
รองผู้ว่าฯสมุทรสาครลุยต่อช่วยผู้เดือดร้อน
"รองผู้ว่าฯธีรพัฒน์"รับไม้ลุยสู้โควิด-19 ต่อ ชี้หลัง3 ม.ค.2564 จะเพิ่มหรือลดระดับมาตรการขึ้นกับผลประเมินทางสาธารณสุข พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ชมรมผู้ค้าปลา-กุ้งเตรียมมาตรการเข้มรับเปิดตลาดใหม่
"รองผู้ว่าฯธีรพัฒน์"รับไม้ลุยสู้โควิด-19 ต่อ ชี้หลัง3 ม.ค.2564 จะเพิ่มหรือลดระดับมาตรการขึ้นกับผลประเมินทางสาธารณสุข พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ชมรมผู้ค้าปลา-กุ้งเตรียมมาตรการเข้มรับเปิดตลาดใหม่ ต้องผ่านอุโมงค์น้ำยาฆ่าเชื้อทั้งรถ-คน คัดกรองเข้มคนเข้าต้องมีใบผ่านการตรวจโรค
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากกรณีที่นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มีผลตรวจติดเชื้อโควิด-19 นั้น ขณะนี้ได้เข้าพักรักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ตนเองจึงต้องทำหน้าที่รักษาราชการการแทน ตามระเบียบฯ ซึ่งก็จะต้องเดินหน้าทำงานต่อไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จังหวัดสมุทรสาคร และจะต้องยึดถือผลประเมินทางการแพทย์เป็นหลักต่อไป ว่า หลังวันที่ 3 มกราคม 2564 แล้ว ยังจะต้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุม การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งทราบดีว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นทุกวัน จึงจะต้องมีการประเมินในลำดับต่อมาด้วยว่า จะช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนต่อไปอย่างไร
“ด้านแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้ามานั้น ก็ต้องยอมรับว่าทางภาครัฐยังทำไม่ได้ละเอียด แต่ก็ทำอย่างเต็มที่ ทุกเบาะแสที่ได้รับแจ้งเข้ามา ทางราชการก็ได้เข้าไปจัดการทั้งหมด มีการตรวจจับกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องถือเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างด้วย แต่ก็เชื่อว่าสภาพการควบคุมแรงงานผิดกฎหมายคงจะดีขึ้น”
นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันแนวโน้มของผู้ติดเชื้อยังมีอาการปรกติ จึงขอให้ประชาชนอย่าหวาดวิตก และโปรดเชื่อมั่นต่อทางราชการ แม้เชื้อดังกล่าวจะติดง่าย แต่ก็ไม่รุนแรงและรักษาได้ ซึ่งตนเอง และนายสุรศักด์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครอีกคนหนึ่ง ก็ได้ไปตรวจหาเชื้อแล้ว ปรากฏว่ามีผลเป็นลบ จึงได้เดินหน้าทำงานกันต่อไปด้วยความระมัดระวัง เพื่อจะได้ไม่เสียกำลังพลในการทำงานของทางราชการเพิ่มขึ้นอีก
ด้านนายจุมพล ฆนวารี ประธานชมรมแพปลาจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า วิกฤติครั้งนี้มีสร้างความเสียหายต่อธุรกิจการค้าสัตว์น้ำและอาหารทะเลเป็นมูลค่าวันละนับพันล้านบาท ทางชมรมผู้ขายปลาและชมรมผู้ขายกุ้ง ร่วมกับทางสหกรณ์พัฒนาการประมงมหาชัย จำกัด จึงได้ร่วมกับทางรถโมบายพระราชทานฯ ตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อในตลาดทะเลไทย ซึ่งถ้าพบผู้ติดเชื้อก็จะให้แยกตัวออกทันที ส่วนผู้ที่ไม่ติดเชื้อก็จะให้ทำงานต่อไป โดยคนงานคนไทยจะรู้ผลการตรวจภายใน 2 วัน ส่วนคนงานต่างด้าวจะรู้ผลภายในเวลาครึ่งชั่วโมง
อีกทั้งมาตรการที่ทาง 2 ชมรมได้ดำเนินการขณะนี้ก็คือ การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งตลาดทะเลไทย ทำการคัดกรองโรคคนงานทั้งหมด ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวทั้งหมดต้องมีหนังสือเดินทาง และบัตรทำงาน ต้องหลีกเลี่ยงไม่มีแรงงานเถื่อน และทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซี่งหลังสิ้นสุดมาตรการเฝ้าระวังของทางจังหวัดฯ แล้ว ในวันที่ 4 มกราคม 2564 ทางชมรมฯและผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังคือ
1.จัดให้มีอุโมงค์ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งรถและคนที่เข้ามาในตลาด และรถขายปลาที่มาจากจังหวัดอื่นต้องผ่านขบวนการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อมาก่อน
2.มีการตรวจคัดกรองผู้มีไข้ และทุกคนที่เข้าตลาดต้องสวมหน้ากากอนามัย
3.ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายก่อนเข้าตลาดต้องแสดงใบผ่านการตรวจโรคแล้ว
4.หลีกเลี่ยงการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
“ที่จริงแล้วชมรมผู้ค้ากุ้งจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งอยู่ในตลาดทะเลไทย จะค้าขายเฉพาะกุ้งทะเล-กุ้งขาว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกุ้งน้ำจืด กุ้งก้ามกราม ที่ซื้อขายกันในตลาดกลางกุ้งสมุทรสาคร จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ และอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อโดยเร็ว เพราะขณะนี้รถตรวจโรคเคลื่อนที่ฯ สามารถตรวจหาเชื้อได้เพียงวันละ 300-400 ชุดเท่านั้น ดังนั้น ถ้าสามารถตรวจหาผู้ติดเชื้อได้เร็วและมากขึ้น ก็จะทำให้ส่วนหน้าของธุรกิจประมงสามารถทำงานกันต่อไปได้ ผลกระทบที่จะมีต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องก็จะลดลงตามไปด้วย”
นายจุมพล กล่าวต่ออีกว่า สำหรับคนงานต่างด้าวนั้น มาตรการเพิ่มเติมที่รัฐบาลควรรณรงค์และดำเนินการก็คือ ให้ระมัดระวังการเคี้ยวหมาก และการบ้วนน้ำหมากน้ำลายในที่สาธารณะ การสวมใส่หน้ากากอนามัยในทุกแห่ง และนายจ้างจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อในลูกจ้าแรงงานต่างด้าวของตนทุก ๆ คน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"สมุทรสาคร"พบติดเชื้อโควิดเพิ่ม 93 ราย ยอดสะสมทะลุ 1,500 ราย
ตั้งเป้าจบการระบาด "ชุมชนตลาดกุ้ง 2-4 สัปดาห์"
"จับกัง1"ให้ตรวจ"เชิงลึก"แรงงานสมุทรสาคร






