thansettakij
thansettakij
เร่งแก้ก่อน “พัง” ทั้งระบบ จดหมายเปิดผนึกจากบุคลากรการแพทย์ถึงนายกฯ

เร่งแก้ก่อน “พัง” ทั้งระบบ จดหมายเปิดผนึกจากบุคลากรการแพทย์ถึงนายกฯ

24 เม.ย. 64 | 19:44 น.
อัปเดตล่าสุด :26 เม.ย. 64 | 05:47 น.

กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์กว่า ..... ราย ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ใกล้ทำระบบสาธารณสุขล้มเหลวทั้งระบบ เผย 7 ข้อเสนอปรับระบบบริหารจัดการ ก่อนทุกอย่างสายเกินแก้

25 เมษายน 2564 กลุ่มบุคลากรการแพทย์ นำโดย ..... ได้ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี แนบรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์จำนวน .... ที่ร่วมเสนอ แนวทางในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ และ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเนื้อหาของจดหมายดังกล่าวมีรายละเอียด ดังนี้

กราบเรียน นายกรัฐมนตรี

สิ่งที่มาด้วย รายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมเสนอ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ เวลานี้ กำลังดำเนินไปด้วยความรุนแรงและรวดเร็ว อันอาจจะนำมาซึ่งความล้มเหลวต่อการระบบสาธารณสุขโดยรวม ซึ่งมีผลต่อชีวิตและสุขอนามัยของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า แต่หลังจากการชี้แจงของผู้นำประเทศและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขหลายครั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ขาดซึ่งวุฒิภาวะที่มิอาจนำมาซึ่งความไว้วางใจต่อการดูแลชีวิตของบุคลากรทางสาธารสุขและประชาชนได้

ทางกลุ่มฯ จึงมีข้อเสนอต่อทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ดังนี้

1.ขอให้ทางนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับการดูแลสถานการณ์นี้โดยตรงอย่างใกล้ชิด และเชื่อข้อมูลจากหลักฐานทางการแพทย์ที่มาจากหลากหลายด้านขององค์กรวิชาชีพที่มีอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งภาคเอกชนซึ่งพร้อมจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับรัฐบาล สิ่งใดที่ยังไม่สามารถรับรองความปลอดภัยต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนได้ ขอให้ชะลอและทำการสืบค้นหลักฐานให้แน่นอน พร้อมทั้งวางระบบการดูแลก่อนดำเนินการต่อ และเปิดเผยรายงานสถิติข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียดเพื่อเป็นทางเลือกของประชาชน

2.ขอเสนอให้มีการประกาศการปิดพื้นที่ (lock down) ในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสมโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นวงกว้างและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวด รวมทั้งปิดกิจการ กิจกรรมอื่นที่ไม่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตพื้นฐานออกไปเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์

3.ขอให้เพิ่มขีดความสามารถของการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 การติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วยขณะรอเตียงของโรงพยาบาล ถึงการส่งต่อเมื่อมีความจำเป็นที่ต้องย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่เหมาะสมกับความรุนแรง ณ ขณะนั้น  เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าการบริหารงานในช่วงเวลาวิกฤตที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอยู่นั้น “ล้มเหลวและต้องแลกมาด้วยชีวิตของประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษาได้อย่างเท่าเทียม” โดยนำเสนอผลงานการบรรลุเป้าหมายนั้นต่อประชาชนทุก 24 ชั่วโมง ทางสื่อทุกช่องทางที่ภาครัฐจะสามารถจัดหาได้ เช่น ร้อยละของจำนวนผู้ป่วยที่สามารถคัดกรองและนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้ผ่านทางสายด่วน 1668 ได้ภายใน 24 ชั่วโมง จำนวนยอดผู้ป่วยที่ยังตกค้างที่บ้าน จำนวนหรือร้อยละของผู้ป่วยที่ถูกแบ่งเป็นกลุ่มสีเขียว สีเหลือง และสีแดง ณ ปัจจุบัน เป็นต้น ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยและเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้ชัดเจน

4.การกักตัวเองที่บ้านของผู้ป่วย (home quarantine) ทั้งขณะก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและหลังออกจากโรงพยาบาล (ตามประกาศของกรมการแพทย์ฉบับวันที่ 24 เมษายน 2564) นั้น มีปัจจัยเกี่ยวข้องที่อาจจำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล ได้แก่ ระบบการตรวจสอบอาการและอาการแสดงและการนำส่งโรงพยาบาลเมื่อจำเป็น สถานที่ที่เอื้ออำนวย บุคคลที่สามารถดูแลผู้ป่วยนอกเขตกักตัว ระบบติดตามผู้ป่วยในกรณีฝ่าฝืนและความรู้ความเข้าใจของผู้อื่นในชุมชน มิฉะนั้น ระบบการกักตัวที่บ้านอาจไม่สัมฤทธิ์ผลและส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้น

5.ขอให้คำนึงถึงการบริหารจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยภายใต้ทรัพยากรทางสาธารณสุขที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะทรัพยากรบุคคลซึ่งไม่สามารถหามาทดแทนได้ จำนวนของเตียงโรงพยาบาลสนาม มิได้สะท้อนว่าการดูแลผู้ป่วยดีมากน้อยเท่าไร หากบุคลากรหรือระบบรองรับด้านอื่นยังไม่สามารถเชื่อมให้ถึงกันได้ ความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรในภาวะนี้ย่อมสะท้อนความเป็นมืออาชีพของผู้บริหารประเทศได้โดยแท้

6.ขอให้ทาง ฯพณฯ แถลงแผนการการฉีดวัคซีนแต่ละยี่ห้อที่กำลังจะได้รับอย่างละเอียด รวมทั้งแผนการจัดการเชิงระบบอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความมั่นใจต่อภาคประชาชน และเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกหรือสื่อมวลชนซักถามเพิ่มเติม ซึ่งจะสะท้อนถึงศักยภาพของรัฐบาลที่มีการเตรียมแผนสำรองต่างๆไว้ล่วงหน้า

7.ขอให้หยุดบั่นทอนกำลังใจบุคลากรทางสาธารณสุขทั้งทางกายและทางวาจา จากผู้มีอำนาจที่ขาดความเข้าใจต่อระบบบริการ

 

ในฐานะของตัวแทนบุคลากรทางสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานทั้งภาครัฐและเอกชน ขอประกาศว่าพวกข้าพเจ้า “กำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่และจะทำต่อไปอย่างเต็มที่” เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตการณ์นี้ไปได้อย่างดีที่สุด แต่เราจำเป็นต้องพึ่งพาระบบการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยมด้วยเช่นกัน

 

แนบท้ายรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ที่เสนอหนังสือต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี