
โควิดนครศรีธรรมราช เสียชีวิตพุ่ง 78 ราย ติดเชื้อใหม่ 468 ราย
ยอดโควิดนครศรีธรรมราชวันนี้ 19 ก.ย.64 เสียชีวิตพุ่ง 78 ราย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 468 ราย ผู้ว่าฯ สั่งเข้มทุกอำเภอคุมโควิด พร้อมเฝ้าระวังคลัสเตอร์เรือนจำ หลังพบผู้ป่วยในทัณฑสถานวัยหนุ่มติดเชื้อ 1,195คน ยัน ไม่แพร่เชื้อสู่ภายนอก
19 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เผยถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงต้องเฝ้าระวัง ควบคุมป้องกันกันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่17ก.ย. 64 ได้สั่งการนายอำเภอทั้ง 23 อำเภอ ออกปฏิบัติการเชิงรุกพร้อมกัน โดยบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ดำเนินมาตรการ 3 ประการ ได้แก่ การออกตรวจตลาด โรงงาน ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า การตรวจค้นหาผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัย และการให้คำแนะนำมาตรการควบคุมโรคที่คณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดนครศรีธรรมราช
พร้อมออกคำสั่งและประกาศเพื่อกำกับการปฏิบัติให้มีความเข้มข้นขึ้น เช่น เรื่องของการห้ามจัดเลี้ยงในงานศพ ห้ามมีกิจกรรมสันทนาการ และอื่นๆ นอกจากจะนำมาตรการต่าง ๆ มาปฏิบัติแล้ว ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการลดการแพร่ระบาดลงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ วันที่ 19 ก.ย.64 พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 468 คน ซึ่งถือเป็นยอดที่สูงที่สุดของจังหวัด เป็นผู้ป่วยใน 19 อำเภอ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยคืนถิ่นเพียง 5 คนเท่านั้น
ขณะที่อำเภอที่มียอดติดเชื้อสูงสุด คือ อ.เมือง จำนวน 278 ราย อ.ท่าศาลา 37 ราย และ อ.ปากพนัง 21 ราย ส่วนคลัสเตอรสำคัญที่กำลังแพร่ระบาด คือ คลัสเตอร์ทัณฑสถานวัยหนุ่มพบเพิ่มอีก 130 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 78 ราย
สำหรับกรณีที่มีผู้ติดเชื้อในทัณฑสถานวัยหนุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น เดิมมีการตรวจพบเพียงไม่กี่คน ในพื้นที่โซนที่ 2 ของเรือนจำซึ่งเป็นโซนที่รับผู้ต้องขังมาจากโซน 1 ที่เป็นโซนแรกรับ นำมากักตัวไว้สังเกตอาการ 7 วัน
พร้อมตรวจ ATKเมื่อผลเป็นลบ จึงส่งต่อมาที่โซน 2 เป็นโซนที่กักตัวไว้ 30 วัน ก่อนส่งเข้าสู่เรือนจำร่วมกับผู้ต้องขังอื่นๆทั่วไป เมื่อพบผู้ติดเชื้อ
จึงต้องมีการตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขังทั้งหมด รวม 2,310 คน เจ้าหน้าที่ 61 คน ด้วย ATK พบผู้ติดเชื้อ 1,195คน เจ้าหน้าที่ 1คน จึงต้องควบคุมในลักษณะ bubble and seal เป็นแนวคิดในการควบคุมโรคสำหรับกลุ่มคนที่แข็งแรง และสามารถอยู่เป็นกลุ่มหรือจัดการให้อยู่ในกลุ่มได้ในพื้นที่จำกัด มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในทัณฑสถานฯ
สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการรุนแรง ให้รับประทาน ยาฟาวิพิราเวียร์ และสมุนไพรฟ้าทลายโจร ส่วนที่มีอาการรุนแรงจะส่งโรงพยาบาลภายนอก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยที่ส่งออกมายังโรงพยาบาลภายนอก และทุกคนภายในทัณฑสถานขณะนี้ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต้องมีการกักตัว14วัน รวมทั้งมีการสุ่มตรวจ10 %ทุก7วัน
สำหรับผู้ที่จะออกมาภายนอก เพื่อขึ้นศาลหรืออื่น ๆ ทัณฑสถาน ได้มีการจัดพื้นที่โซนที่3ไว้ โดยก่อนออกและเมื่อกลับเข้าไป จะต้องมีการกักตัว7-14วัน ส่วนผู้ที่จะเข้าทัณฑสถานใหม่ ตำรวจและพนักงานสอบสวนจะต้องเพิ่มความเข้มในการคัดกรอง และนำไปแยกไว้ที่เรือนจำชั่วคราวเขาหมาก
ส่วนของผู้ต้องขังที่มีการหนดพ้นโทษ ก่อนถึงกำหนดพ้นโทษ ทัณฑสถานจะนำมากักตัวไว้ในโซนปลอดภัยก่อนปล่อยตัว 7-14 วัน เมื่อกลับไปแล้ว เจ้าพนักงานควบคุมโรคพื้นที่จะต้องติดตามและสังเกตอาการต่อเนื่องอีก 14 วัน
ถ้าติดเชื้อจะยังไม่ปล่อยตัวออกมาต้องรักษาจนหาย และการปล่อยตัวจะมีทีมสก๊อต นำตัวส่งยังสถานที่กักกัน หรือLQพื้นที่ภูมิลำเนา อีก 14 วัน ขอให้ประชาชนได้มั่นใจในมาตรการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการอยู่ในขณะนี้
ที่มา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช





