
รมต.ท็อป เดือด ไม่โผล่หน้าไป โรงงานกิ่งแก้ว ไม่ใช่ไม่ทำงาน
รัฐมนตรี ทส. ท็อป - วราวุธ ศิลปอาชา แจง ไม่ลงพื้นที่ เหตุไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว ไม่ใช่ไม่ทำงาน สั่งกรมมลพิษ ส่งรถตรวจคุณภาพอากาศประจำจุด วัดค่ารายพื้นที่ พบอากาศโดยรวม ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
6 ก.ค. 2564 - จากเหตุไฟไหม้และระเบิดรุนแรง โรงงานย่านกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ' หมิงตี้เคมิคอล ' ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก พบ สารเคมี “สไตรีน โมโนเมอร์” ซึ่งเป็นสารเคมีอันตราย ต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ตั้งแต่ ช่วง 03.00 น.วานนี้ ก่อนช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายระดมกำลังจนเข้าดับเพลิง ปิดวาวล์ถังเคมีทั้งหมดไว้ได้เรียบร้อยแล้วนั้น
อย่างไรก็ตาม กลิ่น ควัน ที่หลงเหลือ จากการที่สารเคมีจำนวนมหาศาล ถูกเผาไหม้ ยังมีความเสี่ยง ต่ออันตรายต่อประชาชนโดยรอบพื้นที่ โดยเฉพาะ ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งตลอด 1 วันที่ผ่านมา พบสังคมเรียกร้องให้หน่วยงานราชการ กระทรวง กรม ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ ดูแลประชาชนโดยรอบ หนึ่งในนั้น มีการถามหา ถึงบุคคลในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเช่นกัน
ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊ก บัญชี TOP Varawut - ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา ระบุชี้แจงว่า ...
ไม่โผล่หน้าไป ไม่ใช่ไม่ทำงาน แต่สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงระดับนี้ หน้างานมีภาระล้นมือมากแล้ว ไม่ควรต้องแบ่งกำลังมาคอยต้อนรับนักการเมืองอีก
จึงขอแจ้งให้พี่น้องทุกท่านทราบว่า ผมได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ไปติดตั้งบริเวณเขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามเฝ้าระวังผลกระทบจากไฟไหม้โรงงาน หมิงตี้ เคมีคอล ตั้งแต่ทันทีที่เกิดเหตุ
หลายท่านจึงอาจไม่เห็นรถของหน่วยงานเราในที่เกิดเหตุ เพราะการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ไม่มีความจำเป็นต้องไปแย่งพื้นที่สื่อมวลชน - พื้นที่จอดรถ ที่ควรจะเก็บไว้ให้คนที่ปฏิบัติงานหน้างานครับ
สำหรับ สถานการณ์คุณภาพอากาศจังหวัดสมุทรปราการ หลังเหตุไฟไหม้ โรงงานหมิงตี้ เคมิคอล จำกัด โดย สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ 5 สถานี ได้แก่
1) ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง
2) ต.บางโปรง อ.เมือง
3) ต.ตลาด อ.พระประแดง
4) ต.ปากน้ำ อ.เมือง
5) ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง
พบอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยสรุปได้ดังนี้
PM2.5 เฉลี่ย 24 ชม. ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 5 – 22 มคก./ลบ.ม.
PM10 เฉลี่ย 24 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 11 – 36 มคก./ลบ.ม.
O3 เฉลี่ย 8 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ในช่วง 30-46 ppb
CO เฉลี่ย 8 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 0-0.52 ppm
NO2 เฉลี่ย 1 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 5-10 ppb
SO2 เฉลี่ย 1 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 0-7 ppb
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และแอปพลิเคชัน Air4Thai หากมีความคืบหน้าที่สำคัญ ผมจะคอยรายงานเป็นระยะครับ






