
ชงกาแฟอย่างนักอนุรักษ์
แต่ไหนแต่ไรมา ผู้ที่นิยมการชงกาแฟด้วยเครื่องชงกาแฟสดชนิดที่ใช้แคปซูล (coffee capsule) บรรจุกาแฟผงใส่เข้าไปในเครื่อง มักจะตกเป็นจำเลยสังคมว่าเป็นผู้สร้างขยะ เนื่องจากแคปซูลกาแฟที่ทำจากอะลูมิเนียมหรือพลาสติกแข็งนั้น เมื่อใช้ชงกาแฟครั้งเดียวก็ต้องถูกทิ้งลงถังขยะแล้ว ถ้าชงกาแฟวันละครั้งก็สร้างขยะ 1 ชิ้นทุกครั้งที่ชง แต่ส่วนใหญ่คอกาแฟก็มักจะชงกันแทบจะทั้งวัน โจทย์ดังกล่าวจึงท้าทายนักคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะลดปริมาณขยะดังกล่าว
ผู้ผลิตแคปซูลกาแฟบางราย ใช้กลยุทธ์ “รีไซเคิล” คือรับนำแคปซูลกาแฟที่ลูกค้าใช้แล้วกลับไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถรวบรวมแคปซูลกาแฟมาฝากไว้ที่ร้านค้า หรือบางประเทศก็มีโครงการกำหนดจุดทิ้งแคปซูลกาแฟตามสถานที่ต่างๆ เช่น อาคารสำนักงาน และสวนสาธารณะ เพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กร นำแคปซูลใช้แล้วไม่ว่าจะเป็นอะลูมิเนียมหรือพลาสติกแข็ง ไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
แต่ผู้ผลิตบางรายก็เลือกใช้วิธีอื่น นั่นคือการคัดสรรวัตถุดิบหรือวัสดุที่จะนำมาผลิตเป็นแคปซูลบรรจุผงกาแฟ ให้เป็นสิ่งที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ซํ้าแล้วซํ้าอีก หรือใช้ได้หลายครั้ง ก็จะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและไม่สร้างขยะ เช่นแคปซูลที่ทำจากเหล็กสเตนเลส
และอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย นั่นคือการเลือกใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ อย่างเช่นเครื่องชงกาแฟที่เห็นอยู่นี้ เป็นผลงานของบริษัท บรูวี (Bruvi) จากสหรัฐอเมริกา ตัวแคปซูลบรรจุกาแฟสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ดังนั้น แม้ว่าจะใช้ครั้งเดียวทิ้ง ก็จะไม่สร้างขยะบนโลกนานนักเพราะจะค่อยๆย่อยสลายไป
นอกจากตัวแคปซูลแล้ว แม้แต่บรรจุภัณฑ์ที่ใส่เครื่องชงกาแฟยังได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ไม่ต้องใช้กาวสังเคราะห์และตัวหมึกที่พิมพ์ข้อความลงบนกล่อง ก็ยังเป็นหมึกพิมพ์ที่ทำจากพืช ผู้บริหารของบรูวียํ้าว่า แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มอบความสะดวกสบาย แต่ก็ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 หน้า 24 ฉบับที่ 3,644 วันที่ 14 - 16 มกราคม พ.ศ. 2564






