
ตำรวจ ปส. จับเครือข่ายยาเสพติด “กุ๊ก ระยอง”
ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดภาคตะวันออก จับกุมผู้ต้องหาทำหน้าที่โอนเงินให้เครือข่าย “กุ๊ก ระยอง” พร้อมยึดบ้านพักมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2564) จากการปฏิบัติการตามแผนยุทธการสยบไพรี 64/7 ตอน “สยบบูรพา” ตำรวจนำกำลังพร้อมหมายค้นในบ้านพักหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร อำเภอแกลง จังหวัดระยอง หลังสืบสวนพบว่าเป็นที่อยู่ของนายทัตเทพ อรุณ หรือ นุ๊ก ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในเครือข่ายของ “กุ๊ก ระยอง” ที่ถูกจับไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ผู้ต้องหา ยอมรับว่า รู้จักกับนายกุ๊ก และทำหน้าที่โอนเงินให้กับบัญชีปลายทางที่ไม่รู้จัก ครั้งละ 1-2 แสนบาท และรับงานต่อมาจากนายโต้ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดในเรือนจำ พร้อมยอมรับว่าเสพยาเคตามีน และพบอุปกรณ์การเสพ และของกลางจำนวนหนึ่งในห้องนอน
ส่วนพ่อของผู้ต้องหา ยอมรับว่า ลูกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดบ้าง ซึ่งก็ได้ตักเตือนและขอให้เลิก ที่ผ่านมายอมรับว่าไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก เพราะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว จึงอาจทำให้ไม่สามารถคอยดูแลได้อย่างใกล้ชิด และในวันนี้ที่รู้ว่าลูกเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องของเครือข่ายยาเสพติด ก็ต้องยอมรับเพราะคนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ
พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคงผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับผู้ต้องหาคนนี้ หลังจากจับนายกุ๊ก ได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และพบว่ามีการวางเครือข่ายทั้งการกระจายยาเสพติดในพื้นที่ และรับโอนเงินให้กับเจ้าของยาเสพติด
นอกจากนั้น ยังได้ขยายผลมาตรวจยึดบ้านพักภรรยาของนายกุ๊ก พื้นที่กว่า 2 ไร่ 2 งาน มูลค่ากว่า 35 ล้านบาท ที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน และมีร่องรอยการเข้าพักแล้ว แต่ไม่พบตัวภรรยาของผู้ต้องหา และมีแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ 6 ตัว ที่ถูกเลี้ยงไว้ในกรงหลังบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องให้กรมปศุสัตว์ระยองมาตรวจสอบ และยึดอายัดไว้ตรวจสอบก่อนจะให้สำนักงาน ป.ป.ส.ขายทอดตลาดต่อไป ซึ่งต้องทำโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่มีชีวิตและมีภาระค่าใช้จ่ายหากต้องเก็บไว้ดูแล
สำหรับพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อประมาณต้นปี 2563 เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.1 บก.ปส.2 บช.ปส. ได้สืบทราบว่ามีเครือข่ายค้ายาเสพติดในภาคตะวันออก ลักลอบค้ายาเสพติดและนาเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมาซื้อทรัพย์สิน จนร่ำรวย มีฐานะดีอย่างรวดเร็วผิดปกติ จึงได้ทาการสืบสวน จนทราบว่าหัวหน้าเครือข่ายค้ายาเสพติด คือ นายสรกฤช หรือกุ๊ก สนธิ์ศิริ มีภูมิลาเนาอยู่ใน อ.แกลง จว.ระยอง แต่ได้เดินทางเข้าออกไปติดต่อเรื่องการค้ายาเสพติด กับประเทศเพื่อนบ้านอยู่เป็นประจา ตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ และยังมี หมายจับในข้อหาสมคบค้ายาเสพติดจากหน่วยงานต่างๆ เช่น บช.น., พื้นที่ บก.น.3 ได้จับกุมกลุ่มลาเลียงยาเสพติด ได้จานวนมาก ชุดสืบสวนจึงได้สืบสวนติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง
กระทั่ง ระหว่างวันที่ 2 – 3 มกราคม 2564 ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปส.2 บช.ปส. ร่วมกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง จับกุม นายสรกฤช หรือกุ๊ก กับพวกรวม 7 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า 2.2 แสนเม็ด, เคตามีน และ ยาอี จานวนหนึ่ง พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด เป็นเงินสดจานวน 3.8 ล้านบาทเศษ รถยนต์หรู 5 คัน, จักรยานยนต์หรู 4 คัน, ทองรูปพรรณ ทองแท่ง และทรัพย์สินอื่น รวม 67 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 35 ล้านบาท
บก.ปส.2 ได้ทาการสืบสวนสอบสวนทราบว่า มีผู้ร่วมขบวนการลักลอบจาหน่ายยาเสพติดที่ยังหลบหนี จึงได้ รวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายจับ บุคคลดังต่อไปนี้ในข้อหา สมคบ ฯ
1. นายณัฐกิตติ์หรือมด พลศรีษะ อายุ 34 ปี หมายจับศาลอาญาที่ 185 / 2564 ลงวันที่ 9 มี.ค.2564
2. นายคชาภรณ์หรือต่อ ว่องวิโรจน์สกุล อายุ 28 ปี หมายจับศาลอาญาที่ 186 / 2564 ลงวันที่ 9 มี.ค.2564
3. น.ส.อัจฉราหรือทราย แนมมิล อายุ 35 ปี หมายจับศาลอาญาที่ 187 / 2564 ลงวันที่ 9 มี.ค.2564
4. นายทัตเทพหรือนุ๊ก อรุณ อายุ 26 ปี
หมายจับศาลอาญาที่ 188 / 2564 ลงวันที่ 9 มี.ค.2564 และได้อายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ไว้ 56 บัญชี รวมเป็นเงิน 51 ล้านบาท โดยมีผลการปฏิบัติในวันนี้
1. จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้ จานวน 1 คน คือ นายทัตเทพ หรือ นุ๊ก อรณุ ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทาความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงินและ สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทาความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทาความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
ตรวจยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม ตามพ.ร.บ.มาตรการฯ
1. บ้าน จำนวน 2 หลัง
2. คอนโด จำนวน 1 ห้อง ขนาดประมาณ 40 ตารางเมตร
รวมทรัพย์สินตรวจยึดเพิ่มเติมมูลค่า 35 ล้านบาท
จากการปฏิบัติการตามแผนยุทธการสยบไพรี 64/7 ตอน “สยบบูรพา” สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 7 คน และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไว้รวม 120 ล้านบาท






