thansettakij
thansettakij
ค้าชายแดนฟันธง  รูปีแม่สอด16ล้าน พัน‘กู้นอกระบบ’  

ค้าชายแดนฟันธง  รูปีแม่สอด16ล้าน พัน‘กู้นอกระบบ’  

03 ธ.ค. 63 | 05:17 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ธ.ค. 63 | 12:40 น.

   บิ๊กค้าชายแดนเชียงรายชี้ ปลายทางเงิน16 ล้านรูปีอินเดีย น่าจะพัวพันธุรกิจเงินกู้นอกระบบ หรือวงการแลกเปลี่ยนเงินตราใต้ดินที่เชียงใหม่

บิ๊กค้าชายแดนเชียงรายชี้ ปลายทางเงิน16 ล้านรูปีอินเดีย น่าจะพัวพันธุรกิจเงินกู้นอกระบบ หรือวงการแลกเปลี่ยนเงินตราใต้ดินที่เชียงใหม่
  ค้าชายแดนฟันธง  รูปีแม่สอด16ล้าน พัน‘กู้นอกระบบ’       

กรณีทหารตำรวจและศุลกากร ร่วมกันจับกุมเงินรูปีจำนวน 16 ล้านรูปี บรรจุในกล่องกระดาษเป็นพัสดุฝากส่งโดยรถโดยสารประจำทาง (กรีนบัส) ที่ด่านความมั่นคงห้วยหินฝน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และมีการสันนิษฐานกันว่า อาจเป็นเงินที่จะนำมาใช้ในตลาดมืด ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงแถบ 3 เหลี่ยมทองคำ หรือวงการยาเสพติด
     

แหล่งข่าวผู้ประกอบการค้าชายแดนจังหวัดเชียงราย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการสอบถามผู้ประกอบการค้าชายแดนที่จังหวัดเชียงราย มีที่ทำธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้ากับผู้ประกอบการอินเดียน้อยมาก โดยการค้าชายแดนไทย-เมียนมา-อินเดียในปัจจุบัน จะส่งออกผ่านด่านศุลกากรแม่สอดเป็นหลัก ขณะที่มุสลิมทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมจีนตอนใต้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าปลายทางของเงิน น่าจะอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็ตรงตามที่มีการระบุปลายทางผู้รับว่าจะรับกล่องเงินดังกล่าวที่จังหวัดเชียงใหม่
     

ทั้งนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่มีนักธุรกิจเชื้อสายอินเดียอยู่เป็นจำนวนมาก การค้าชายแดนไทย-เมียนมา-อินเดียส่วนใหญ่ก็อยู่ในมือผู้ประกอบการที่มีเชื้อสายอินเดียด้วยเช่นกัน โดยหากเป็นการทำธุรกิจในระบบปกติจะมีช่องทางการจ่ายเงินที่เป็นมาตรฐานและอยู่ในระบบ โดยหากมีการนำเข้าหรือส่งออกธนบัตรเกินเกณฑ์ที่กำหนดผ่านด่านจะต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
     
ค้าชายแดนฟันธง  รูปีแม่สอด16ล้าน พัน‘กู้นอกระบบ’  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"แม่สอด"ยึดกล่องเงินสด16ล้านรูปีอินเดียซุก"กรีนบัส" 

 

ค้าชายแดนฟันธง  รูปีแม่สอด16ล้าน พัน‘กู้นอกระบบ’  

แหล่งข่าวพ่อค้าชายแดนจังหวัดเชียงรายสันนิษฐานว่า เงินรูปีที่ฝากส่งมากับรถโดยสารกรีนบัส สายแม่สอด-แม่สาย และถูกตั้งประเด็นว่าอาจเป็นเงินที่ถูกนำมาใช้ในธุรกิจมืดนั้น ที่จริงน่าจะเป็นธุรกิจเงินกู้นอกระบบมากกว่า เนื่องจากในตัวเมืองเชียงใหม่มีแขกอินเดียที่ทำธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบอยู่เป็นจำนวนมาก หรืออาจเป็นธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างๆ ในลักษณะธุรกิจใต้ดิน ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นตลาดใหญ่สุดในภาคเหนืออยู่ด้วยเช่นกัน
     

“อย่างไรก็ตามเงินตราต่างประเทศหรือแม้แต่ว่าเป็นเงินบาทไทย ถ้าถูกจับกุมและยึดไว้เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตนำเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเงินที่อยู่ในธุรกิจมืดเท่านั้น หลายครั้งเงินที่ถูกจับกุมได้สอบไปสอบมาก็เป็นเงินที่จะใช้เพื่อจ่ายค่าสินค้ากันจริงๆ เพียงแต่ผู้ประกอบการมักง่าย ลักไก่เอาเข้าประเทศมาโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องแลกกลับไปกลับมา ซึ่งตลาดการค้าชายแดนที่จังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นที่แม่สาย เชียงแสน หรือที่เชียงของ ก็ตรวจจับได้อยู่บ่อยๆ ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นเงินของเครือข่ายยาเสพติดนั้น ส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดจะมีเส้นทางการเงินที่สลับซับซ้อน ไม่ทำง่ายๆ ขนมากันดื้อๆ ให้เจ้าหน้าที่จับได้ง่ายๆ แบบนี้” แหล่งข่าวผู้ประกอบการค้าชายแดนคนเดิม ระบุ
   ค้าชายแดนฟันธง  รูปีแม่สอด16ล้าน พัน‘กู้นอกระบบ’    

อนึ่ง สำหรับด่านชายแดน ตามู (Tamu-เมียนมา)-มอเรห์(Moreh-อินเดีย) ถือเป็นเส้นทางการค้าตามยุทธศาสตร์ ไทย-เมียนมา-อินเดีย การขนส่งสินค้าจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ ไปจนถึงชายแดนมอเรห์ ใช้เวลาประมาณ 10 วัน การสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยเพื่อส่งไปอินเดีย ส่วนใหญ่มักจะดำเนินการโดยผู้ประกอบการชาวเมียนมา
     

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ของไทย เคยสำรวจตลาดชายแดนตามู-มอเรห์ พบว่า สินค้าที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคือสินค้าจีน โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดร้อยละ 60 เนื่องจากมีความได้เปรียบในเรื่องของราคาสินค้า ที่เหลือร้อยละ 40 นั้น ครึ่งหนึ่งเป็นสินค้าท้องถิ่น อีกครึ่งเป็นสินค้าจากประเทศอื่นๆ อาทิ มาเลเซีย ไทย เกาหลี ญี่ปุ่น และบังคลาเทศ เป็นต้น โดยสินค้าไทยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 5 ได้รับความนิยมจะเป็นสินค้าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแฟชั่น ลูกค้าที่เลือกใช้สินค้าไทยจะเป็นลูกค้าที่มีฐานะอยู่ในระดับกลางขึ้นไป ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะเลือกซื้อโดยดูจากคุณภาพของสินค้าเป็นหลัก

ค้าชายแดนฟันธง  รูปีแม่สอด16ล้าน พัน‘กู้นอกระบบ’  

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 11 ปีที่40 ฉบับที่ 3,632 วันที่ 3-5 พฤศจิกายน พ.ศ.2563