี โรงกลั่น พลาสติก ยาง เหล็ก สิ่งทอ โดยเฉพาะสิ่งทอต้นน้ำที่เป็นใยสังเคราะห์ที่ตัววัตถุดิบจะเกี่ยวข้องกับน้ำมันกลุ่มนี้ต้องรู้ราคาวัตถุดิบก่อนกำหนดราคาขาย บางครั้งกำหนดราคาขายออกมาแล้วก็ไม่ง่ายที่ราคาเสนอไปยังลูกค้าจะยอมรับได้ เพราะอุตสาหกรรมสิ่งทอมีคู่แข่งมากขึ้น และผู้ซื้อก็มีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะกับคู่แข่งในประเทศเพื่อนบ้าน

 ยันไม่แตะ100ดอลลาร์ฯ

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมัน นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวกับ"ฐานเศรษฐกิจ"เมื่อเร็วๆนี้ว่า ราคาน้ำมันดิบที่ 28 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นราคาที่ลงมาต่ำสุดแล้ว ในขณะที่ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบได้ขยับมาที่ระดับ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล และคงจะไม่มีโอกาสกลับไปที่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้านี้ พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า ราคานํ้ามันดิบในช่วงอีก 3-5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะขึ้นไปที่ระดับ50-60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เนื่องจากแหล่งเชลออยล์ ซึ่งเป็นระบบเสรีจะทยอยกลับมาผลิตจากราคานํ้ามันดิบที่คุ้มทุนได้
photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,155 วันที่ 8 - 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline