
ครม.ไฟเขียว 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 64
ครม.ไฟเขียว 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 64 ป้องกัน-ลดความเสียหายจากภัยพิบัติในฤดูฝน พร้อมกำหนดแผนการจัดสรรน้ำ-การใช้น้ำฝนสำหรับภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและการอุปโภคบริโภค
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.64 ที่ผ่านมา และคาดว่า พายุหมุนเขตร้อนจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จำนวน 2-3 ลูกที่จะเคลื่อนผ่านบริเวณบริเวณภาคอีสานและภาคเหนือในช่วงเดือนสิงหาคม หรือ กันยายน ในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้มีฝนตกชุกหนาแน่น เพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์สภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.ได้เห็นชอบมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือ ป้องกัน และลดความเสียหายจากการเกิดภัยพิบัติในฤดูฝนซึ่งประมาณการปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 มีปริมาณน้ำรวม 38,722 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 47 ของความจุ) และเมื่อเข้าฤดูฝนจะมีการใช้น้ำเพิ่มขึ้นเป็น 96,249 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำถึง 57,527 ล้านลูกบาศก์เมตร
ดังนั้น สทนช. จึงกำหนดแผนการจัดสรรน้ำในฤดูฝน และมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 ดำเนินการควบคู่กันไปโดยแผนการจัดสรรน้ำในฤดูฝน กำหนดให้ใช้น้ำฝนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นหลักเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน โดยแบ่งประเภทการใช้น้ำ ดังนี้
1.การอุปโภคบริโภค รวม 3,429 ล้านลูกบาศก์เมตร
2.การรักษาระบบนิเวศ รวม 12,888 ล้านลูกบาศก์เมตร
3.การเกษตรกรรม รวม 78,905 ล้านลูกบาศก์เมตร
4.การอุตสาหกรรม รวม 1,027 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนพื้นที่จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรฤดูฝน กรมส่งเสริมการเกษตร ได้คาดการณ์พื้นที่ปลูกพืชฤดูฝนปี 2564 ดังนี้
1.ในเขตชลประทาน มีจำนวน 11.56 ล้านไร่ แบ่งเป็น
- นารอบที่ 1 (นาปี) จำนวน 10.62 ล้านไร่
- พืชไร่ จำนวน 6.1 แสนไร่
- พืชผัก จำนวน 3.2 แสนไร่
2.นอกเขตชลประทาน มีจำนวน 61.49 ล้านไร่ แบ่งเป็น
- นารอบที่ 1 (นาปี) จำนวน 48.95 ล้านไร่
- พืชไร่ จำนวน 11.75 ล้านไร่
- พืชผัก จำนวน 7.9 แสนไร่
10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2564 มีดังนี้
1.คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ โดยปรับปรุงข้อมูลทุกสิ้นเดือน
2.บริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลากตั้งแต่ 1 เม.ย.-15 ส.ค.64
3.ปรับปรุงเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และเขื่อนระบายน้ำ ให้เสร็จภายใน 30 เม.ย.64
4.ซ่อมแซมปรับปรุงอาคารชลศาสตร์และระบบระบายน้ำ ให้พร้อมใช้งานภายใน 30 มิ.ย.64
5.ปรับปรุงและแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ ให้เสร็จภายใน 30 มิ.ย.64
6.ขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา ให้เสร็จภายใน 30 มิ.ย.64
7.เตรียมความพร้อมและวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ ให้เสร็จภายใน 30 มิ.ย.64
8.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำตลอดระยะเวลาฤดูฝน
9.สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมความพร้อม ตลอดระยะเวลาฤดูฝน
10.ติดตามประเมินผลและปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย ตลอดระยะเวลาฤดูฝน
นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการตามมาตรการดังกล่าวด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ครม.เคาะ 6.6 หมื่นล้าน ลุย "Big Rock ปฏิรูปประเทศ"
- มติครม. เคาะ “เยียวยาโควิด” ลดเงินสมทบประกันสังคม ม.33 - ม.39 นาน 3 เดือน
- ด่วน!ครม.อนุมัติ "พรก.กู้เงิน"เพิ่ม 7 แสนล้าน รับมือโควิดระลอกใหม่
- กทม.อัพเดทไทม์ไลน์สถานที่เสี่ยงโควิด-19 วันที่ 4 - 15 พ.ค.
- สภาพอากาศวันนี้ - 23 พ.ค.ทั่วไทยฝนตกต่อเนื่อง ภาคใต้คลื่นสูง 2 เมตร






