thansettakij
thansettakij
‘วงใน’แจงเหตุร่วมทุนอินทัชฯ ชี้ต่างคนต่างเห็นศักยภาพแกร่ง/มีโอกาสเติบโตสูง

‘วงใน’แจงเหตุร่วมทุนอินทัชฯ ชี้ต่างคนต่างเห็นศักยภาพแกร่ง/มีโอกาสเติบโตสูง

02 พ.ค. 59 | 11:00 น.
ซีอีโอ "วงในดอทคอม" เผยเหตุร่วมทุนโครงการอินเวนต์ ของ "อินทัชฯ" เนื่องจากเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมมีผู้ใช้มือถือ เอไอเอส ถึง 40 ล้านเลขหมาย เผยเจรจาเกือบครึ่งปีก่อนตัดสินใจร่วมทุน แจงมีผู้ใช้บริการคลิกหาข้อมูลบนแอพพลิเคชัน และ เว็บไซต์ผ่านมือถือ มีจำนวน 2 ล้านราย วางแผน 3 ปีระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

[caption id="attachment_49213" align="aligncenter" width="700"] บริษัทอินทัช โฮลดิ้ง เข้าไปร่วมลงทุนผ่านโครงการ อินเวนต์ บริษัทอินทัช โฮลดิ้ง เข้าไปร่วมลงทุนผ่านโครงการ อินเวนต์[/caption]

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงเหตุผลที่ให้โครงการอินเวนต์ ของ บริษัท อินทัช โฮลดิงส์ จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 10% ว่า เนื่องจากขนาดธุรกิจของวงในดอทคอมนั้นจัดอยู่ในกลุ่มนักลงทุนซีรีส์ B เนื่องจากก่อนหน้านี้วงในได้รับการลงทุนรอบแรก (Seed) และ รอบซีรีส์ A จากนักลงทุนญี่ปุ่น คือ บริษัท รีครูท สเตรติจิค พาร์ทเนอร์ส หรือ RSP บริษัทในเครือรีครูท โฮลดิ้งส์ จากประเทศญี่ปุ่น โดย RSP เป็นธุรกิจเงินร่วมทุน (Venture Capital) จากซิลิค่อนวัลเล่ย์ เข้ามาร่วมลงทุน

อย่างไรก็ดี การที่อินทัชมาร่วมลงทุน เนื่องจากอินทัชเป็นบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมขนาดใหญ่มีฐานลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำนวน 40 ล้านเลขหมาย ผนวกกับวงในดอทคอมลูกค้าที่ใช้บริการส่วนใหญ่ใช้บริการผ่านมือถือปัจจุบันการใช้บริการวงในผ่านโทรศัพท์มือถือคิดเป็น 80% ของการใช้งานทั้งหมด ซึ่งทางอินทัช และบริษัทในเครือจะสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนวงในได้อย่างแน่นอน

"เรื่องดังกล่าวมีการเจรจามากกว่า 5-6 เดือน การร่วมลงทุนครั้งนี้ คือเคมี ตรงกันเพราะคิดว่าต่างคนต่างเอื้อประโยชน์ระหว่างกัน"

นายยอด กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน 3 ปีนับจากนี้จะนำบริษัทเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันรายได้มีการเติบโตถึง 2 เท่ามาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญมีพันธมิตรทั้งไทย และ ต่างประเทศเข้ามาร่วมทุน

"เรายังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในสัดส่วน 60% ที่เหลือเป็นของ อินทัช10% และ บริษัทญี่ปุ่น"

นายยอด ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบัน วงในดอทคอม มีข้อมูลร้านอาหาร ร้านสปา ร้านทำผม และอื่นๆ และ รีวิวของผู้ใช้จริงในฐานข้อมูลมากกว่า 2 แสนแห่ง ทำให้ในปัจจุบันวงในมีผู้ใช้งานมากกว่า 2 ล้านราย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถค้นหาร้านที่ต้องการ ติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อน อัพโหลดรูปถ่ายและเขียนติชมร้านอาหารที่เพิ่งไปใช้บริการมาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้นยังสามารถค้นหาร้านค้าแนะนำและบริการอื่นๆที่อยู่ใกล้ตัวของผู้ใช้งานผ่านการระบุตำแหน่งบนมือถือได้อีกด้วย

"ในปี 2558 วงในได้เปิดตัวบริการใหม่ 2 ตัว ได้แก่ Wongnai Beauty และ e-voucher โดย Wongnai Beauty เน้นให้บริการรีวิวเรื่องความสวย ความงามและสปา ซึ่งต่อยอดมาจากธุรกิจรีวิวร้านอาหาร ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากการตอบรับจากฐานลูกค้าเดิมที่มีความคุ้นเคยและเชื่อมั่นในแพลตฟอร์มของวงในอยู่แล้ว ส่วนธุรกิจ e-voucher ซึ่งเป็นการขาย voucher ส่วนลดร้านค้าต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชันก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน โดยธุรกิจ e-voucher นั้นเป็นการเริ่มต้นแผนที่จะขยายธุรกิจการให้บริการไปสู่การผสานธุรกิจจากออนไลน์ไปออฟไลน์ (Online to Offline: O2O) ในอนาคตต่อไป"

ขณะที่นายธนพงษ์ ณ ระนอง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริษัทร่วมทุน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การร่วมลงทุนกับ บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด ผู้พัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชันรีวิวร้านอาหารและไลฟ์สไตล์อันดับ 1 ของไทย ภายใต้ชื่อ Wongnai และ Wongnai Beauty โดยตั้งเป้าเพิ่มฐานสมาชิกและนำเสนอบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตมากขึ้น การลงทุนครั้งนี้นับเป็นรายที่ 9 และเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของ อินเวนต์ นับตั้งแต่ก่อตั้งมา นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกของการลงทุนรอบซีรีส์ B โดย VC (Venture Capital) ไทยในบริษัทสตาร์ต อัพ (Star tup) ไทย อีกด้วย โดยก่อนหน้านี้วงในเคยได้รับการลงทุนรอบแรก (Seed) และรอบซีรีส์ A ในปี 2556 และ 2557 จากนักลงทุนญี่ปุ่น

"นอกจากนี้ อินทัชสามารถนำพาวงในเข้าถึงฐานลูกค้าผู้ใช้โทรศัพท์มือถือของเอไอเอสที่มีกว่า 40 ล้านเลขหมายและธุรกิจ SMEs ที่ใช้บริการเครือข่ายของเอไอเอสอีกมากมายในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้า ขยายเครือข่ายและฐานข้อมูลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวงในให้มากยิ่งขึ้น ผมรู้สึกภูมิใจที่การลงทุนกับวงในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เป็นการลงทุนระดับซีรีส์ B โดย VC ไทยในบริษัทสตาร์ต อัพไทยอีกด้วย" นายธนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline