
มติบอร์ดผู้สูงอายุแห่งชาติ ขยายพักหนี้ผู้สูงอายุอีก 6 เดือน
มติบอร์ดผู้สูงอายุแห่งชาติ เคาะขยายโครงการพักหนี้ผู้สูงอายุอีก 6 เดือน ไฟเขียวให้คืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อน และเห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุระยะที่ 3 รับสังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ "จุรินทร์" กำชับทุกหน่วยงานดูแลเป็นกรณีพิเศษช่วงสถานการณ์โควิด
30 กรกฎาคม 2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ หรือ บอร์ดผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีการหารือเรื่องการดูแลผู้สูงอายุภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันและการขับเคลื่อนสังคมผู้สูงอายุไทย
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบขยายเวลาการพักชำระหนี้ของลูกหนี้กองทุนผู้สูงอายุต่อไปอีก 6 เดือน จากที่จะหมดเวลาในเดือน 30 ก.ย. 2564 ไปจนถึง 31 มี.ค. 2565
นอกจากนี้เรื่องการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซ้ำซ้อนกับสวัสดิการอื่นที่เคยเป็นประเด็นนั้นที่ประชุมได้มีมติตามคำวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คือ คืนเงินที่เรียกเก็บจากผู้สูงอายุที่รับเงินซ้ำซ้อนกับสวัสดิการอื่นซึ่งมีจำนวนประมาณ 1.5 หมื่นราย
พร้อมมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลังหาแนวทางดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือน หลังครม.พิจารณาเห็นชอบมติดังกล่าว รวมถึงถอนฟ้องหรือระงับการบังคับคดีในกรณี อปท.ที่ได้มีการดำเนินคดีเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไปแล้ว
ทั้งยังมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ เพื่อศึกษาแนวทางการกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ในการจ่ายเบี้ยยังชีพฯ แบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ
ทั้งยังเห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่3 (พ.ศ. 2566-2580) พร้อมรับสังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ ซึ่งประกอบแผนฯย่อย อาทิ การเตรียมความพร้อมของประชากรก่อนวัยสูงอายุ
การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุทุกมิติอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงปฏิรูปและบูรณาการระบบบริหารเพื่อรองรับสูงวัยอย่างมีคุณภาพ และเพิ่มศักยภาพการวิจัยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมรองรับสังคมสูงวัย
ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ยังได้กล่าวว่า คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติมีความห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้สูงอายุในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และจะกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคฯ ให้การดูแลผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ




