thansettakij
thansettakij
แย้มรัฐยังซ่อนหมัดเด็ด บริษัทใหญ่ลุยเปิด67โครงการมูลค่า1.2แสนล้าน

แย้มรัฐยังซ่อนหมัดเด็ด บริษัทใหญ่ลุยเปิด67โครงการมูลค่า1.2แสนล้าน

02 พ.ค. 59 | 06:00 น.
กูรูอสังหาฯ-ดีเวลลอปเปอร์มั่นใจหลังปิดฉากมาตรการกระตุ้น ธุรกิจอสังหาฯยังเดินหน้าต่อ ผอ.ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ แย้มรัฐบาลยังมีหมัดเด็ดซ่อนไว้ และเตรียมปล่อยในวาระต่อไป นายกสมาคมอาคารชุดเผยตลาดคอนโดมิเนียมจะถูกขับเคลื่อนโดยการเปิดตัวโครงการใหม่ จับตากลุ่มตลาดกลาง-ล่างกลับมาคึกคัก บริษัท ชั้นนำ 9-10 รายเตรียมเปิด 67 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ใน 3 เดือนแรกของปีนี้ ยอดเปิดขายใหม่ที่อยู่อาศัยของบริษัททั้งหลายในกรุงเทพ-ปริมณฑลนั้นลดลงทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม โดยในส่วนของบ้านจัดสรร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 หน่วยขายใหม่มียอดลดลงประมาณ 26% โดย ไตรมาส 1 ปีนี้เปิดขายประมาณ 50 โครงการ หน่วยรวมประมาณเกือบๆ 9,000 หน่วย ขณะที่ช่วงเดียวกันปีที่แล้วเปิดขาย 69 โครงการ หน่วยรวมประมาณ 12,000 หน่วย ลดลงประมาณ 3,000 หน่วย ขณะที่คอนโดมิเนียม ยอดเปิดใหม่ไตรมาสแรกปีนี้ 12,500 หน่วย จาก 36 โครงการ ส่วนไตรมาสแรกปี 2558 มีประมาณ 12,800 หน่วย จาก 37 โครงการ

สำหรับเดือนเมษายน 2559 บ้านจัดสรรเปิดใหม่ 1,900-2,000 หน่วย โดยพื้นที่ที่มีการเปิดขายใหม่มากสุดคือโซนนนทบุรีและสมุทรปราการ ส่วนคอนโดมิเนียมประมาณ 3,600 หน่วย ซึ่งถือว่าน้อยในแง่ของราคา ไตรมาสแรกปีนี้บ้านจัดสรรที่เปิดขายใหม่ มีประมาณ 8,900-9,000 หน่วย ส่วนใหญ่เป็นบ้านในระดับราคา 1-2 ล้านบาท ประมาณ 3,700 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 41% เห็นชัดว่าในไตรมาสแรกปีนี้บ้านราคา 1-2 ล้านบาทมีมากขึ้น สันนิษฐานว่าผู้ประกอบการทำโครงการเพื่อรองรับนโยบายภาครัฐและงานต่อไปคือดูแลผู้มีรายได้น้อย ส่วนหน่วยคอนโดฯจะเปิดในกรุงเทพประมาณ 63% นนทบุรี 26% ราคา หน่วยที่เปิดราคา 1-3 ล้าน มากที่สุด

ด้านข้อมูลโอนกรรมสิทธิ์ สามารถรวบรวมได้แค่ช่วง 2 เดือนแรก พบว่าลดลง แต่อยู่ในระนาบที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เพราะปลายปีที่แล้วมีตัวช่วยเพิ่มเข้ามา 2 ตัว คือ ราคาประเมิน ซึ่งราคาประเมินรอบใหม่ประกาศใช้เดือนมกราคม 2559 กับภาษีมรดก บังคับใช้ 1 กุมภาพันธ์ ปีนี้เช่นกัน 2. ปัจจัยบวกจากการลดหย่อน ทำให้ยอดปลายปีที่แล้วสูง ถัดมาเดือนมกราคมปีนี้ยอดไม่หวือหวา แต่มาพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากการสอบถามกรมที่ดินยอดดีมากในเดือนมีนาคม และเมษายนนี้

"คาดหลังจบมาตรการตลาดอสังหาฯก็ยังขับเคลื่อนต่อไปได้ มีการเร่งเปิดขายโครงการใหม่ๆ หลังช่วง 2-3 เดือนเปิดใหม่แค่ 10% เพราะทุ่มสรรพกำลังดันสต๊อคเก่า แต่อีก 8-9 เดือนจากนี้ไปจะเปิดอีก 80-90% และส่วนตัวผมรู้มาว่าภาครัฐยังมีแผนกระตุ้นใหม่ที่จะปล่อยออกมาในโอกาสต่อไป"นายสัมมากล่าว

ด้านนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย และกรรมการผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจพรีเมี่ยม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของภาครัฐด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลือ 0.01% ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558-28 เมษายน 2559 ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 3 แสนล้านบาท จากปกติคาดว่ามูลค่ารวมตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้น 1.1% แสดงให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

โดยประเมินจากตัวเลขยอดขายในไตรมาส1/58 ที่ตลาดอสังหาฯกรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีอัตราการเติบโตที่ประมาณ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 คิดเป็นมูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปี 2558 มียอดโอนสูงสุดในรอบหลายปี โดยในเดือนพฤศจิกายน 2558 มียอดโอน 5.1 หมื่นล้านบาท จำนวน 2.2 หน่วย เดือนธันวาคม 2558 ยอดโอนอยู่ที่ 7.9 หมื่นล้านบาท จำนวน 2.8 หมื่นหน่วย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมายังยอดโอนกรรมสิทธิ์ใน 2 เดือนแรกปี 2559

สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังหมดมาตรการ คาดว่าตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑลโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมจะถูกขับเคลื่อนโดยการเปิดตัวโครงการใหม่ จากกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ 9-10 รายที่มีมาร์เก็ตแชร์ 47% ซึ่งเน้นขายความต้องการในอนาคต (Future Demand) เนื่องจากโครงการที่ขายใหม่ในปี 2559 จะก่อสร้างแล้วเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้าหรือประมาณปี 2561

ทั้งนี้ คาดว่าในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปีจะมีการเปิดตัวคอนโดมีเนียมโครงการใหม่ทั้งหมดประมาณ 67 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท มุ่งเน้นกลุ่มกลาง-ล่าง ระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทเป็นหลัก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการนำที่ดินเก่ามาพัฒนาโครงการกันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ราคาทิ่ดินในปัจจุบันก็มีราคาสูงเกินกว่าที่จะนำมาพัฒนาโครงการ หรือหากพัฒนาได้ก็ต้องมีราคาขาย 3 แสนบาทต่อตร.ม. เพราะราคาขายที่ดินย่านซีบีดีในปัจจุบันอยู่ที่ 2 ล้านบาทต่อตร.ว. ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสินค้าในกลุ่มนี้ถูกดูดซับไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่มุ่งเน้นที่จะขายสต๊อกเก่า ดังนั้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีผู้ประกอบการจึงต้องเร่งสร้างยอดขายใหม่ในตลาดกลาง-ล่าง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,153 วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline