
รพ.สนามตลาดกลางกุ้งพร้อมดูแลผู้"ติดเชื้อโควิด"สมุทรสาครแล้ว
โรงพยาบาลสนามบริเวณตลาดกลางกุ้ง สมุทรสาคร พร้อมรักษาแรงงาน"ติดเชื้อโควิด-19"แล้ว ด้านปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยส่งทีมเอ็มแคท ดูแลสภาพจิตใจ และสื่อสารสร้างความเข้าใจเพื่อให้ดูแลสุขภาพตัวเอง
รัฐบาลไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นที่บริเวณตลาดกลางกุ้ง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีผู้ติดเชื้อค่อนข้างมาก ลักษณะเป็น Cohort ward ให้การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย และให้การรักษาเบื้องต้นโรคทั่วไป วางแผนครอบครัว ฉีดยาคุมกำเนิด และสุขภาพจิต ตามหลักมนุษยธรรม
ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล เพราะ มีทีมแพทย์และพยาบาลประจำ แต่หากมีอาการรุนแรงจะส่งต่อไปรักษาในโรงพยาบาล
สำหรับการวางระบบโรงพยาบาลสนาม มีสถาบันบําราศนราดูร กรมควบคุมโรค กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้ามาจัดการระบบวิศวกรรม ระบบกรองอากาศ และการกำจัดสิ่งปฏิกูล ตามมาตรฐานโรงพยาบาลสนาม
โดยแบ่งโซนบริการเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนสีแดงคือบริเวณหอพัก โซนสีส้ม คือจุดรอรักษาและคัดกรอง และโซนสีเขียวคือจุดพยาบาลปฏิบัติการ ขณะนี้ให้บริการแล้ว 30 เตียง กำลังเพิ่มจำนวนโดยได้รับการสนับสนุนเตียงจากทหาร คาดว่าจะจัดเตียงรองรับได้สูงสุด 100 เตียง ล่าสุดให้การรักษาผู้ป่วยแล้ว 75 คน
นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการประเมินการระบาด ขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว วางแผนว่าจะนำคนที่กักตัวครบ 14 วันออกมาเจาะเลือดตรวจหาภูมิต้านทาน ซึ่งหากมีภูมิต้านทานแล้วถือว่าหายป่วย จะย้ายออกไปอยู่ในบริเวณอื่นที่ภาครัฐจัดไว้ให้
ส่วนการดูแลสุขภาพแรงงานในหอพักที่ตลาดกลางกุ้งแห่งนี้ จัดว่าเป็น Cluster Quarantine เพื่อกักกันไม่ให้เกิดการเดินทางและเกิดการแพร่เชื้อ มีทีมอาสาสมัครแรงงานต่างด้าว(อสต.) ช่วยในการสื่อสารและให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ที่อยู่ภายในที่พัก มีการจัดส่งอาหารที่พอเพียงและระบบป้องกันโรค
นอกจากนี้ยังมีทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ลงพื้นที่ดูแลด้านสุขภาพจิตด้วย
ขณะเดียวกันได้นำอาหารและเจลแอลกอฮอล์มาแจกจ่าย เพื่อให้แรงงานได้ดูแลสุขภาพตัวเอง โดยทุกคนที่อยู่ที่นี่จะได้รับการดูแลเบื้องต้นหากมีอาการหนักจะถูกส่งไปยังโรงพยาบาล การกักตัวในสถานที่แห่งนี้และการนำผู้ที่หายป่วยออกเป็นไปตามหลักการสาธารณสุข
"เบื้องต้นจากการสอบถามแรงงานที่อยู่ในหอพักพบว่ามีความเข้าใจกับมาตรการและจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ดังนั้นขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ รักษามาตรการสวมหน้ากากล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง และช่วยกันดูแลหากพบเห็นแรงงานเล็ดลอดออกจากพื้นที่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ภาครัฐ เพื่อป้องกันการหลบหนีไปแพร่เชื้อบริเวณอื่น"






