
ราคาน้ำมันดิบพุ่ง หลังกลุ่มโอเปกพลัสคงการผลิต
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังกลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตรคงการผลิต ขณะที่ซาอุฯพร้อมลดเพิ่ม
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน 6 มกราคม 25634
+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับเพิ่ม หลังจากซาอุดิอาระเบียประกาศว่าจะลดกำลังการผลิตน้ำมันต่อวันลงอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตลอดเดือน ก.พ. และ มี.ค. ขณะที่กลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตร ยินยอมที่จะรักษาระดับการผลิตเดิมไว้ในเดือน ก.พ. เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์น้ำมันดิบที่ยังไม่ฟื้นตัว หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง
+ ความตึงเครียดทางการเมืองสูงขึ้น หลังอิหร่านได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันของเกาหลีใต้ในช่องแคบเฮอร์มุซ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอ้างว่าเรือดังกล่าวได้ละเมิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล จึงต้องทำการสอบสวนและดำเนินการทางกฎหมาย
+ สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 ม.ค. 64 ปรับตัวลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 491.3 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับตัวลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ราคน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นในจีนและอินเดีย
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้องจำกัดการเดินทางในหลายพื้นที่
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 5% เมื่อคืนนี้ (5 ม.ค.) ขานรับที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติคงกำลังการผลิตในปัจจุบันไปจนถึงสิ้นเดือนก.พ. ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเต็มใจที่จะปรับลดกำลังการผลิตอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการที่อิหร่านยึดเรือบรรทุกสารเคมีของเกาหลีใต้นอกน่านน้ำของโอมาน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. พุ่งขึ้น 2.31 ดอลลาร์ หรือ 4.9% ปิดที่ 49.93 ดอลลาร์/บาร์เรล






