svasdssvasds

โปรแกรม "บอลยูโร2020" "อังกฤษ" vs "อิตาลี" รอบชิงชนะเลิศ เตะคืนนี้

11 ก.ค. 2564 เวลา 2:35 น. 12.5k

ตรวจสอบโปรแกรมและสถิติที่น่าสนใจ ก่อนการแข่งขัน "ฟุตบอลยูโร2020" ระหว่าง "อังกฤษ" พบ "อิตาลี" เตะคืนนี้ รอบชิงชนะเลิศ ทีมไหนจะได้เป็นแชมป์ยุโรป NBT2HD ถ่ายทอดสด 

วันที่ 11 ก.ค. 2564  ฐานเศรษฐกิจ เกาะติด โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 คืนนี้ รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง อังกฤษ กับ อิตาลี เตะที่สนามเวมบลีย์, กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ NBT2HD ถ่ายทอดสด ให้ชมเวลา 02.00 น.(ตามเวลาประเทศไทย) 

 

สถิติ เฮด-ทู-เฮด  

การพบกันของอังกฤษ กับ อิตาลี นั้นพบกันมาแล้วทั้งหมเ 27 ครั้ง เป็นฝ่ายอิตาลีที่สถิติเหนือกว่า โดยเอาชนะไปได้ถึง 11 ครั้ง เสมอกัน 8 ครั้ง และอังกฤษเป็นเอาฝ่ายชนะไปได้ 8 ครั้ง

แต่ในชัยชนะ 8 ครั้งของอังกฤษนั้น พบว่ายังไม่เคยเอาชนะ อิตาลี แม้แต่เกมเดียว ทั้งศึกฟุตบอลโลก และฟุตบอลยูโร โดยทำได้เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ 3 จาก 4 แมตช์ล่าสุด 

ยูโร2020 อังกฤษ พบ อิตาลี

เริ่มจาก ยูโร 1980 อิตาลี ชนะ 1-0 ด้วยประตูของ มาร์โก ตาร์เดลลี มิดฟิลด์สังกัด ยูเวนตุส เขี่ย อังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของ รอน กรีนวูด ตกรอบแบ่งกลุ่ม

ต่อมา ฟุตบอลโลก 1990 อิตาลี ย้ำแค้น อังกฤษ 2-1 แมตช์ชิงอันดับ 3 จากนั้นทั้งคู่โคจรมาพบกัน ในศึกยูโร 2012 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ปรากฏว่า อังกฤษ แพ้ดวลจุดโทษ

และการพบกันครั้งล่าสุด เฉพาะเมเจอร์ อิตาลี เอาชนะไป 2-1 ด้วยประตูของ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ กับ มาริโอ บาโลเตลลี ส่งผลให้ อังกฤษ ตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2014

อิตาลี 

เป็นทีมที่พังประตูคู่แข่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในศึกยูโร 2020 ครั้งนี้ที่ 12 ประตู เท่ากับ เดนมาร์ก โดยน้อยกว่า สเปน อันดับ 1 เพียง 1 ลูกเท่านั้น

อีกทั้งผู้ทำประตูยังกระจายกันไปถึง 6 คน คือ ชิโร อิมโมบิเล, ลอเรนโซ อินซินเญ, มานูเอล โลคาเตลลี, มัตเตโอ เปสซินา, เฟเดริโก เคียซา (คนละ 2 ประตู) และ นิโคโล บาเรลลา (1 ประตู) ส่วนอีก 1 ลูกมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ตุรกี ตั้งแต่นัดเปิดสนาม แสดงให้เห็นว่ามีการเข้าทำที่หลากหลาย ไม่ฝากความหวังเรื่องจบสกอร์ไว้ที่คนใดคนหนึ่ง และยังทำให้คู่แข่งจับทางยากด้วย

โปรแกรม "บอลยูโร2020" "อังกฤษ" vs "อิตาลี" รอบชิงชนะเลิศ เตะคืนนี้

ส่วนที่มาของการได้ประตูก็ค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งการต่อบอลเจาะเกมรับเข้าไปพังตาข่ายในเขตโทษ, เปิดลูกเซตพีซเข้าไปลุ้นหาทางสับไก, การยิงจากแถวสอง, เล่นเกมสวนกลับเร็ว รวมถึงอาศัยความสามารถเฉพาะตัวเพื่อหาจังหวะยิง น่าจะเป็นปัญหาหนักใจไม่น้อยสำหรับแนวรับคู่แข่ง

สำหรับเกมรับของอิตาลี แม้รอบแบ่งกลุ่ม จะไม่เสียประตูทั้ง 3 นัด แต่ตลอดรอบน็อกเอาต์ทั้ง 3 เกมที่ผ่านมา พวกเขาโดนเจาะรอบละ 1 ประตู ทั้งรอบ 16 ทีม ต่อเวลาพิเศษชนะ ออสเตรีย 2-1 จากลูกเตะมุม, รอบ 8 ทีม ชนะ เบลเยียม 2-1 จากจุดโทษซึ่งเกิดจากการทำฟาวล์ เฌเรมี โดกู ที่มีความเร็วสูง และรอบรองชนะเลิศ เสมอ สเปน 1-1 จากการโดนต่อบอลทำชิ่งเจาะแนวรับ ก่อนเอาตัวรอดดด้วยการดวลจุดโทษชนะ

การเสียประตูทั้ง 3 ครั้งของ "อัซซูรี" ถือเป็นวิธีการเข้าทำที่ อังกฤษ ถนัดเสียด้วย ดังนั้นกุนซือ โรแบร์โต มันชินี ต้องหาทางขันแนวรับให้แน่นหนายิ่งขึ้น หลังจากมีบทเรียนในรอบน็อกเอาต์ที่ผ่านมาแล้ว แต่คู่หูเสาหลักอย่าง จอร์โจ คิเอลลินี กับ เลโอนาร์โด โบนุชชี ที่มีอายุรวมกัน 70 ปี น่าจะงัดเอาประสบการณ์อันโชกโชนออกมาใช้รับมืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอน

โปรแกรม "บอลยูโร2020" "อังกฤษ" vs "อิตาลี" รอบชิงชนะเลิศ เตะคืนนี้

ผลงานของอิตาลีในบอลยูโร2020

  • รอบแบ่งกลุ่ม - ชนะ ตุรกี 3-0 / ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 3-0 / ชนะ เวลส์ 1-0
  • รอบ 16 ทีม - ต่อเวลาพิเศษชนะ ออสเตรีย 2-1 (เสมอ 0-0 ในเวลา 90 นาที)
  • รอบ 8 ทีม - ชนะ เบลเยียม 2-1
  • รอบรองชนะเลิศ - ดวลจุดโทษชนะ สเปน 4-2 (เสมอ 1-1 ในเวลา 120 นาที)

อังกฤษ 

แม้ช่วงแรกของทัวร์นาเมนต์จะผลิตสกอร์ได้น้อย แต่เมื่อจับจังหวะได้ก็ค่อยๆ มีประตูไหลมาเทมาจนยิงได้ 10 ลูก ตามติดมาในอันดับ 4 ต่อจาก อิตาลี และ เดนมาร์ก 

อย่างไรก็ตาม "สิงโตคำราม" ได้ประตูจากผู้เล่นเพียง 4 คน ซึ่ง แฮร์รี เคน กดไป 4 ลูก ส่วน ราฮีม สเตอร์ลิง ก็จัดไป 3 ลูกแรกในรายการนี้ เรียกได้ว่าทั้งคู่แบกความหวังในการใส่สกอร์เอาไว้ มีเพียง แฮร์รี แม็กไกวร์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มาช่วยแบ่งเบาภาระคนละ 1 ประตูจากการโหม่งลูกฟรีคิกและลูกเตะมุมในรอบ 8 ทีม ถล่ม ยูเครน 4-0

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า 10 ประตูของอังกฤษ เกิดขึ้นในกรอบเขตโทษทั้งหมด โดย 5 ลูกเกิดจากการเซตบอลเข้าทำ 3 ประตูมาจากลูกเซตพีซ ทั้งเตะมุม ฟรีคิก ตลอดจนจุดโทษซึ่งเกิดจากความสามารถเฉพาะตัวของ สเตอร์ลิง ที่เลี้ยงกินตัวแนวรับเดนมาร์กเพื่อวัดใจผู้ตัดสิน ก่อนประสบความสำเร็จ และอีก 2 ลูกมาจากการตัดบอลแล้วจู่โจมเร็ว นับว่าความหลากหลายอาจสู้ อิตาลี ไม่ได้

โปรแกรม "บอลยูโร2020" "อังกฤษ" vs "อิตาลี" รอบชิงชนะเลิศ เตะคืนนี้

อังกฤษ กลับมีประสิทธิภาพการจบสกอร์ที่เหนือกว่าจากการใช้โอกาสรวมกันเพียง 58 ครั้ง ขณะที่ "อัซซูรี" ใช้โอกาสเปลืองถึง 108 ครั้ง เป็นอันดับ 2 รองจาก สเปน แค่ 3 ครั้ง จึงน่าสนใจว่าแมตช์นี้ใครจะคมกว่ากัน

ส่วนเกมรับของ"สิงโตคำราม" เตรียมตัวสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้มาเป็นอย่างดี โดยวางรากฐานเกมรับอย่างแน่นหนาด้วยการใช้มิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติ 2 คนอย่าง คัลวิน ฟิลลิปส์ กับ ดีแคลน ไรซ์ เป็นตัวยืนคอยปัดกวาดหน้าแผงหลัง ซึ่งยืดหยุ่นได้ทั้งระบบแนวรับ 4 คน หรือปราการหลัง 3 คน จนกลายเป็นทีมแรกในศึกยูโร รอบสุดท้าย ที่ไม่เสียประตูตลอด 5 นัดแรก

สำหรับ 1 ประตูที่เสียให้ เดนมาร์ก ต้องยอมรับว่า มิคเคล ดามส์การ์ด ยิงฟรีคิกได้สมบูรณ์แบบจริงๆ แต่ก็เป็นประตูแรกจากลูกฟรีคิกที่เกิดขึ้นในยูโร 2020 ด้วย ทำให้ จอร์แดน พิคฟอร์ด กลายเป็นผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษที่ไม่เสียประตูติดต่อกันนานที่สุด 725 นาที ทำลายสถิติเดิมของ กอร์แดน แบงค์ส เมื่อ 55 ปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าหาก อิตาลี จะเจาะตาข่ายก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน

โปรแกรม "บอลยูโร2020" "อังกฤษ" vs "อิตาลี" รอบชิงชนะเลิศ เตะคืนนี้

ผลงานของอังกฤษในยูโร 2020

  • รอบแบ่งกลุ่ม - ชนะ โครเอเชีย 1-0 / เสมอ สกอตแลนด์ 0-0 / ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 1-0
  • รอบ 16 ทีม - ชนะ เยอรมนี 2-0
  • รอบ 8 ทีม - ชนะ ยูเครน 4-0
  • รอบรองชนะเลิศ - ต่อเวลาพิเศษชนะ เดนมาร์ก 2-1 (เสมอ 1-1 ในเวลา 90 นาที)

 

วิเคราะห์เกมนัดชิงชนะเลิศ

ลูกทีมของ โรแบร์โต มันชินี สร้างสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันมา 33 นัด ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2018 ยาวนานเกือบ 3 ปีแล้ว เหลืออีกเพียง 2 นัดก็จะเทียบเท่าสถิติโลกของ บราซิล (ปี 1993-1996) และ สเปน (ปี 2007-2009) ซึ่งยูโร 2020 รอบชิงชนะเลิศ ถือเป็นบันไดอีกขั้นที่ อิตาลี ต้องก้าวข้ามสู่การยืนหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว

แม้รอบน็อกเอาต์ทั้ง 3 นัดที่ผ่านมา "อัซซูรี" จะเสียประตูให้กับคู่แข่ง แต่ก็เป็นฝ่ายทำประตูขึ้นนำก่อนทุกครั้ง รวมถึง 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่มด้วย เรียกได้ว่าชั่วโมงนี้พวกเขาพร้อมเจอคู่แข่งทุกทีม

โปรแกรม "บอลยูโร2020" "อังกฤษ" vs "อิตาลี" รอบชิงชนะเลิศ เตะคืนนี้

กระนั้น อังกฤษ ก็คงไม่ยอมเป็นบันไดให้ อิตาลี ก้าวผ่านไปง่ายๆ เมื่อพวกเขาไม่แพ้ใครมา 12 นัดติดต่อกัน และเสมอเพียงครั้งเดียวในเกมรอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 กลุ่มดี ที่เจ๊า สกอตแลนด์ 0-0 โดยเสียไปเพียง 2 ประตูเท่านั้น

แม้จะไม่ค่อยชนะคู่แข่งแบบขาดลอย แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นทีมที่แพ้ยากเช่นกัน และยังเสียไปแค่ประตูเดียว น้อยกว่าทุกทีมในยูโร 2020 นอกจากนี้ยังเอาชนะ เยอรมนี ที่เคยเป็นงูเหลือมกับเชือกกล้วยมาได้ในรอบ 16 ทีม ทำให้ "สิงโตคำราม" ก็พร้อมชนคู่แข่งทุกรายเช่นกัน

 

ที่มาข้อมูล Google.com Uefa.com Livescore.com

ลิงค์ถ่ายทอดสด NBT2HD