svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

เชื้อโอมิครอนธรรมชาติอาจสร้างภูมิ แต่ไม่ใช่ "วัคซีน

04 มกราคม 2565

ดร.อนันต์ โต้หมอมนูญ เผยอนาคตเราคงไม่ต้องมาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 เข็ม 4 กันอีก ชี้ต้องสื่อสารให้ชัดเจน เชื้อโอมิครอนธรรมชาติอาจสร้างภูมิ แต่ไม่ใช่ "วัคซีน"

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ (หมอมนูญ) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC โดยมีข้อความระบุว่า 

 

ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปี หลังวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะก้าวกระโดดหลายหมื่นคนแต่ละวันในไม่ช้า แต่คนไทยไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจมากเกินไป 

 

เชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์โอมิครอน มีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ปรับตัวเองให้เข้ากับคนได้ดียิ่งขึ้น แพร่จากคนสู่คนง่ายขึ้น ลดระยะฟักตัว และเปลี่ยนจากการก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจอักเสบทั้งส่วนบนและส่วนล่างรุนแรงเฉียบพลัน กลายเป็นเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้เกิดหวัดเล็กธรรมดา ไม่รุนแรง เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ไม่ค่อยลงปอด เหมือนกับเชื้อโคโรนาไวรัสที่เรารู้จักมานานอย่างน้อย 50 ปีแล้ว ได้แก่ human coronavirus-229 E,  human coronavirus-NL63, human coronavirus-OC43 และ human coronavirus-HKU1 

เชื้อโคโรนาไวรัสดั้งเดิม 4 ชนิดนี้ก่อให้เกิดโรคหวัดธรรมดาในเด็ก เป็นเองหายเอง ส่วนผู้ใหญ่มักไม่ติดเชื้อนี้ เพราะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติเนื่องจากเกือบทุกคนเคยติดเชื้อนี้มาแล้วสมัยเป็นเด็ก ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม

หลังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่าทุกคนไม่ว่าจะเคยฉีดวัคซีน หรือเคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดิมมาก่อน จะได้รับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนไม่ช้าก็เร็ว เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หวังว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คงจะจบลงสักที 

อนาคตเราคงไม่ต้องมาฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 เข็ม 4 กันอีก เพราะเราทุกคนได้รับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนเปรียบเสมือนวัคซีนธรรมชาติชนิดตัวเป็นอ่อนฤทธิ์ (live attenuated vaccine) กระตุ้นภูมิต้านทานได้ดีกว่าวัคซีนทุกชนิดที่มีในปัจจุบัน อนาคตของบริษัทผลิตวัคซีนต่อต้านไวรัสโควิด-19 คงไม่รุ่งเหมือนช่วงที่ผ่านมา

 

ด้าน ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ระบุว่า 

 

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทำไมไม่เร่งแยกเชื้อโอมิครอนมาฉีดให้ประชาชนหล่ะครับ ได้เชื้อบริสุทธิ์ ปริมาณเหมาะสมด้วย เป็นวัคซีนที่ต้องการอยากได้ไงครับ

 

วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ไม่ทำให้ผู้รับวัคซีนมีอาการป่วยใดๆ ถ้าวัคซีนตัวนั้นยังคงทำให้คนเสียชีวิตได้ เข้า ICU ได้ และ ที่สำคัญมีอาการ Long COVID ได้ ผมไม่นิยามสิ่งนั้นว่าวัคซีนครับ

 

การสื่อสารต้องชัดเจนครับ เราบังเอิญติดเชื้อจากธรรมชาติแล้วอาการไม่รุนแรงหายเองได้แล้วมีภูมิเป็นสิ่งดี แต่สิ่งนั้นไม่ใช่ "วัคซีน"

ทั้งนี้ ดร.อนันต์ เคยระบุถึงกรณีการรับเชื้อโอมิครอนหลังได้รับวัคซีน ระบุว่า ตามข่าว...ข้อมูลจากแอฟริกาใต้บอกว่า ถ้าเราได้วัคซีนแล้วไปติดโอมิครอน ภูมิคุ้มกันต่อเดลต้าจะสูงขึ้นจนสู้เดลต้าได้ โอมิครอนจึงคล้ายๆเป็นวัคซีนจากธรรมชาติช่วยปราบเดลต้าไปในตัว...ข่าวดีครับ

 

เชื้อโอมิครอนธรรมชาติอาจสร้างภูมิ แต่ไม่ใช่ "วัคซีน

 

แต่ ข้อมูลจากแอฟริกาใต้ยังมีตัวอย่างที่น้อยเกินไปก่อนจะสรุปใหญ่ขนาดนั้นครับ ทำไมผมถึงคิดอย่างนั้น ลองดูงานวิจัยชิ้นนี้จากทีมฮ่องกงนะครับ ที่เค้ามีผู้ป่วยโอมิครอน 2 คน ที่รับเชื้อเข้ามาตอนช่วงแรก (น่าจะเป็น 2 คน ที่อยู่ในโรงแรมตอนกักตัว แล้วพบว่าติดหากันได้ทางอากาศ และติดโอมิครอนตัวเดียวกัน) โดยคนแรก (OP1) ได้ Pfizer ครบ 2 เข็ม ส่วนคนที่สอง (OP2) ได้ Moderna ครบ 2 เข็ม คนแรกได้เข็มสองมานานกว่าคนที่ 2  ทีมวิจัยเก็บเลือดทั้ง 2 คน มาเปรียบเทียบกับ เลือดคนที่ได้วัคซีน Pfizer ครบ 2 เข็ม แล้ว ถามคำถามว่า ติดโอมิครอนไปแล้ว ภูมิที่ได้จากโอมิครอนยับยั้งไวรัสสายพันธุ์อื่นๆได้หรือไม่?

 

ผลการทดลองในกราฟด้านล่างน่าสนใจครับ OP1 คือ เคสแรก เหมือนจะถูกกระตุ้นจากโอมิครอนได้ดี เพราะภูมิหลังติดเชื้อสามารถยับยั้งไวรัสทุกสายพันธุ์ได้ดี กรณีเดลต้ายับยั้งดีกว่าคนปกติที่ได้วัคซีนถึง 9.58 เท่า แต่ถ้าดูใน OP2 ที่เห็นชัดคือภูมิต่อโอมิครอนที่ 17.61 เท่า เพราะการติดโอมิครอนย่อมทำให้เค้ามีภูมิต่อไวรัสชนิดนี้มากกว่าคนปกติตรงไปตรงมา... แต่ภูมิในร่างกายของเค้าต่อเดลต้าสูงกว่าคนปกติแค่ 1.42 เท่า ซึ่งดูแล้วไม่แตกต่างจาก คนก่อนติดเชื้อครับ แบบนี้ก็แสดงว่าติดโอมิครอนแล้วภูมิต่อเดลต้าก็ไม่ต่างไปจากคนที่ไม่เคยติด?

 

ตัวอย่างงานวิจัยนี้ใช้ n=2 ก็สามารถเห็นความแตกต่างแบบ 50% ได้แล้วครับ ผลจากแอฟริกาใต้ก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ ยังมีความรู้สึกว่าข้อมูลยังไม่มากพอที่จะสรุปอะไรใหญ่ๆ มีตัวแปรหลายอย่างที่ยังไม่ได้ควบคุมให้ดีครับ...สำหรับผมงานวิจัยที่ออกมาจากแอฟริกาใต้น่าสนใจ แต่ไม่ถึงกับ อึ้ง!! เหมือนพาดหัวข่าว เพราะภูมิจากการติดเชื้อโอมิครอนยังไงก็กระตุ้นภูมิจากวัคซีนได้ไม่มากก็น้อยครับ ไม่แปลกใจอะไรครับ