
ทำความรู้จัก "โรคหูดับ" อันตรายถึงชีวิต
ทำความรู้จักกับ "โรคหูดับ" เชื้อแบคทีเรียในสุกร ใครชอบกินเนื้อหมูดิบ เสี่ยงหูหนวกถาวร อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
โรคหูดับ หรือ โรคไข้หูดับ ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้หลังปรากฏข่าวว่า มีอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเสียชีวิตเนื่องจากใช้มือที่เป็นแผลหั่นหมูเพื่อทำหมูกะทะทำให้เชื้อเข้าไปในกระแสเลือด กระทั่งป่วยเป็นไข้หูดับและเสียชีวิต ฐานเศรษฐกิจ พาไปทำความรู้จักกับโรคนี้กัน โดยศูนย์โรคติดเชื้อโรงพยาบาลสินแพทย์ได้เผยแพร่ข้อมูลเอาไว้เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 ให้ความรู้ของ "โรคหูดับ" นี้ไว้ ดังนี้
โรคหูดับ หรือ โรคติดเชื้อสเตรฟโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus Suis) เป็นโรคที่เกิดในสุกร เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปกติจะอยู่ในสุกรเกือบทุกตัว ฝังอยู่ในต่อมทอนซิลของสุกรแต่ไม่ได้ก่อให้เกิดโรค แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอ เครียด หรือ ป่วย โรคจะไปกดภูมิคุ้มกัน แบคทีเรียตัวนี้จะเพิ่มจำนวนและทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดและทำให้หมูป่วย และตายได้
โรคหูดับ สามารถเข้าสู่ร่างากยของคนได้ 2 ทาง คือ
1.การบริโภคเนื้อสุกร เครื่องในสุกร หรือ เลือด ที่ไม่ผ่านการทำให้สุก เช่น ลาบ ลู่ ปิ้งย่างที่ไม่สุก
2.ผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา จากการสัมผัสโรค หรือ สุกรที่เป็นโรค
อาการของผู้ป่วยโรคหูดับ
ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้วภายใน 3 วันจะมีอาการ ดังนี้
- มีไข้สูง
- ปวดเมื่อยตามตัว
- ปวดศีรษะ
- เวียนศีรษะ
- ปวดตามข้อ
- มีจ้ำเลือดตามตัว ตามผิวหนัง
- ซึม
- คอแข็ง
- ชัก
- มีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึก
เมื่อเชื้อเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง และ กระแสเลือด
- ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- ข้ออักเสบ
- ม่านตาอักเสบ
และเนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอยู่ใกล้กับประสาทหูชั้นในทั้งสองข้างเชื้อจึงสามารถลุกลามจึงทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้
- เกิดหนองบริเวณปลายประสาทรับเสียง และ ปลายประสาททรงตัว
- ทำให้หูตึง หูดับ
- จนกระทั่ง หูหนวก
- เวียนศีรษะ และ เดินเซตามมาได้
อาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใน 14 วันหลังจากเริ่มมีอาการไข้และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีผู้ป่วยจะเสียการได้ยิน และอาจเสียชีวิตในเวลาต่อมา
การป้องกัน โรคหูดับ
- ไม่รับประทานเนื้อหมูที่ไม่สุก
- ไม่กินหมูป่วย หรือ หมูที่ตายจากโรค และ ควรเลือกบริโภคหมูที่มาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน
- สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบู๊ต ถุงมือ เพื่อป้องกันการสัมผัสโรคจากกุกรที่ป่วย
- ล้างมือ ล้างเท้า หรือ อาบน้ำให้สะอาดหลังสัมผัสสุกร
- เมื่อมีแผลต้องระวังในการสัมผัสสุกร
- กำจัดเชื้อจากฟาร์ม ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้สุกรป่วย
ข้อมูลจากโรงพยาบาลสินแพทย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






