thansettakij
thansettakij
ตร.ชะลอตั้งด่านตรวจเมา 18 จังหวัดสีแดง

ตร.ชะลอตั้งด่านตรวจเมา 18 จังหวัดสีแดง

20 เม.ย. 64 | 11:32 น.

รอง ผบ.ตร. สั่งชะลอตั้งด่านตรวจเมา จุดกวดขันวินัยการจราจร ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัดสีแดง ให้เข้มงวดและยับยั้งการมั่วสุม

ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด 19  ระลอกใหม่ มีการขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น และขณะนี้มีข้าราชการตำรวจติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.63 ถึง 14 เม.ย.64 เวลา กลุ่มติดเชื้อเดิม 255 นาย ติดเชื้อใหม่ 259 นาย รักษาหาย 77 นาย อยู่ระหว่างรักษาตัว 182 นาย กลุ่มเสี่ยง กักตัวสะสม 5,552 นาย

ล่าสุดวันนี้ (20 เมษายน 2564) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. วิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 17 เมษายน ถึง ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร.
อ้างถึง ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 , ว.ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0009.121/23 ลง 4 มกราคม 2564 กำชับการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และว.ตร. ด่วนที่สุด ที่ ศปม5.31/139 ลง 8 เมษายน 2564 กำชับการปฏิบัติในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของข้าราชการตำรวจ จึงให้ดำเนินการ ดังนี้

1.ให้ รพ.ตร. ร่วมกับ ศปม.ตร. ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลการติดเชื้อของข้าราชการตำรวจ ในห้วงระหว่าง 1 มกราคม 2564 -15 เมษายน 2564 และวางมาตรการรองรับเพื่อป้องกันการติดเชื้อของข้าราชการตำรวจ แล้วให้ ศปม.ตร. ยกร่างหนังสือเสนอ ตร. พิจารณาลงนามกำหนดเป็นมาตรการป้องกันฯในภาพรวมของ ตร.

2.สำหรับกำลังพลที่รักษาหายดีหรือพ้นกำหนดการกักตัวแล้ว ให้เรียกตัวกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยให้กำกับดูแลการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจทุกนายให้เป็นไปตามแนวทางที่ ตร. ได้สั่งการไว้แล้ว

กำชับการปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 20) ดังนี้
1.ให้ทุกหน่วยศึกษาทำความเข้าใจข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 20) ซึ่งมีการบังคับใช้มาตรการควบคุมเพิ่มเติม รวมทั้งปรับระดับพื้นที่สถานการณ์เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด จำนวน 18 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม จำนวน 59 จังหวัด ทั้งนี้ ตั้งแต่ 18 เมษายน 2564 เป็นต้นไป

2.การออกตรวจพื้นที่ของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดเคลื่อนที่เร็ว และชุดสายตรวจร่วม ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจ เพื่อระงับยับยั้งการมั่วสุม หรือการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค

3.การออกตรวจพื้นที่ในเวลากลางคืนให้เน้นการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อสร้างการตระหนักรู้ โดยเน้นการตรวจบริเวณจุดเสี่ยง และห้วงเวลาเสี่ยง

4.เน้นการทำงานเชิงรุก โดยการออกประชาสัมพันธ์ หากพบการฝ่าฝืนให้เน้นการป้องกัน ระงับ ยับยั้ง และตักเตือนก่อน แล้วบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอน อย่างรอบคอบและรัดกุม

5.ให้ชะลอการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์และจุดกวดขันวินัยการจราจร โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุด สำหรับจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม จุดสกัดกั้นยาเสพติด และจุดสกัดกั้นตามแนวชายแดน ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ตามมาตรการที่ ศบค. กำหนด และต้องไม่เป็นการก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ

6.ให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบงดจัดกิจกรรมทางสังคมในลักษณะที่เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ งานรื่นเริง เว้นแต่เป็นการจัดพิธีตามประเพณีนิยม และมีมาตรการป้องกันโรคที่เพียงพอ

7.พิจารณาปรับรูปแบบการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยอาจปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง การสลับวันทำงาน หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสม เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

อัพเดท 47 จังหวัดเดินทางข้ามจังหวัดต้องกักตัว กระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งเพิ่มวันที่ 20 เม.ย.

ติดเชื้อโควิด19 จังหวัดสระแก้ว พบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้เพิ่มจำนวน 7 ราย

อัพเดทโควิด19 20เม.ย.64 ผู้ติดเชื้อ 16,177 ราย กระจายจังหวัดไหนบ้าง เช็กได้ที่นี่  

รวมข่าว "โควิด-19" วันที่ 20 เม.ย.64 แบบอัพเดทล่าสุด