
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐปรับเพิ่ม
ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐฯปรับเพิ่มขึ้น แม้วโรงกลั่นจะลดกำลังการผลิตลง 22,000 บาร์เรลต่อวัน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน 16 กรกฎาคม 2564
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าโรงกลั่นจะลดกำลังการผลิตลง 22,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ 0.4% แล้วก็ตาม โดยปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 ก.ค. 64 ปรับเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่ม 3.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 877,000 บาร์เรล
- ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลทางเศรษฐกิจของจีนที่เติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาสที่ 2 โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการ แสดงค่า GDP ของจีนขยายตัว 7.9% ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสาตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.1% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการแพร่ระบาดของโควิด-19
- นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบ จากการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในการปรับเพิ่มกำลังการผลิต อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มโอเปกพลัสจะจัดประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานที่ตึงตัวหลังโรงกลั่นในเวียดนามจะปิดซ่อมบำรุงในเดือน ส.ค. อีกทั้งโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาใต้ประกาศเหตุสุดวิสัย เนื่องจากความไม่สงบทางการเมือง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ ถูกกดดันจากอุปสงค์ที่ยังจำกัดในภูมิภาค เนื่องจากการจำกัดการเดินทางเพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ท่ามกลางการนำเข้าน้ำมันดีเซลของฮ่องกงที่เพิ่มขึ้น
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 เดือนเมื่อคืนนี้ (15 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าปริมาณน้ำมันในตลาดอาจสูงขึ้นหลังจากซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) บรรลุข้อตกลงเพิ่มกำลังการผลิต นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของสต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐยังบ่งชี้ถึงการชะลอตัวลงของความต้องการเชื้อเพลิงในสหรัฐ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 1.48 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 71.65 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.2564
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.29 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 73.47 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.2564




