
ปิดสถานบันเทิง 41 จังหวัด อย่างน้อย 14 วัน มีผล 10 เม.ย.นี้
โฆษก ศบค. เผย ที่ประชุมศบค.ชุดเล็กแจ้งว่า เตรียมออกประกาศปิดสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด พื้นที่จังหวัดที่ได้ตรวจพบการระบาดแล้ว 41 จังหวัดอย่างน้อย 14 วัน มีผลตั้งแต่ 10 เม.ย.นี้
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก เมื่อเช้านี้ ได้มีการแจ้งที่ประชุมว่า จะมีการออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 19) ซึ่งจะมีผลหลังเที่ยงคืนนี้ หรือเริ่มต้นของวันที่ 10 เมษายน 2564 ในรายละเอียดจะมีอยู่ 3 ข้อ คือ
1.การปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการ แพร่โรค คือ ปิดสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานประกอบกิจการอาบน้ำ สถานประกอบกิจการอาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งตั้งอยู่ใน เขตพื้นที่จังหวัดที่ได้ตรวจพบการระบาดแล้วและมีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคที่จําเป็น ต้องดําเนินการในระยะเร่งด่วนตามบัญชีแนบท้าย ก็คือ 41 จังหวัดที่แถลงไปแล้วเมื่อวานนี้(8 เม.ย.64) เป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 14 วัน เริ่มต้นคืนนี้หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป ไปครบ 14 วัน วันที่ 23 เมษายน 2564
ในข้อที่ 1 ยังมีข้อย่อย สําหรับสถานบริการหรือสถานที่ตามวรรคหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดอื่นนอกจากที่กําหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย ข้อกําหนดนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมีอํานาจในการดําเนินการตามกฎหมาย ว่าด้วยโรคติดต่อ พิจารณาสั่งปิดสถานที่นั้นเป็นการชั่วคราวได้
2. ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ โรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี เสนอต่อศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เพื่อตรวจสอบ กลั่นกรอง และประเมินความเหมาะสม ก่อนเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในการพิจารณาอนุญาตให้ผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการกับสถานที่ ที่ได้มีคําสั่งให้ปิดเป็นการชั่วคราวตามข้อ 1
3. การตรวจสอบการดําเนินการตามมาตรการป้องกันโรคและการจัดระเบียบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ประสาน การปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดและเพิ่มความเข้มงวดในการเข้าตรวจพื้นที่ สถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจมี ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคอย่างสม่ําเสมอ เพื่อตรวจสอบการดําเนินการของสถานที่ กิจการหรือ กิจกรรมนั้น ๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบต่างๆ รวมทั้งมาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกําหนด
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจให้คําแนะนํา ตักเตือน ห้ามปราม และมีอํานาจกําหนดระยะเวลาเพื่อให้ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ เจ้าของ หรือผู้จัดการสถานที่ดําเนินการปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งเสนอให้ผู้มีอํานาจตามกฎหมาย ว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณาสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรการหรือแนวปฏิบัติที่นายกรัฐมนตรีกําหนด






