thansettakij
thansettakij
สธ.เดินหน้าผลิต "หน้ากากอนามัย"

สธ.เดินหน้าผลิต "หน้ากากอนามัย"

16 ธ.ค. 63 | 12:36 น.

สธ.เปิดไลน์ผลิต "หน้ากากอนามัย" กำลังการผลิต 8 แสน - 1 ล้านชิ้นต่อเดือน พร้อมป้อนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และจำหน่ายให้กับประชาชนผ่านร้านองค์การเภสัชกรรม

ภาพรวมสถานการณ์โรคโควิด-19  ทั่วโลกยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการใช้หน้ากากอนามัยสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่าหรือประมาณ 200 ล้านชิ้นต่อเดือน จากภาวะปกติอยู่ที่ 30 - 40 ล้านชิ้นต่อเดือน และที่ผ่านมามีการขาดแคลนหน้ากากอนามัยและหาซื้อได้ยาก


นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่ากระทรวงฯ ได้ให้องค์การเภสัชกรรมดำเนินการผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)  เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มีหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพใช้อย่างเพียงพอ และกระจายให้กับโรงพยาบาลภาครัฐ และบางส่วนจำหน่ายให้แก่ประชาชนผ่านร้านขายยาทั้ง 8 สาขา และร้านค้าออนไลน์ขององค์การเภสัชกรรม

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

"เพื่อให้คนไทยได้ใช้หน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพและราคาถูก ประกอบกับการสวมหน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันการรับและแพร่กระจายเชื้อ พิสูจน์ได้ว่าการสวมหน้ากากเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคโควิด 19 และโรคระบบทางเดินหายใจอีกหลายโรค จนทำให้ไทยสามารถควบคุมสถานการณ์โรคโควิด 19 อยู่ในระดับต่ำและเป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมาจากความร่วมมือของประชาชน รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน"
 

นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า สายการผลิตหน้ากากอนามัย ตั้งอยู่ที่ องค์การเภสัชกรรมคลอง 10 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี   โดยได้รับการอนุญาตจากกองเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้เป็นสถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์ ประเภทหน้ากากอนามัยทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียว ชนิดมาตรฐานการป้องกันระดับที่ 1 สำหรับใช้ในสถานพยาบาลทั่วไป คุณสมบัติป้องกันอนุภาคปนเปื้อนชนิดต่างๆ ที่อยู่ในอากาศ

 

สธ.เดินหน้าผลิต "หน้ากากอนามัย"

 

ในระยะแรกมีกำลังการผลิต 8 แสน -1 ล้านชิ้นต่อเดือน หรือ 9 - 11 ล้านชิ้นต่อปี สำหรับแผนในระยะถัดไปจะผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ชนิดมาตรฐานการป้องกันระดับที่ 2 เพื่อใช้งานในหน่วยฉุกเฉิน ทันตกรรม การรักษาแผลขนาดเล็ก หรือการรักษาที่อาจมีการสัมผัสเลือดเล็กน้อย มีความสามารถในการกรองแบคทีเรียและกรองอนุภาคขนาดเล็ก (0.1 micron) ได้ถึง 98 % และสามารถต้านของเหลวซึมผ่านได้ที่ความดันน้อยที่สุด 120 มิลลิเมตรปรอท เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้งานให้เหมาะสม


 

นอกจากนี้ได้มีการเตรียมการสำหรับขยายกำลังการผลิต โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในประเทศ เพื่อผลิตหน้ากากอนามัย ภายใต้มาตรฐานคุณภาพคุณสมบัติเดียวกับองค์การเภสัชกรรม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ความมั่นใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนว่าจะมีหน้ากากอนามัยสำหรับใช้งานอย่างเพียงพอ

สธ.เดินหน้าผลิต "หน้ากากอนามัย"