
ศาลพิพากษาคดี ทุจริตโครงการ ม.33 เรารักกัน รับแลกสิทธิ์เป็น “เงินสด” ฟันโทษ 3 ใน 7 ราย
ไม่รอด ! ศาลพิพากษา ลงโทษบุคคล 3 ใน 7 ราย โพสต์เชิญชวนรับซื้อขายสิทธิ โครงการ ม33 เรารักกัน เป็นเงินสด หลังทีมกฎหมายสำนักงานประกันสังคม ร้องเอาผิด
พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.รณชัย จินดามุข ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และนางสาวลัดดา แซ่ลี้ ผู้อำนวยการ สำนักสิทธิประโยชน์ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม ร่วมแถลงข่าว เกี่ยวกับผลการดำเนินคดีของศาลพิพากษาผู้กระทำผิดเงื่อนไข โครงการ ม.33เรารักกัน พร้อมลงโทษทั้งจำทั้งปรับ
โดยผู้ต้องหา 3 ราย ซึ่งเป็นร้านค้าที่ชักชวนผ่านแอปพลิเคชัน เฟซบุ๊ก ให้ผู้มีสิทธิ์ตามโครงการเรารักกัน แลกสิทธิ์เป็นเงินสด แทนการซื้อของจากร้านค้า ถูกศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษา ให้จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี และยังให้คืนเงิน 500 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมทีมกฎหมายสำนักงานประกันสังคม เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาที่ทุจริตในโครงการ “เรารักกัน”
ซึ่งสำนักงานประกันสังคม ได้ประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสั่งการให้ พลตำรวจตรีรณชัย จินดามุข ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1, พลตำรวจตรีออมสิน ตรารุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 และตำรวจในสังกัด สืบสวน ทางสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อแสวงหาพยานหลักฐาน และระบุตัวผู้กระทำความผิด
จนเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 สำนักงานประกันสังคม ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่กระทำการโดยทุจริตผิดเงื่อนไขของโครงการเรารักกัน โดยมีพันตำรวจโทอนิรุทธิ์ พูลสวัสดิ์ สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ผลการสืบสวนพบผู้กระทำผิด 7 ราย
และเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 มีผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวน 3 ราย ตามหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาซึ่งให้การรับสารภาพ 3 ราย ไปยังศาลแขวงพระนครเหนือ เพื่อให้พนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาต่อศาล ก่อนศาลแขวงพระนครเหนือ มีคำพิพากษาดังกล่าว
นอกจากนี้ นางสาวลัดดา ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกันตนที่มีสิทธิ์ตามโครงการเรารักกัน ขออย่าได้หลงเชื่อการประกาศเชิญชวนรับแลกสิทธิ์เป็นเงินสดโดยไม่ได้มีการซื้อสินค้าหรือบริการจริง เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อร้านค้าที่เป็นมิจฉาชีพ
ส่วนความผิดกรณีที่เป็นร้านค้าอาจได้รับโทษทางอาญาทั้งจำและปรับ ขณะที่ผู้ที่นำสิทธิ์ไปแลกเป็นเงินสด ก็อาจเข้าข่ายร่วมกันกระทำความผิดฐานฉ้อโกงด้วย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง






