thansettakij
thansettakij
แนะรัฐจัดงบ 1.86 หมื่นล้านซื้อวัคซีนป้องกันติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม

แนะรัฐจัดงบ 1.86 หมื่นล้านซื้อวัคซีนป้องกันติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม

27 ธ.ค. 63 | 08:30 น.

“อนุสรณ์” แนะรัฐจัดงบ 1.86 หมื่นล้านซื้อวัคซีนป้องกันติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม แนะรัฐตัดลดงบประมาณไม่จำเป็นทั้งหมด

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัดสรรงบ 6 พันล้านบาทเพื่อจองซื้อวัคซีนโควิด-19 (Covid-19)นั้นไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชน ขอเสนอให้รัฐบาลจัดหางบประมาณเพิ่มเติมจัดซื้อวัคซีนฟรีสำหรับประชาชน และ จองซื้อให้ครอบคลุมประชากรไม่ต่ำกว่า 80% ของประเทศ เพื่อเปิดประเทศภายในไตรมาสสามปีหน้าได้ งบประมาณ 6 พันล้านบาทนั้นสามารถสั่งซื้อวัคซีนได้เพียงแค่ 26 ล้านโด๊ส สร้างภูมิคุ้มกันคนได้เพียง 13 ล้านคนเท่านั้น ต้องทำให้ประชาชนรวมทั้งแรงงานต่างด้าวในไทยมีภูมิคุ้มกันอย่างน้อย 53-54 ล้านคน

ประเทศจึงสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมให้กับสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น ลดความยากลำบากทางเศรษฐกิจอันนำไปสู่ปัญหาการฆ่าตัวตายและปัญหาวิกฤติการเมืองรุนแรงยิ่งขึ้น การจองซื้อและนำเข้าวัคซีนไม่ต่ำกว่า 107 ล้านโด๊สเป็นสิ่งที่ต้องทำ และรัฐบาลต้องไปตัดลดงบประมาณไม่จำเป็นอื่นๆทั้งหมด การลดอัตราการป่วย การลดอัตราการเสียชีวิตและลดปัญหาสุขภาพที่ติดตามมาจาการติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นเรื่องเฉพาะหน้า

แนะรัฐจัดงบ 1.86 หมื่นล้านซื้อวัคซีนป้องกันติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม

และเรื่องสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องทำให้สำเร็จภายในปีหน้า หากไทยไม่สามารถเปิดประเทศได้ภายในไตรมาสสามปีหน้า จะมีคนว่างงานเพิ่มอีกหลายล้านคน มีธุรกิจล้มละลายอีกมาก รวมทั้งระบบสถาบันการเงินจะมีปัญหาอย่างแน่นอน จึงขอเสนอให้มีการจัดสรรงบจองซื้อวัคซีนอีก 1.86 หมื่นล้านบาท   หากงบกรมควบคุมโรคและงบกลางเพื่อจัดซื้อวัคซีนไม่เพียงพอขอให้รัฐบาลพิจารณาตัดลดงบประมาณส่วนอื่นมาเพิ่มเติมให้ หรือ กู้เงินเพิ่ม เพื่อทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเข้าถึงวัคซีนได้

นอกจากนี้ รัฐบาลควรเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเอกชนให้บริการฉีดวัคซีนได้โดยเสียค่าบริการสำหรับผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี รัฐบาลควรเดินหน้าเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในส่วนที่ถือครองโดยบุคคลที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงถึงสูงมาก เพื่อนำมาจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือชดเชยรายได้ให้กับระชาชนที่กำลังจะว่างงานระลอกใหม่และช่วยเหลือกิจการขนาดเล็กและขนาดย่อย นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรพิจารณาลดการจ่ายเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูของธนาคารพาณิชย์เพื่อธนาคารจะได้ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมให้ลูกค้าได้ 

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ตลาดการเงินจะผันผวนรุนแรงช่วงสัปดาห์สุดท้ายสิ้นปี 63 หลังการติดเชื้อโควิด-19 พุ่งในประเทศ มีรายงานข่าวการกลายพันธุ์ของ โควิด-19 ทำให้หลายประเทศห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก มีรายการติดเชื้อ Covid-19 สายพันธุ์ใหม่กลายพันธุ์จากอังกฤษในประเทศญี่ปุ่น การติดเชื้อระลอกสองและระลอกสามในเอเชีย

ทั้งนี้ ทำให้ภูมิภาคเอเชียซึ่งควรเป็นภูมิภาคที่มีการฟื้นตัวเศรษฐกิจมากกว่าและเร็วกว่าภูมิภาคอื่นอาจมีเสี่ยงและความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ตลาดหุ้นในเอเชียรวมทั้งไทยอาจถูกเทขายหนักในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปีและโยกเงินไปยัง ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่า เคลื่อนย้ายไปยังตลาดตราสารหนี้และทองคำมากขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงปัญหา Government Shutdown ในสหรัฐอเมริกาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ยังไม่ยอมลงนามกฎหมายมาตรการดูแลเศรษฐกิจ

สภาวะดังกล่าวอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อการลงทุนในตลาดหุ้นโลกมากขึ้น และ เป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาและค่าเงินดอลลาร์ ดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์สุดท้ายของปีมีโอกาสเกิดการเทขายทำกำไรและดัชนีอาจหลุดลงต่ำกว่าแนวรับ 1,400 จุด และ แนวรับถัดไปที่ 1,380 จุดได้ ส่วนเงินบาทมีแนวโน้มทรงตัวในช่วงปลายปีแต่มีทิศทางแข็งค่าขึ้นได้อีกในช่วงไตรมาสหนึ่งปีหน้าจากการหดตัวของการนำเข้าทำให้มีการเกินดุลการค้าในสัดส่วนที่สูง

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยต้องควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดหลายกลุ่ม (Multiple Clusters) และ การแพร่ระบาดใหญ่หลายเหตุการณ์ (Multiple Superspreading Events) ให้ได้ในช่วง 1-2 เดือนนี้ หากสามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิผลย่อมทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้เหมือนระลอกแรก ช่วงสองเดือนนี้จึงควรงดจัดกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคระบาด Covid-19 ทั้งหมด ควรงดกิจกรรมที่รวมคนจำนวนมากทั้งหมด (ยกเว้นสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด) ออกไปก่อนอย่างน้อยสองเดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ม.ศิลปากร สั่งปิดคณะวิทยาศาสตร์ 5 วัน หลังพบผู้ป่วยติดโควิดเข้าสอบ

อย.สั่งเบรก รพ.ดัง เปิดจองวัคซีนโควิด-19

สถานการณ์ติดเชื้อโควิดไทยลามใน 38 จังหวัด