
"หมอธีระ"ย้ำต้องขยายการตรวจ"โควิด"ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
"หมอธีระ" เผย ไทย"ติดเชื้อโควิด" แบบดาวกระจาย-หลายจังหวัด ยืนยันมาตรการที่มีอ่อนเกินกว่าที่จะควบคุมการระบาดได้ในเวลาอันสั้น ย้ำชัดแผนสกัด"โควิด-19"ต้องขยายการตรวจได้ทุกคนทุกที่ทุกเวลา พร้อมเตือนรัฐฯทบทวนระบบการดูแลแรงงานต่างด้าวในพื้นที่มหาชัย หวั่นกระทบสิทธิมนุษยชน
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat เกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้
วันที่ 22 ธันวาคม 2563...
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 472,931 คน รวมแล้วตอนนี้ 77,576,142 คน ตายเพิ่มอีก 7,885 คน ยอดตายรวม 1,706,417 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 159,179 คน รวม 18,385,126 คน ตายเพิ่มอีก 1,427 คน ยอดตายรวม 326,001 คน
อินเดีย ติดเพิ่ม 19,174 คน รวม 10,075,422 คน
บราซิล ติดเพิ่มถึง 25,019 คน รวม 7,263,619 คน
รัสเซีย ทำลายสถิติเดิม ติดเพิ่มอีกถึง 29,350 คน รวม 2,877,727 คน
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 5,797 คน รวม 2,479,151 คน
อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และอาร์เจนตินา ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน
เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชียยังไม่ดีขึ้น ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เดนมาร์กที่ติดเพิ่มกว่าสามพันต่อวัน เพียงสัปดาห์เดียวก็ไต่อันดับแซงมาแล้วถึง 10 ประเทศ
เมียนมาร์ และเกาหลีใต้ ติดเพิ่มเฉียดพัน ส่วนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม และนิวซีแลนด์ ยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 848 คน ตายเพิ่มอีก 22 คน ตอนนี้ยอดรวม 116,982 คน ตายไป 2,465 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%
ของเราตอนนี้ สถานการณ์วิกฤติ มีรายงานเคสติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวกระจายไปหลายจังหวัดแบบดาวกระจาย
วิเคราะห์มาตรการที่มีตอนนี้อ่อนเกินกว่าที่จะควบคุมการระบาดได้ในเวลาอันสั้น
ลักษณะการติดเชื้อจำนวนมากในการระบาดซ้ำนี้ มักไม่สามารถฟันธงต้นตอได้อย่างชัดเจน และมักมีการแพร่กันต่อหลายทอดก่อนจะเกิดปรากฏการณ์ที่ตรวจพบ ดังนั้นจึงมีการติดเชื้อในกลุ่มคนที่หลากหลายในชุมชนได้
ยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมในการสู้ จึงไม่ใช่ตรวจ 5,000 คน หรือหลักหมื่นคนแบบสุ่มตรวจตามที่ตั้งเป้าจะปิดเคส แต่จำเป็นต้องตรวจให้มากที่สุดเท่าที่กำลังเราจะพึงมี ทำอย่างต่อเนื่อง และหาหนทางในการขยายศักยภาพการตรวจให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
ที่สำคัญคือ ต้องตรวจได้ทุกคนทุกที่ทุกเวลา ไม่ใช่ตั้งเกณฑ์อาการต่างๆ หลายขั้นจนสุดท้ายไม่สามารถตรวจได้เพราะติดเกณฑ์
ชัดเจนว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีติดเชื้อแฝงในชุมชนโดยไม่รู้ว่าใครติดบ้าง แถมคนที่ติดเชื้อนั้น ก็มีทั้งแบบมีอาการ และไม่มีอาการ แต่ทั้งสองแบบก็สามารถแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นได้
โจทย์หลักในการต่อสู้ระลอกสอง/ระบาดซ้ำแบบนี้ จึงต้องมุ่งตรวจหาเพื่อให้เจอ ไม่ใช่รอให้มีอาการ ให้เข้าเกณฑ์ หรือมีประวัติเสี่ยงแบบเป๊ะๆ ตามที่กำหนด
ดีแค่ไหนแล้ว ที่ประชาชนประเมินตนเอง และเดินทางมาขอรับการตรวจ นี่เป็นการแสดงระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความใส่ใจของประชาชน ที่ควรได้รับการชมเชย และให้บริการตรวจให้จบกระบวนการ ติดจะได้ไปรักษาต่อ ไม่ติดจะได้เบาใจและตั้งการ์ดป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดต่อไป
ต้องมองว่าเป็นการลงทุนเพื่อสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชน จึงต้องตรวจทั้งคนไทย คนต่างด้าวไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฏหมาย ไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่รัฐ/กระทรวงจำเป็นต้องทบทวนอย่างเร่งด่วน คือ ระบบการจัดการดูแลแรงงานต่างด้าวในพื้นที่มหาชัย
หนึ่ง เรื่องการนำคนที่ติดเชื้อไปกักตัวในพื้นที่เดียวกับคนที่ไม่ติดเชื้อ เพราะมีโอกาสสูงที่จะเกิดการแพร่เชื้อได้ และหากเกิดการติดเชื้อขึ้น จะมีการระบาดหนักทั้งกลุ่ม และถือเป็นการผิดหลักจริยธรรมทางการแพทย์ และหลักมนุษยธรรม
สอง เรื่องการกระทำใดๆ ที่เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการปฏิบัติไม่เป็นธรรมต่อแรงงานต่างด้าว เพราะแม้จะลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย แต่ทุกคนก็เป็นมนุษย์ การกักขังหรือการปฏิบัติใดๆ จำเป็นต้องใคร่ครวญให้รอบคอบ
สาม ควรตอบคำถามให้ได้ว่า มีตัวบทกฏหมายใดรองรับในการจัดระบบกักตัวแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ และได้ปฏิบัติตามหลักวิชาการจริงหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น หากใช้พรบ.โรคติดต่อ โดยจะทำการกักตัวหรือแยกกักนั้น ย่อมหมายถึงการกักตัวผู้ติดเชื้อ หรือแยกตัวผู้ติดเชื้อไปกักไว้ในสถานที่ที่กำหนด มิใช่การนำไปรวมกับผู้ที่ไม่ติดเชื้อ
สามเรื่องข้างต้นเป็นประเด็นสำคัญยิ่ง Transmission risk, Human rights, และ Isolation standard
หากไม่ทบทวนและวางแผนจัดการให้ดี อาจทำให้มีปัญหาตามมาในอนาคต






