
น่าห่วง! ศบค.ระบุ แพร่ระบาด กันเอง ในประเทศพุ่ง 182ราย
น่าห่วง! ศบค.ระบุแพร่ระบาดกันเองในประเทศ 182ราย ไวรัสกลายพันธุ์สอดคล้องสหรัฐอเมริกา ยัน ยกระดับ 28จังหวัดคุมเข้มสูงสุด
“อัตราการติดเชื้อโควิดมีตัวเลขเพิ่มขึ้นสูง หากนับจากวันที่ 18-20 ธันวาคม 2563ในเวลาเพียง3วัน มีผู้ติดเชื้อ 6 จังหวัด จากนั้น อีก 3 วันถัด ลุกลามเพิ่มเป็น 26 จังหวัด อีก 3 วันถัดมาเพิ่มเป็น 37 จังหวัด นับตั้งแต่ 18 ธันวาคม 2563 ถึง 1 มกราคม 2564 รวม15 วัน มีผู้ติดเชื้อ 53 จังหวัด เห็นได้ว่าเป็นโรคระบาดที่แพร่กระขายอย่างรวดเร็ว”
คำกล่าวของ น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโฆษก ศบค. วันเริ่มต้นพุทธศักราชใหม่ ปี2564 วันที่1มกราคม สะท้อนว่า การกลายพันธุ์และแพร่ระบาดกันเองระหว่างคนสู่คนในประเทศเริ่มต้นขึ้นแล้ว ประเมินว่าไวรัสที่ว่ายังกลายพันธุ์ได้ ซึ่งสอดคล้องกับสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าไวรัสโควิด-19กลายพันธุ์ได้และแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้จริง
ล่าสุด เมื่อเวลา11.30น. วันที่2ม.ค. 2564 โฆษกศบค.ตอกย้ำด้วยถ้อยแถลงตอนหนึ่งว่า ยอดติดเชื้อภายในประเทศ เพิ่มขึ้น 182ราย เป็นลักษณะการแพร่เชื้อกันเองในประเทศ ขณะผู้ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าว มี32 ราย ผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) มีเพียง 2 รายขณะความหวังวัคซีน แม้หลายประเทศเริ่มทดลองฉีดแล้ว แต่ไม่มีใครการันตีได้ว่าจะหายขาด
อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วนี้ โฆษกศบค.ยังกังวลว่า หากยังมีคนไปในพื้นที่เสี่ยง ไม่มารายงานตัว ขึ้นทะเบียนตรวจโควิด กักตัว 14วัน เชื่อว่าการยกระดับจะเข้มข้นขึ้นอีกหลายพื้นที่ เหมือน28จังหวัดที่ ถูกยกระดับเป็นพื้นที่ ควบคุมการระบาดไวรัสโควิด-19สูงสุดอาทิกทม.,พระนครศรีอยุธยา,ตาก, ตราด ระยอง,ชลบุรี,จันทบุรี,ฉะเชิงเทรา, นนทบุรี,ปทุมธนานี,นครปฐม ฯลฯ






