
แปลงร่าง ศบค. ด้วย พ.ร.บ.โรคติดต่อฉบับใหม่ จ่อบังคับใช้สิ้นเดือน ก.ย. นี้
ประเด็นที่น่าจับตาก็คือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ฉบับใหม่ ที่จะใช้หลังยกเลิก ศบค. ภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ให้อำนาจอัตโนมัติ สั่งเคอร์ฟิว ปิดกิจการ กิจกรรมได้ “หมอสุภัทร” ชี้ว่า ศบค.หมดสภาพและอาจะเป็นการแปลงร่างภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ
กระแสข่าวการประชุม ศบค. ชุดใหญ่วันที่ 10 ก.ย. เพื่อเตรียมพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินและกลับไปใช้กลไก พ.ร.บ.โรคติดต่อฉบับแก้ไขเพิ่มเติมยังคงน่าจับตา เพราะนั่นหมายความว่า ศบค. ที่ถูกตั้งขึ้นโดยอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะสิ้นสภาพไปโดยปริยาย และจะโอนอำนาจหน้าที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข แทนการมัดรวมอำนาจมาอยู่ที่นายกรัฐมนตรีเหมือนแต่ก่อน และคาดว่าน่าเริ่มวันที่ 1 ต.ค.นี้
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ และประธานชมรมแพทย์ชนบท ให้สัมภาษณ์ฐานเศรษฐกิจ โดยมองว่านี่อาจจะเป็นการแปลงร่าง ศบค.ในรูปแบบ พ.ร.บ.ควบคุมโรค พร้อมกับเห็นด้วยในหลักการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะมีขอบเขตอำนาจที่กว้างขวางเกินการควบคุมโรค มีการใช้อำนาจไม่ตรงกับข้อกฎหมายของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือว่าเป็นการชี้ความสามารถของกระทรวงสาธารณสุขว่าจะสามารถจัดการกับโควิดได้ดีกว่า ศบค.หรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบัน ศบค.ถูกโจมตีอย่างหนัก กระแสกดดันพุ่งมาที่นายกรัฐมนตรี รวมทั้งการบริหารงานที่ถูกมองว่ามีความล่าช้าทั้งการควบคุมการแพร่ระบาดและการบริหารจัดการวัคซีนโควิด
“ศบค.ถือว่าหมดสภาพความน่าเชื่อถือและความศรัทธาแล้ว เมื่อสถานการณ์โควิดเปลี่ยนไปก็ถูกต้องแล้วที่กฎหมายต่างๆที่เอามาใช้ก็ต้องมีการปรับเพื่อการเปิดประเทศ การเดินหน้าเศรษฐกิจ รัฐบาลควรสร้างสมดุลทั้งในแง่การควบคุมการแพร่ระบาดและในมิติการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่ควรทำเรื่องคุมโรค ควรหันมาทำเรื่องการฟื้นฟูประเทศและให้กระทรวงสาธารณสุขทำเรื่องควบคุมโรคไป”
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สช.) ได้ระบุว่า เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีและ ศบค.ที่ให้เตรียมการไว้ล่วงหน้า ซึ่งหากสถานการณ์ยังทรงตัวเช่นปัจจุบันก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่ต่อขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ศบค.จะจบภารกิจหลังยุติการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่อาจมีการแปรสภาพเพื่อให้ทำหน้าที่ได้ภายใต้กฎหมายใหม่ที่รัฐบาลกำลังพิจารณาอยู่ หรือ ร่าง พ.ร.บ. โรคติดต่อฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
รายงานข่าวแจ้งว่านายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ล่าสุด ร่าง พ.ร.บ.โรคติดต่อฉบับใหม่ อยู่ในขั้นตอนคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องรอให้ส่งกลับมาให้ ครม. ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
สำหรับหลักการของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ฉบับใหม่ จะเป็นการยกระดับการทำงานของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ให้มีความใกล้เคียงกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ โครงสร้างของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จะมีรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน และมีอธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นเลขาธิการคณะกรรมการ โครงสร้างนี้จะเกิดขึ้นหากเป็นสถานการณ์ปกติ แต่ถ้าเป็นสถานการณ์อันตรายหมายถึงการระบาดของโรครุนแรง จะมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติในสถานการณ์ฉุกเฉิน
โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำกับดูแลการแก้ปัญหา สั่งการกระทรวงต่างๆ ได้ และยังแต่งตั้งเลขาธิการร่วม ขึ้นมาทำงานควบคู่กับอธิบดีกรมควบคุมโรคได้ด้วย ส่วนคณะกรรมการฯในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น สามารถแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเข้ามาได้ด้วย และยังมีรายงานว่าจะทำให้อำนาจในการสั่งควบคุมป้องกันโรค สั่งเคอร์ฟิว สั่งปิดกิจการต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องอาศัยการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน






