thansettakij
thansettakij
กรมอุตุฯ"พยากรณ์อากาศ" ทั่วไทยรับมือฝนฟ้าคะนองและอุณหภูมิลด

กรมอุตุฯ"พยากรณ์อากาศ" ทั่วไทยรับมือฝนฟ้าคะนองและอุณหภูมิลด

16 ก.พ. 64 | 17:20 น.

กรมอุตุนิยมวิทยา "พยากรณ์อากาศ"ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ เริ่มจากภาคตะวันออก -ภาคกลาง หลังจากนั้นอากาศหนาวเย็นจะมาเยือน อุณหภูมิลด 2-4 องศา ส่วนทะเลอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า โดยคาดหมายว่าในช่วงวันที่ 17 - 21 ก.พ. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งเกิดขึ้นในระยะแรก


หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส


สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


หลังจากนั้นในวันที่ 22 ก.พ. 64 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ 


สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลงและคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง
 

กรมอุตุฯจึงขอย้ำเตือนอีกครั้งว่าในช่วงวันที่ 17 - 18 ก.พ. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

 

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 19 - 21 ก.พ. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

 

สำหรับการพยากรณ์อากาศแบ่งเป็นรายภาค มีดังต่อไปนี้ 

ภาคเหนือ


วันที่ 17 และ 22 ก.พ. 64 

 

  • อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส
  • โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ในช่วงวันที่ 17 ก.พ. 64 
  • อุณหภูมิต่ำสุด 11-22 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
  • บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส 
  • ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

 

วันที่ 18 - 21 ก.พ. 64 

 

  • อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
  • โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ส่วนมากทางตอนบนของภาคในช่วงวันที่ 18-19 ก.พ. 64
  • อุณหภูมิต่ำสุด 9-19 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
  • บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    

วันที่ 16 และ 22 ก.พ. 64 

  • อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
  • บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

 

วันที่ 17 - 21 ก.พ. 64 

  • อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส มีฝนเล็กน้อยบางแห่งส่วนมากตอนล่างของภาค
  • อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
  • บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
     

ภาคกลาง

วันที่  17 และ 22 ก.พ. 64 

 

  • อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส
  • โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในช่วงวันที่ 16-17 ก.พ. 64
  • อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส 
  • ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

 

วันที่ 18 - 21 ก.พ. 64 

 

  • อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออก


วันที่ 17 และ 22 ก.พ. 64 

 

  • อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส
  • โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในช่วงวันที่ 17 ก.พ. 64
  • อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
  • ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

 

วันที่ 18 - 21 ก.พ. 64 

 

  • อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
  • ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 
  • ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  

 

วันที่  17 และ 22 ก.พ. 64 

  • มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
  • ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
  • ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

 

วันที่ 18 - 21 ก.พ. 64

  • มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่
  • นครศรีธรรมราชขึ้นมา : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
  • ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
  • สงขลาลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • อุณหภูมิต่ำสุด 19-26 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)


วันที่ 17 และ 22 ก.พ. 64  

  • มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ตลอดช่วง
  • ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 
  • ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

 

วันที่ 18 - 21 ก.พ. 64 

 

  • ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 
  • ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
  • อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วันที่ 17 และ 22 ก.พ. 64 

 

  • มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส
  • โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในช่วงวันที่ 17 ก.พ. 64
  • อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส
  • ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

 

วันที่ 18 - 21 ก.พ. 64

  • อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส 
  • อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส 
  • ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.