"หมอมนูญ" จี้เลิกล็อกดาวน์ที่ไม่จำเป็นหลังผู้ติดเชื้อโควิดผ่านจุดสูงสุด

25 สิงหาคม 2564

หมอมนูญออกโรวแนะรัฐบาลเลิกล็อกดาวน์ที่ไม่จำเป็นหรือประโยชน์น้อยหลังผู้ติดเชื้อผ่านจุดสูงสุดเดือนนี้ คาดตัวเลขจะค่อยๆลดลง

รายงานข่าวระบุว่า นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ (หมอมนูญ) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC) โดยมีข้อความระบุว่า
ตัวเลขผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 จะเริ่มลงเมื่อไหร่
ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ถึงปัจจุบันเพียง 4 เดือนกว่าๆ
เริ่มจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์อัลฟา(อังกฤษ) ตามมาด้วยการระบาดของสายพันธุ์เดลตา(อินเดีย) ซึ่งพบครั้งแรกวันที่ 21 พ.ค. 2564 ในคนงานก่อสร้างหลักสี่ 15 รายติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา
จากวันนั้นแค่ 3 เดือนกว่า สายพันธุ์เดลตาแพร่กระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมมากถึง 1,037,923 ราย เสียชีวิตสะสม 9,468 ราย ผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 ต่อวัน เริ่มลดลงต่ำกว่า 20,000 คน แต่ตายยังเกิน 200 รายต่อเนื่องไม่ลด
ดูย้อนหลังการคาดการณ์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยาเมื่อเดือนที่แล้ว การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและกระจายไปทุกจังหวัด โดยวิเคราะห์ข้อมูลสถิติของการระบาดในประเทศอินเดีย สหราชอาณาจักรและไทยก่อนหน้านี้ รายงานของธนาคารกรุงศรีฯ ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกนำไปอ้างอิง ระบุ 3 สถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังวันที่ 14 ก.ค.2564 

1.สถานการณ์ดีที่สุดของประเทศไทย คาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่เกิน 10,000 รายต่อวัน
2.สถานการณ์ดีปานกลาง คาดการณ์ผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงประมาณ 15,000 รายในช่วงส.ค.ต่อ ก.ย. ก่อนจะลดลงเหลือ 1,000 คนในเดือนพ.ย. 
3.สถานการณ์แย่ที่สุด คาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะพุ่งสูงถึง 22,000 ราย ในช่วงปลายเดือน ส.ค.และต้นก.ย. แล้วจะค่อย ๆ ลงมาในเดือนตุลาคม เนื่องจากมีวัคซีนป้องกันโรคโควิดไม่เพียงพอ วัคซีนที่ได้มาประสิทธิภาพไม่สูงพอ ประกอบกับการล็อกดาวน์ได้ผลไม่มากนัก

คลายล็อกดาวน์ที่ไม่จำเป็นหรือให้ประโยชน์น้อย
ปรากฏว่าการคาดการณ์สถานการณ์ที่แย่ที่สุดของธนาคารกรุงศรีเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ตรงกับสถานการณ์จริงปัจจุบัน 
ปัจจุบันมีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมดจำนวน 27 ล้านโดส เป็นเข็มแรก 20 ล้านกว่าโดส เข็มสอง 6 ล้านโดส ถ้าเราเร่งหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ฉีดให้คนไทยโดยเฉพาะคนสูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งยังล็อกดาวน์ต่อเนื่อง ตัวเลขผู้ติดเชื้อยืนยันอาจจะถึงจุดสูงสุดเดือนนี้ แล้วค่อยๆลงช้าๆตามกราฟของธนาคารกรุงศรีที่คาดการณ์ใว้น่าจะเป็นไปได้สูง 

ดังนั้นมาตรการการล็อกดาวน์ที่ไม่จำเป็นหรือให้ประโยชน์น้อย รัฐควรผ่อนคลายได้ในไม่ช้า
สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 (Covid-19)ในประเทศไทย วันที่ 25 สิงหาคม 64 นั้น "ฐานเศรษฐกิจ" ติดตามข้อมูลการรายงานจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. พบว่า ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวม 18,417 ราย มาจาก ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18,271 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 146 ราย  ผู้ป่วยสะสม(ตั้งแต่ 1 เม.ย.64) 1,073,505 ราย  เสียชีวิตเพิ่ม 297 ราย หายป่วยกลับบ้าน 21,186 ราย กำลังรักษา 189,268 ราย หายป่วยสะสม(ตั้งแต่ 1 เม.ย.64) 875,589 ราย