
พีมูฟภูเก็ตขวาง"เลิกโฉนดชุมชน"
พีมูฟภูเก็ตรวมพลกว่า 300 คน บุกยื่นหนังสือ"ประวิตร"ผ่านผู้ว่าฯ แฉฝ่ายเลขาฯคณะกรรมการนโยบายที่ดินฯแปลงสารชงวาระ"เลิกโฉนดชุมชน"ทั้งที่ผิดข้อตกลง รองผู้ว่าฯรับปากให้มาฟังความคืบหน้าใน 5 วัน
พีมูฟภูเก็ตรวมพลกว่า 300 คน บุกยื่นหนังสือ"ประวิตร"ผ่านผู้ว่าฯ แฉฝ่ายเลขาฯคณะกรรมการนโยบายที่ดินฯแปลงสารชงวาระ"เลิกโฉนดชุมชน"ทั้งที่ผิดข้อตกลง รองผู้ว่าฯรับปากให้มาฟังความคืบหน้าใน 5 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 พ.ย. 2563 ตัวแทน" พี มูฟ ภูเก็ต" 17 ชุมชนในนามกลุ่มสมาชิกโฉนดชุมชนเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต ได้รวมตัวกันกว่า 300 คน เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เรียกร้องให้ทบทวนวาระการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เรื่อง ยกเลิกระเบียบชุมชน โดยมีนายปิยพงศ์. ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด(ฝ่ายบริหาร) เป็นตัวแทนผู้ว่าฯ มารับ หนังสือจากผู้ชุมนุม และรับปากว่าจะมีคำตอบภายใน 5 วัน โดยขอเฉพาะตัวแทนเดินทางมารับฟัง
สาระสำคัญของหนังสือเรียกร้องดังกล่าว ระบุว่า ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) ผลักดันนโยบายโฉนดชุมชน เพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดิน กระทั่งมีการออกระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน 2553 ในคราวประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน เมื่อ 12 พ.ย. 2563 ได้มีมติมอบหมายให้นำแนวทางโฉนดชุมชน หรือการจัดการที่ดินแปลงรวม ภายใต้กรอบสิทธิชุมชน ให้อยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ รับไปดำเนินการทั้ง 486 ชุมชนทั่วประเทศ ทั้งยังให้การคุ้มครองพื้นที่ และการเข้าถึงสาธารณูปโภคไปพลางก่อน จนกว่าการดำเนินการจะมีข้อยุติ
แต่การเตรียมการประชุมของฝ่ายเลขานุการ กลับไม่ดำเนินการตามนโยบาย และข้อสั่งการ จึงเสนอวาระการประชุมคณะกรรมการ คทช.เพื่อพิจารณา ในข้อ 3.2 ให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชนแทน ถือเป็นการขัดต่อแนวทางแก้ปัญหา และมติคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.)ในวันที่ 12 พ.ย. 2563 โดยสิ้นเชิง
จึงขอให้ทบทวน แก้ไขวาระการประชุม และนำข้อเสนอพิจารณาให้แนวทางโฉนดชุมชนเป็นแนวทางหนึ่งภายใต้ คทช.เพื่อดำเนินการจัดที่ดินแปลงรวม โดยเริ่มที่ 486 ชุมชนที่ยื่นกับสำนักงานโฉนดชุมชนแล้ว พร้อมกับอนุญาตให้เข้าถึงสาธารณูปโภคไปพลางก่อน
ทั้งนี้ ในวาระประชุมครม.สัญจรที่ภูเก็ตเมื่อ 3 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา กลุ่มพีมูฟ ภูเก็ต เข้ายื่นหนังสือเรียกร้อง โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องของเครือข่ายขบวนการสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนครี ที่ 269/2563 ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการดังกลล่าว ลงมารับเรื่องจากเครือข่าย เพื่อเสนอให้พล.เอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายนกรัฐมนตรี พิจารณาและเสนอคณะรัฐมนตรีคราวประชุมสัญจรที่จังหวัดภูเก็ตพิจารณาช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องของประชาชน
โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ตนจะเร่งนำเสนอท่านรองนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2563 เวลา 17.00 น.ตนได้เดินทางลงไปที่ทำการเครือข่ายขบวนการสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ)ภูเก็ต พร้อมคณะส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังปัญหาและหาทางช่วยเหลือ
ในวันที่ 9 พ.ย.2563 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเรียกประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องของขบวนการสังคมที่เป็นธรรม ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อลงรายละเอียดในการแก้ไขปัญหากับตัวแทนเครือข่ายและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนต่อไป สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตนโดยตรงโดยสั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการสามฝ่ายประกอบด้วยตัวแทนเครือข่าย ผู้แทนส่วนราชการ และคนกลาง ลงไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ สปก.สุราษฎร์ธานีแล้ว
โดยข้อเรียกร้องของเครือข่ายขบวนการสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) จำนวน 200 คน ที่เสนอการแก้ปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรจังหวัดภูเก็ต วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ดังนี้
1.ให้มีมติ ครม.คุ้มครองพื้นที่กรณีปัญหาของพีมูฟ ซึ่งอยู่ในการแก้ปัญหาร่วมกับรัฐบาลไม่ให้ถูกคุกคามจนกว่าการแก้ปัญหาจะมีข้อยุติทุกกรณีปัญหา
2.ให้ คทช. ดำเนินการนโยบายโฉนดชุมชน เป็นแนวทางหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้แนวทาง คทช. และดำเนินการรับพื้นที่โฉนดชุมชนที่ยื่นขอไว้ ๔๘๖ ชุมชน เพื่อไปตรวจสอบและดำเนินการต่อเนื่องโดยเริ่มต้นจากชุมชนที่เป็นสมาชิกพีมูฟ ที่เสนอเป็นพื้นที่โฉนดชุมชนแล้ว
3.ให้ออกพระราชกฤษฎีกานิรโทษกรรมคดีความที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ที่ดิน ที่เกิดจากกระบวนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ โดยไม่มีการตรวจสอบ คดีผู้ได้รับผลกระทบจากแผนทวงคืนผืนป่า คดีความที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการแก้ปัญหาที่ดินกับรัฐล่าช้าจนเกิดคดีความคนจนขึ้น รวมทั้งยุติการดำเนินคดีกับทุกกรณีปัญหาที่อยู่ในกระบวนการแก้ปัญหาที่ล่าช้า
4.ทบทวนและยกเลิกกฎหมายลำดับรองที่ออกตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับ พ.ศ. 2562 ทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งขัดกับสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ และทบทวนกฎหมายทั้ง 3 ฉบับด้วย
5.ให้สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินเร่งดำเนินการแก้ปัญหาชุมชนไร้ที่ดิน และสนับสนุนงบประมาณ ให้ บจธ. 550 ล้าน เพื่อดำเนินการจัดซื้อที่ดินตามบัญชีของชุมชนที่จะดำเนินการแก้ปัญหาคนจนได้
6.ตามที่อดีตประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาพีมูฟ รองนายกรัฐมนตรี(นายวิษณุ เครืองาม) ได้เคยมีบัญชาที่จะลงดูพื้นที่การจัดการที่ดินและทรัพยากรโดยชุมชนในรูปแบบโฉนดชุมชน ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อผลักดันให้เป็นนโยบาย คทช. จึงเสนอให้คณะกรรมการแก้ปัญหาพีมูฟ เป็นเจ้าภาพร่วมกับเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ตจัดงานมหกรรมโฉนดชุมชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตโดยประธานคระกรรมการแก้ปัญหาพีมูฟ รองนายกรัฐมนตรี ลงมาเป็นประธานจัดงาน และดูรูปธรรมในพื้นที่จริงโดยเร็ว
7.เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการผลักดัน พรบ.ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ตามแผนปฏิรูปประเทศ ในขณะที่ดำเนินการอยู่ให้รัฐบาลสนับสนุนการขับเคลื่อนมติคณะรัฐมนตรี 2 มิถุนายน 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และ มติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง โดยให้มีคณะกรรมการอำนวยการ ติดตาม และขับดคลื่อนมติคณะรัฐมนตรี ทั้ง 2 เรื่องให้เกิดรูปธรรม
8.ให้รัฐบาลเร่งคุ้มครองเกษตรกรที่เคยได้รับสิทธิ สปก. แล้วและทำกินในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ต่อมา เกิดการทับซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และอื่นๆ ซึ่งกำลังถูกยึดคืนพื้นที่ สปก. และเริ่มมีปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินของสมาชิก และที่ดินที่เตรียมการแจก สปก.ใหม่ด้วย
9.นโยบายด้านสถานะและสิทธิบุคคล
(9.1) นโยบายการแก้ปัญหาด้านสถานะและสิทธิบุคคลของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธ์ุ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยต่อเนื่องมายาวนานเป็นการเร่งด่วนภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจน
(9.2) ให้ขยายมติคณะรัฐมนตรี 18 มกราคม 2548 เพื่อสำรวจคนตกหล่น/ตกสำรวจเป็นการเฉพาะ นำไปสู่การแก้ปัญหาคนไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ
(9.3) แต่งตั้งกรรมการ/คณะทำงานแก้ปัญหาสถานะและสิทธิบุคคลที่เป็นกรรมการ/คณะทำงานกลางโดยปฎิบัติงานภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจน มีนักวิชาการด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีประสบการณ์การทำงานกับกลุ่มคนไร้สิทธิสถานะเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่มปัญหา
(9.4) สั่งการให้เกิดการปฏิบัติในระดับพื้นที่โดยการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลงาน ให้นำไปสู่การปฏิบัติการได้จริง
(9.5) จัดตั้งกองทุนตรวจ DNA กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนที่รอการแก้ปัญหาด้านสถานะ และการเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน ทันที
(9.6) จัดให้คนไทยพลัดถิ่นได้มีที่ดินทำกินในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินของรัฐ เพื่อให้สามารถเลี้ยงชีพและขจัดความยากจน ได้
10.แนวทางแก้ปัญหาของ สกต.ให้ส่งมอบพื้นที่ในรูปแบบของสถาบันเกษตรกร หรือสหกรณ์ทั้ง 5 ชุมชน หากไม่สามารถส่งมอบในรูปแบบสถาบันเกษตรกรได้ก็ให้จัดระเบียบโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการ ออกแบบ
11. ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยออกมติคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อให้ชุมชนในที่ดินของการรถไฟฯสามารถเช่าที่ดินเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยได้ทั่วประเทศ ตามแนวมติคณะกรรมการรถไฟฯเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2543 ซึ่งเดิมเคยมีมติให้เช่าเพียง 61 ชุมชน






