
เงินร้อนไหลย้อนกลับเอเชีย นลท.เทดอลล์ดันบาททะลุ35
นักวิเคระห์มองเศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวช้ากว่าคาด หนุนเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย กระตุ้นเงินไหลกลับตลาดเอเชีย รวมไทย "เกศรา"ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ฟันธง บอกแค่เห็นเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติเจ้าประจำเข้ามาก็ถือว่าดีแล้ว ส่วนเม็ดเงินใหม่มีน้อย โนมูระ ฯคาดเดือนกรกฏาคมธนาคารกลางญี่ปุ่นออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ด้านเงินบาทแข็งค่าทะลุ 35 บาท ศูนย์วิจัยกสิกรเผยเหตุนักลงทุนเทขายดอลลาร์
[caption id="attachment_49810" align="aligncenter" width="700"]
การซื้อขายหุ้นตามกลุ่มนักลงทุน[/caption]
หลังธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด ) ไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีไตรมาส 1/59 ของสหรัฐฯจะออกที่ระดับ 0.5% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้นั้น นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย หรือฟันด์โฟลว์ ว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกของการลงทุน โดยผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในไทยส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักลงทุนหน้าเดิมที่เคยรู้จักไทย หรือนักลงทุนหน้าใหม่ที่สามารถทนทานกับภาวะเสี่ยงได้ แต่เรื่องที่จะหวังว่ากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจะไหลเข้ามามาก มองว่าไม่น่าจะเป็นที่มีปัจจัยที่มีน้ำหนักมากนัก
" เอาเพียงแค่นักลงทุนในประเทศ หรือประเทศเพื่อนบ้าน และผู้ที่คุ้นเคยกับตลาดหุ้นไทย และบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.)ก็ไม่ได้ดีทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ก็หมายความว่าผู้ที่เข้ามาลงทุน จะเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับตลาดหุ้นไทย"
ส่วนเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติหน้าใหม่นั้น ผู้จัดการตลท.กล่าวว่า อาจจะมีแต่ก็คงไม่มาก แม้กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยไม่ได้เลวร้าย แต่ประเทศอื่นก็มีดีเหมือนไทยเช่นกัน สำหรับปัจจัยบวกของตลาดหุ้นไทยก็คือ ที่ผ่านมาบจ.มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง และเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูง
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ระดับเดิม ระหว่าง 0.25-0.50% คาดว่าฟันด์โฟลว์จะไหลเข้ามาอีกครั้ง เพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ
ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติคงนโยบายในการเพิ่มฐานเงินรายปีที่ระดับ 80 ล้านล้านเยน ผ่านทางการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่ ทำให้นักลงทุนผิดหวัง แต่จะกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้น ขณะที่โนมูระ โบรกเกอร์สัญชาติญี่ปุ่น ให้น้ำหนักการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของบีโอเจ จะเกิดในการประชุมเดือนกรกฏาคมนี้
ขณะที่การรายงานจีดีพีไตรมาสแรกปีของสหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเอเชีย แต่อย่างไรก็ดี ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ยังคงอ่อนแอ และฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป น่าจะบ่งชี้โอกาสในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯในปีนี้ น่าจะไม่เร่งตัวขึ้นเร็วเกินไปนัก
บทวิเคราะห์บล.โนมูระ ฯระบุว่า หากพิจารณาจากการสำรวจของบลูมเบิร์ก จะเห็นได้ชัดเจนว่า โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ถูกเลื่อนออกไปอีกจากเดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นเดือนธันวาคม 2559 ดังนั้นถือเป็นปัจจัยหนุนฟันด์โฟลว์ น่าจะไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยเช้าวันที่ 29 เมษายน ค่าเงินเอเชียแข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 0.2%-0.3% ล่าสุดค่าเงินบาทแข็งค่าที่ 34.91บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หลังดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง
บทวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เห็นว่าการอ่อนตัวลงของราคาหุ้นและตลาดเป็นโอกาสในการซื้อเก็งกำไรหรือซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวต่ำมากทั่วโลก เฟดไม่เร่งรีบปรับขึ้นดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯก็เติบโตชะลอลงในไตรมาสแรก และสภาพคล่องในระบบที่สูงจากการออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของยุโรปและญี่ปุ่น ทำให้เม็ดเงินต้องหาที่ลงทุน ซึ่งตลาดหุ้นเป็นแหล่งหนึ่งที่ให้อัตราผลตอบแทนดีและสภาพคล่องในการซื้อขายสูงดังนั้นตราบใดที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังคงใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเป็นประวัติการณ์ตลาดหุ้นก็ยังจะได้รับอานิสงค์ทางบวก
สำหรับในประเทศยังเป็นการติดตามรายงานผลประกอบการบจ.ที่จะทยอยออกมามากขึ้นไปถึงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ และความคืบหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐที่ยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้
ด้านความเห็นของนักลงทุนสถาบัน โดยนายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) วรรณ จำกัด กล่าวว่า หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยคาดว่าอาจจะมีการปรับขึ้นไม่มาก ดังนั้นอาจจะไม่ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายรุนแรงมากนัก ที่สำคัญก็คือปลายไตรมาส 3/59 สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งประธานธิบดี ดังนั้นทางด้านนโยบายการเงินน่าจะต้องหยุดไปก่อน เพื่อรอดูว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศ
สำหรับตลาดหุ้นไทย บลจ.วรรณ คาดการณ์สิ้นปี 2559 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ฯ จะปิดที่ 1,490 จุด และอาจได้เห็นดัชนีปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 1,500 จุด ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถือว่าให้ผลตอบแทนดีที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยให้ผลตอบแทน 7.56% ซึ่งเกิดจากเงินทุนไหลเข้า โดยถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเทขายออกมาจำนวนมาก ซึ่งการที่กลับเข้ามาซื้อช่วงนี้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท อาจจะต้องมีการพิจารณาเข้ามาซื้อเพิ่มเติมอีก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานค่าเงินบาทอ่อนค่าในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ที่ผ่านมา ตามแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนการประชุมเฟด ประกอบกับอาจมีแรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงใกล้สิ้นเดือนจากฝั่งผู้นำเข้า
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าทะลุระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงท้ายๆสัปดาห์ หลังเงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงเทขาย เนื่องจาก 1. ผลการประชุมเฟด ที่ยังคงตอกย้ำว่าไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และ 2. ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่สร้างความผิดหวังให้กับตลาดด้วยการไม่ประกาศมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม ซึ่งทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินเยน สำหรับในวันศุกร์ ที่ 29 เมษายน เงินบาทอยู่ที่ 34.91 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับระดับ 35.01 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (22 เม.ย.)
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_49810" align="aligncenter" width="700"]
หลังธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด ) ไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีไตรมาส 1/59 ของสหรัฐฯจะออกที่ระดับ 0.5% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้นั้น นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย หรือฟันด์โฟลว์ ว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกของการลงทุน โดยผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในไทยส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักลงทุนหน้าเดิมที่เคยรู้จักไทย หรือนักลงทุนหน้าใหม่ที่สามารถทนทานกับภาวะเสี่ยงได้ แต่เรื่องที่จะหวังว่ากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจะไหลเข้ามามาก มองว่าไม่น่าจะเป็นที่มีปัจจัยที่มีน้ำหนักมากนัก
" เอาเพียงแค่นักลงทุนในประเทศ หรือประเทศเพื่อนบ้าน และผู้ที่คุ้นเคยกับตลาดหุ้นไทย และบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.)ก็ไม่ได้ดีทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ก็หมายความว่าผู้ที่เข้ามาลงทุน จะเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับตลาดหุ้นไทย"
ส่วนเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติหน้าใหม่นั้น ผู้จัดการตลท.กล่าวว่า อาจจะมีแต่ก็คงไม่มาก แม้กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยไม่ได้เลวร้าย แต่ประเทศอื่นก็มีดีเหมือนไทยเช่นกัน สำหรับปัจจัยบวกของตลาดหุ้นไทยก็คือ ที่ผ่านมาบจ.มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง และเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูง
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ระดับเดิม ระหว่าง 0.25-0.50% คาดว่าฟันด์โฟลว์จะไหลเข้ามาอีกครั้ง เพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ
ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติคงนโยบายในการเพิ่มฐานเงินรายปีที่ระดับ 80 ล้านล้านเยน ผ่านทางการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่ ทำให้นักลงทุนผิดหวัง แต่จะกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้น ขณะที่โนมูระ โบรกเกอร์สัญชาติญี่ปุ่น ให้น้ำหนักการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของบีโอเจ จะเกิดในการประชุมเดือนกรกฏาคมนี้
ขณะที่การรายงานจีดีพีไตรมาสแรกปีของสหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเอเชีย แต่อย่างไรก็ดี ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ยังคงอ่อนแอ และฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป น่าจะบ่งชี้โอกาสในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯในปีนี้ น่าจะไม่เร่งตัวขึ้นเร็วเกินไปนัก
บทวิเคราะห์บล.โนมูระ ฯระบุว่า หากพิจารณาจากการสำรวจของบลูมเบิร์ก จะเห็นได้ชัดเจนว่า โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ถูกเลื่อนออกไปอีกจากเดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นเดือนธันวาคม 2559 ดังนั้นถือเป็นปัจจัยหนุนฟันด์โฟลว์ น่าจะไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยเช้าวันที่ 29 เมษายน ค่าเงินเอเชียแข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 0.2%-0.3% ล่าสุดค่าเงินบาทแข็งค่าที่ 34.91บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หลังดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง
บทวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เห็นว่าการอ่อนตัวลงของราคาหุ้นและตลาดเป็นโอกาสในการซื้อเก็งกำไรหรือซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวต่ำมากทั่วโลก เฟดไม่เร่งรีบปรับขึ้นดอกเบี้ย เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯก็เติบโตชะลอลงในไตรมาสแรก และสภาพคล่องในระบบที่สูงจากการออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของยุโรปและญี่ปุ่น ทำให้เม็ดเงินต้องหาที่ลงทุน ซึ่งตลาดหุ้นเป็นแหล่งหนึ่งที่ให้อัตราผลตอบแทนดีและสภาพคล่องในการซื้อขายสูงดังนั้นตราบใดที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังคงใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเป็นประวัติการณ์ตลาดหุ้นก็ยังจะได้รับอานิสงค์ทางบวก
สำหรับในประเทศยังเป็นการติดตามรายงานผลประกอบการบจ.ที่จะทยอยออกมามากขึ้นไปถึงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ และความคืบหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐที่ยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้
ด้านความเห็นของนักลงทุนสถาบัน โดยนายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) วรรณ จำกัด กล่าวว่า หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยคาดว่าอาจจะมีการปรับขึ้นไม่มาก ดังนั้นอาจจะไม่ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายรุนแรงมากนัก ที่สำคัญก็คือปลายไตรมาส 3/59 สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งประธานธิบดี ดังนั้นทางด้านนโยบายการเงินน่าจะต้องหยุดไปก่อน เพื่อรอดูว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศ
สำหรับตลาดหุ้นไทย บลจ.วรรณ คาดการณ์สิ้นปี 2559 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ฯ จะปิดที่ 1,490 จุด และอาจได้เห็นดัชนีปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 1,500 จุด ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถือว่าให้ผลตอบแทนดีที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยให้ผลตอบแทน 7.56% ซึ่งเกิดจากเงินทุนไหลเข้า โดยถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเทขายออกมาจำนวนมาก ซึ่งการที่กลับเข้ามาซื้อช่วงนี้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท อาจจะต้องมีการพิจารณาเข้ามาซื้อเพิ่มเติมอีก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานค่าเงินบาทอ่อนค่าในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ที่ผ่านมา ตามแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนการประชุมเฟด ประกอบกับอาจมีแรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงใกล้สิ้นเดือนจากฝั่งผู้นำเข้า
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าทะลุระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงท้ายๆสัปดาห์ หลังเงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงเทขาย เนื่องจาก 1. ผลการประชุมเฟด ที่ยังคงตอกย้ำว่าไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และ 2. ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่สร้างความผิดหวังให้กับตลาดด้วยการไม่ประกาศมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม ซึ่งทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินเยน สำหรับในวันศุกร์ ที่ 29 เมษายน เงินบาทอยู่ที่ 34.91 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับระดับ 35.01 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (22 เม.ย.)
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559






