
ค้าปลีกเมินเศรษฐกิจแห่ลงทุน ทุนไทย-เทศหว่านเม็ดเงินปูพรมขยายสาขาทั่วไทย
เมินกระแสเศรษฐกิจซบ ทุนค้าปลีกไทย-เทศทุ่มเงินขยายสาขาสะพรั่งทั่วไทย “ฟู้ดแลนด์” เทงบกว่า 200 ล้านผุดสาขากลางเมืองโคราชในเทอร์มินอล 21ใหญ่สุดในประเทศ ก่อนเปิดแห่งที่ 4 ย่านพระราม 3 ขณะที่ “เทสโก้ – บิ๊กซี” เมินภัยแล้งฉุดรายได้รากหญ้าลด ปักหมุดผุดสาขาตามหัวเมืองใหญ่ เช่นเดียวกับโรบินสัน ด้านเอ็มบีเค กรุ๊ปฯ ประกาศอัดงบ 6 พันล้านใน 3 ปี ลงทุนธุรกิจในเครือ พร้อมซินเนอร์ยี่ สร้างการเติบโตในระยะยาว
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกที่มีแนวโน้มว่ายังไม่มีการเติบโต และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังครึ่งปีหลัง จากปัจจัยรอบด้านทั้งการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศ การบริโภคในประเทศ รวมถึงภัยแล้งที่สร้างปัญหาหนักให้กับเกษตรกร แต่ล่าสุดยังพบว่าผู้ประกอบการในธุรกิจค้าปลีกทั้งของคนไทยและต่างชาติ ยังคงขยายสาขาต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดทำเลทอง เตรียมพร้อมรองรับเมื่อผู้บริโภคมีความมั่นใจและกำลังซื้อกลับคืนมา
โดยนายสมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล ประธานกรรมการ บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาเก็ต จำกัด ผู้บริหาร”ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปีนี้บริษัทขยายสาขาใหม่ 4 แห่ง โดยเปิดไปแล้ว 2 แห่ง คือ เดอะ สตรีท รัชดา และ เดอะ ไบร์ท พระราม 2 และช่วงไตรมาส 3 จะเปิดอีก 1 แห่งที่เทอร์มินอล 21 โคราช ซึ่งที่นี่จะเป็นฟู้ดแลนด์ฯ สาขาใหญ่ที่สุดในประเทศมีพื้นที่กว่า 3 พันตรม. ใช้เงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท และในปลายปีจะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 1 แห่งย่านพระราม 3
“ปีนี้ถือเป็นปีที่เราขยายสาขามาก เพราะการแข่งขันที่รุนแรง หากไม่ขยายก็ไม่ได้ เมื่อมีทำเลที่ดีก็ต้องรีบขยาย เช่นที่โคราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่รองจากกรุงเทพฯ มีกำลังซื้อสูง และเป็นประตูสู่อีสาน เป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ อีกทั้งทำเลที่ตั้งของเทอร์มินอล 21 โคราช ถือเป็นทำเลที่ดีมาก การก่อสร้าง ตกแต่ง รวมถึงความพร้อมต่างๆ ดีมาก”
ขณะที่นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช กล่าวว่า บริษัทใช้เงินลงทุนกว่า 6 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัย บนพื้นที่ 32 ไร่ ริมถนนมิตรภาพ บริเวณ 3 แยกโคราช-หนองคาย เขตเทศบาลนครราชสีมามีพื้นที่ช้อปปิ้งกว่า 2 แสนตรม. สูง 7 ชั้น มีที่จอดรถกว่า 2.5 พันคัน โดยมีทั้ง SF ซีนีม่า สวนสนุก ซูเปอร์มาร์เก็ต ไอซ์สเกต เป็นต้น ซึ่งใหญ่กว่าสาขาอโศก กรุงเทพมหานคร 3 เท่าตัว เพื่อรองรับกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาใหม่ที่พัทยา และขอนแก่นด้วย
ด้านนายจอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่ไม่ต่ำกว่า 65 แห่งมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นสาขาขนาดเล็ก ในรูปแบบเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส รวมทั้งยังปรับปรุงสาขาเดิมอีก 18 แห่ง และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับกำลังซื้อของผู้บริโภคเมื่อเริ่มมีความเชื่อมั่นและออกมาจับจ่ายซื้อสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง
เช่นเดียวกับนางสาววารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่ดีขึ้นและได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ส่งผลให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดลดลง แต่เพื่อรักษาฐานลูกค้าทำให้บริษัทต้องเร่งรุกทำตลาดเพิ่มขึ้นด้วยการตอกย้ำนโยบายด้านราคา ขณะเดียวกันก็ยังจำเป็นต้องเดินหน้าขยายการลงทุน โดยปีนี้บริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่ 84 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 6 แห่ง บิ๊กซีมาร์เก็ต 3 แห่ง มินิบิ๊กซี 75 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าปีก่อน โดยสาขาใหม่อาทิ ไฮเปอร์มาร์เก็ตจะกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ ขณะที่มินิบิ๊กซี จะเป็นการขยายในรูปแบบของแฟรนไชส์จำนวน 50 แห่ง
นายอลัน ทอมสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทจะใช้งบลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท สำหรับการขยายสาขาใหม่ 14 แห่งเฉลี่ยสาขาละ 1 พันล้านบาท ตลอดระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ (พ.ศ. 2559-2563) และงบลงทุนอีกกว่า 2.5 พันล้านบาท สำหรับการรีโนเวทสาขาต่างๆ อีก 20 แห่ง โดยในปีนี้จะใช้งบลงทุน 1.6 พันล้านบาท สำหรับขยายสาขาใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรบินสัน นครศรีธรรมมูลค่า 550 ล้านบาท จะเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมนี้ อีกแห่งได้แก่ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลพบุรี มูลค่า 1.4 พันล้านบาท จะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้
นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก อาหาร อสังหาริมทรัพย์แล้ว โรงแรม ฯลฯ กล่าวว่า 3 ปีนับจากนี้บริษัทมีแผนใช้เงินลงทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจในเครือราว 5-6 พันล้านบาท โดยเบื้องต้นในปีนี้จะใช้เงิน 2 พันล้านบาท สำหรับลงทุนใน 2 กลุ่มธุรกิจได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก 1 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างสกาย วอล์ก เชื่อมต่อจากแยกปทุมวันและโครงสร้างภายนอกอาคาร โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้
ส่วนอีก 1 พันล้านบาท จะใช้ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ โครงการพัฒนาที่ดินในย่านปทุมธานีเป็นหมู่บ้านจัดสรร 2 โครงการ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายการลงทุนคอนโดมิเนียม แนวราบสูง 8 ชั้นของโครงการเดอะนาย มูลค่าโครงการ1 พันล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างช่วงปลายปี และมีแผนจะขึ้นคอนโดมิเนียมอาคารสูง 30 ชั้น จำนวน 400 หน่วย บนพื้นที่ 2.5 ไร่ บริเวณถนนสุขุมวิท 101 มูลค่าการลงทุน 1.5 พันล้านบาท เบื้องต้นอยู่ระหว่างการยื่นขอ EIA
“นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น รวมทั้งการซินเนอร์ยี่ระหว่างบริษัทในเครือให้มีการทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในทุกด้าน ทั้งในด้านกลยุทธ์ ระบบการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพ”
อย่างไรก็ตามภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกปัจจุบันรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของภาพรวมการเติบโตของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมานั้น มีการเติบโตดีเป็นตัวเลขที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์ราว 50-60% โดยในปีนี้บริษัทได้เตรียมสร้างลอยัลตีโปรแกรมต่างๆออกมากระตุ้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวไทยเพิ่ม เนื่องจากปัจจุบันศูนย์การค้าเอ็ม บี เค มีจุดเด่นเรื่องของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาช็อปปิ้งในศูนย์จำนวนมาก ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าชาวไทยไม่ค่อยเข้ามาจับจ่าย ดังนั้นจึงต้องมีการกระตุ้นการจับจ่าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,152 วันที่ 28 - 30 เมษายน พ.ศ. 2559
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกที่มีแนวโน้มว่ายังไม่มีการเติบโต และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังครึ่งปีหลัง จากปัจจัยรอบด้านทั้งการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศ การบริโภคในประเทศ รวมถึงภัยแล้งที่สร้างปัญหาหนักให้กับเกษตรกร แต่ล่าสุดยังพบว่าผู้ประกอบการในธุรกิจค้าปลีกทั้งของคนไทยและต่างชาติ ยังคงขยายสาขาต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดทำเลทอง เตรียมพร้อมรองรับเมื่อผู้บริโภคมีความมั่นใจและกำลังซื้อกลับคืนมา
โดยนายสมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล ประธานกรรมการ บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาเก็ต จำกัด ผู้บริหาร”ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปีนี้บริษัทขยายสาขาใหม่ 4 แห่ง โดยเปิดไปแล้ว 2 แห่ง คือ เดอะ สตรีท รัชดา และ เดอะ ไบร์ท พระราม 2 และช่วงไตรมาส 3 จะเปิดอีก 1 แห่งที่เทอร์มินอล 21 โคราช ซึ่งที่นี่จะเป็นฟู้ดแลนด์ฯ สาขาใหญ่ที่สุดในประเทศมีพื้นที่กว่า 3 พันตรม. ใช้เงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท และในปลายปีจะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 1 แห่งย่านพระราม 3
“ปีนี้ถือเป็นปีที่เราขยายสาขามาก เพราะการแข่งขันที่รุนแรง หากไม่ขยายก็ไม่ได้ เมื่อมีทำเลที่ดีก็ต้องรีบขยาย เช่นที่โคราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่รองจากกรุงเทพฯ มีกำลังซื้อสูง และเป็นประตูสู่อีสาน เป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ อีกทั้งทำเลที่ตั้งของเทอร์มินอล 21 โคราช ถือเป็นทำเลที่ดีมาก การก่อสร้าง ตกแต่ง รวมถึงความพร้อมต่างๆ ดีมาก”
ขณะที่นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช กล่าวว่า บริษัทใช้เงินลงทุนกว่า 6 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัย บนพื้นที่ 32 ไร่ ริมถนนมิตรภาพ บริเวณ 3 แยกโคราช-หนองคาย เขตเทศบาลนครราชสีมามีพื้นที่ช้อปปิ้งกว่า 2 แสนตรม. สูง 7 ชั้น มีที่จอดรถกว่า 2.5 พันคัน โดยมีทั้ง SF ซีนีม่า สวนสนุก ซูเปอร์มาร์เก็ต ไอซ์สเกต เป็นต้น ซึ่งใหญ่กว่าสาขาอโศก กรุงเทพมหานคร 3 เท่าตัว เพื่อรองรับกำลังซื้อของผู้บริโภคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาใหม่ที่พัทยา และขอนแก่นด้วย
ด้านนายจอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่ไม่ต่ำกว่า 65 แห่งมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นสาขาขนาดเล็ก ในรูปแบบเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส รวมทั้งยังปรับปรุงสาขาเดิมอีก 18 แห่ง และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อรองรับกำลังซื้อของผู้บริโภคเมื่อเริ่มมีความเชื่อมั่นและออกมาจับจ่ายซื้อสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง
เช่นเดียวกับนางสาววารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่ดีขึ้นและได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ส่งผลให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดลดลง แต่เพื่อรักษาฐานลูกค้าทำให้บริษัทต้องเร่งรุกทำตลาดเพิ่มขึ้นด้วยการตอกย้ำนโยบายด้านราคา ขณะเดียวกันก็ยังจำเป็นต้องเดินหน้าขยายการลงทุน โดยปีนี้บริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่ 84 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 6 แห่ง บิ๊กซีมาร์เก็ต 3 แห่ง มินิบิ๊กซี 75 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าปีก่อน โดยสาขาใหม่อาทิ ไฮเปอร์มาร์เก็ตจะกระจายอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ ขณะที่มินิบิ๊กซี จะเป็นการขยายในรูปแบบของแฟรนไชส์จำนวน 50 แห่ง
นายอลัน ทอมสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทจะใช้งบลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท สำหรับการขยายสาขาใหม่ 14 แห่งเฉลี่ยสาขาละ 1 พันล้านบาท ตลอดระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ (พ.ศ. 2559-2563) และงบลงทุนอีกกว่า 2.5 พันล้านบาท สำหรับการรีโนเวทสาขาต่างๆ อีก 20 แห่ง โดยในปีนี้จะใช้งบลงทุน 1.6 พันล้านบาท สำหรับขยายสาขาใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรบินสัน นครศรีธรรมมูลค่า 550 ล้านบาท จะเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมนี้ อีกแห่งได้แก่ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลพบุรี มูลค่า 1.4 พันล้านบาท จะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้
นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก อาหาร อสังหาริมทรัพย์แล้ว โรงแรม ฯลฯ กล่าวว่า 3 ปีนับจากนี้บริษัทมีแผนใช้เงินลงทุนสำหรับกลุ่มธุรกิจในเครือราว 5-6 พันล้านบาท โดยเบื้องต้นในปีนี้จะใช้เงิน 2 พันล้านบาท สำหรับลงทุนใน 2 กลุ่มธุรกิจได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก 1 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างสกาย วอล์ก เชื่อมต่อจากแยกปทุมวันและโครงสร้างภายนอกอาคาร โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้
ส่วนอีก 1 พันล้านบาท จะใช้ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ โครงการพัฒนาที่ดินในย่านปทุมธานีเป็นหมู่บ้านจัดสรร 2 โครงการ นอกจากนี้ยังมีแผนขยายการลงทุนคอนโดมิเนียม แนวราบสูง 8 ชั้นของโครงการเดอะนาย มูลค่าโครงการ1 พันล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างช่วงปลายปี และมีแผนจะขึ้นคอนโดมิเนียมอาคารสูง 30 ชั้น จำนวน 400 หน่วย บนพื้นที่ 2.5 ไร่ บริเวณถนนสุขุมวิท 101 มูลค่าการลงทุน 1.5 พันล้านบาท เบื้องต้นอยู่ระหว่างการยื่นขอ EIA
“นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น รวมทั้งการซินเนอร์ยี่ระหว่างบริษัทในเครือให้มีการทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในทุกด้าน ทั้งในด้านกลยุทธ์ ระบบการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพ”
อย่างไรก็ตามภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกปัจจุบันรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของภาพรวมการเติบโตของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมานั้น มีการเติบโตดีเป็นตัวเลขที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์ราว 50-60% โดยในปีนี้บริษัทได้เตรียมสร้างลอยัลตีโปรแกรมต่างๆออกมากระตุ้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวไทยเพิ่ม เนื่องจากปัจจุบันศูนย์การค้าเอ็ม บี เค มีจุดเด่นเรื่องของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาช็อปปิ้งในศูนย์จำนวนมาก ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าชาวไทยไม่ค่อยเข้ามาจับจ่าย ดังนั้นจึงต้องมีการกระตุ้นการจับจ่าย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,152 วันที่ 28 - 30 เมษายน พ.ศ. 2559






