
ภาคเหนือวิกฤติ PM2.5พุ่ง เชียงรายหนักสุด
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ รายงานวิกฤต ค่าอากาศเชียงรายพุ่งสูงกว่า 300
GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเผยข้อมูลภาพจากดาวเทียมฮิมาวาริ (Himawari) และดาวเทียมอื่นๆ ของระบบการติดตามปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของวันที่ 31 มีนาคม 2564 เวลา 08.00 น. พบว่าพื้นที่ของภาคเหนือมีค่าคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง-แดงเข้ม) โดยเฉพาะในพื้นของจังหวัดเชียงราย ที่พบค่า AQI สูงถึง 385 รองลงมาเป็นพื้นที่ของแม่ฮ่องสอน ที่มีค่า AQI 110 พิษณุโลก มีค่าAQI 99 และ เชียงใหม่ มีค่า AQI 98
สาเหตุส่วนหนึ่งที่ภาคเหนือยังคงมีค่าคุณภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเป็นผลมาจากสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้น ประกอบกับลมที่พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อน ทำให้การสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควันมีมาก
สำหรับค่าคุณภาพอากาศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบค่าคุณภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) กระจายตัวอยู่ในบางพื้นที่ สลับกับคุณภาพอากาศปานกลาง (สีเหลือง) ที่ปกคลุมเกือบทั่วภูมิภาค โดยพบค่า AQI มากที่สุด 65 อยู่ที่จังหวัดนครพนม ส่วนของค่า AQI ต่ำสุด 30 ในพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนในภูมิภาคอื่นๆ มีการสะสมของฝุ่นละอองเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะ พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลพบค่าคุณภาพอากาศดีถึงดีมาก (สีเขียว-สีฟ้า) ซึ่งค่า AQI ในพื้นที่ดังกล่าวพบไม่เกินที่ระดับ 30
ทั้งนี้ GISTDA จะติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานหลักและที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ รวมทั้งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามสถานการณ์ PM2.5 อย่างดีที่สุด เพื่อให้ทุกท่านรับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงที โดยท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://pm25.gistda.or.th/






