
“ไทยสร้างไทย”ข้องใจเงินกู้ 4 หมื่นล้านเพื่อรับมือโควิดหายไปไหน
“ไทยสร้างไทย”ข้องใจเงินกู้ 40,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลกู้มารับมือโควิด-19 หายไปไหน นำไปใช้อะไรบ้าง จนปล่อยปะละเลยให้เกิดการระบาดในรอบ 3
นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน คณะทำงานด้านนโยบายและแผน พรรคไทยสร้างไทย ได้ตั้งคำถามไปยังรัฐบาล ว่าเงินกู้ 40,000 ล้านบาท ที่กู้มาในปีที่แล้ว เพื่อนำมาเตรียมความพร้อมพัฒนาศักยภาพด้านสาธารณสุข รองรับปัญหาโควิด-19 รัฐบาลนำไปใช้อะไรบ้าง
ทำไมเราถึงยังเห็นความไม่พร้อมในการรับมือของภาครัฐ ในการปล่อยปะละเลยจนเกิดการระบาดในรอบที่ 3
ตั้งแต่การบริหารจัดการ ที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในมาตรการของรัฐนั้น ถือว่าล้มเหลว
ความไม่พร้อมทั้งที่ใช้เงินกู้ไป 40,000ล้านบาท และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ควรต้องปรับปรุง มีดังต่อไปนี้
1. ความไม่พร้อมของการตรวจหาผู้ติดเชื้อ ที่ยังไม่เปิดให้คนไทยเข้าถึงการตรวจหาเชื้อได้ง่ายและฟรี คือถ้าจะไปตรวจที่รพ. รัฐ เงื่อนไขเยอะไปหมด โชคดีที่เว็ฟแรก ของการระบาดรอบ 3 ที่คัสเตอร์ทองหล่อ เกิดในกลุ่มคนเมืองที่พอมีกำลังไปตรวจรพ.เอกชนเอง แต่หลังสงกรานต์ จะเกิดเว็ฟ 2 ของการระบาดรอบ 3 ที่จะกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยปริมาณที่มากและรวดเร็ว รัฐบาลเตรียมความพร้อมให้แต่ละจังหวัดในเรื่องการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อ และการรักษาพยาบาลได้มากน้อยแค่ไหน
2. ความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนของรัฐบาล ที่มีปัญหา3 ด้าน คือ
- ตัวเลือกวัคซีนของประเทศไทยมีน้อยมาก รัฐบาลสั่งซื้อเพียงแค่ 2 ยี่ห้อ และเป็นยี่ห้อที่มีปัญหาทั้งคู่ ประเทศต่างๆ ในอาเซียนล้วนมีตัวเลือกมากกว่าประเทศไทยทั้งสิ้น
- จำนวนที่สั่งซื้อของรัฐบาลไทยรวมกันเพียง 63 ล้านโดส ซึ่งจะฉีดให้คนไทยได้เพียง 31.5 ล้านคน จึงไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากรที่จะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งตามหลักทางด้านการแพทย์ต้องฉีดให้ได้ 70% ของประชากรหรือ ประมาณ 40-45 ล้านคน
- ประสิทธิภาพในการฉีดช้ามาก วัคซีนเท่าที่มีอยู่ในประเทศ ขณะนี้เพียง 940,000 โดส ที่รัฐบาลสั่งมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่จนถึงวันนี้รัฐบาลฉีดให้ประชาชนได้เพียงหนึ่งในสามของจำนวนที่สั่งมาเท่านั้น ถ้าใช้อัตราการฉีดในระดับนี้ ปีหน้าก็ยังฉีดให้คนไทยไม่ได้ครบ 63 ล้านโดส
“เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การแพร่ระบาดรอบใหม่นี้ เป็นวิกฤติที่เราทุกคนต้องฝ่าไปด้วยกัน แต่หน่วยงานที่ควรออกมาแสดงตัวและยอมรับต่อการระบาดครั้งนี้ ควรเป็นรัฐบาล ที่ไม่ว่าจะเกิดการแพร่ระบาดกี่ครั้ง ต้นสายปลายเหตุก็มาจากความไร้ความสามารถของรัฐบาลที่ปล่อยปะละเลย จนเกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ถึงครั้งที่ 3 ด้วยกัน สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ชีวิต และทรัพย์สินของภาคประชาชนเป็นอย่างยิ่ง”
นายเทพฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า โควิดรอบนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขไทย รวมไปถึงจริยธรรมของคนของรัฐบางคน รัฐบาลไร้ประสิทธิ์ภาพในการจัดสรรงบประมาณ และการดูแลสถานพยาบาลต่างๆ ดังที่เป็นข่าวในก่อนหน้านี้ว่า โรงพยาบาลเอกชน งดรับตรวจผู้ป่วยเนื่องจากน้ำยาตรวจหมด เงินค่ารักษาจากผู้ป่วยในการแพร่ระบาดรอบก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ได้รับ รวมไปถึงเตียงที่ไม่เพียงพอต่อการรักษาของผู้ป่วย
“แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลที่จะนำไปใช้ หรือปรับใช้ ให้สถานการณ์คลี่คลายลงอย่างเร็วที่สุด เพราะทุกนาทีที่เราเสียไป ประชาชนก็ยิ่งแบกรับความเสี่ยงเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น”






