thansettakij
thansettakij
ร้านอาหารดิ้นQ2ชะลอตัวพลิกแผนจ่อจัดเต็มโปรโมชันเร่งปลุกยอดเปิดเทอม

ร้านอาหารดิ้นQ2ชะลอตัวพลิกแผนจ่อจัดเต็มโปรโมชันเร่งปลุกยอดเปิดเทอม

23 เม.ย. 59 | 06:00 น.
อานิสงส์ “กินลดภาษี” ดันยอดขายร้านอาหารพุ่งกระฉูด “บาร์บีคิวพลาซ่า” ลั่นยอดขายโตพรวด 24% คนควักตังค์จ่ายเพิ่ม 10% แย้มหลังสงกรานต์งดอัดโปรโมชัน หันไปดันยอดผ่านสมาชิกแทน เหตุตลาดชะลอตัว ฟาก “โออิชิ” ยิ้มมาตรการ 9 วันยอดทะยานขึ้นกว่า 34% จ่อจัดเต็มโปรโมชันระลอกใหม่มิถุนายน หวังฉุดตลาดช่วงเปิดเทอมกลับมาคึกคัก ด้านแบล็คแคนยอน แนะรักษาสมดุลลงทุนต่อเนื่อง

นางสาวบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า บริษัท ฟู้ด แพชชั่น จำกัด ผู้บริหารร้านปิ้งย่าง “บาร์บีคิวพลาซ่า” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ผลจากมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายของภาครัฐโดยให้ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 หมื่นบาทต่อคนจากการกินและเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 9-17 เมษายนที่ผ่านมานั้น พบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งในแง่ของยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น 24% และมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 24% เช่นเดียวกัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมียอดการจับจ่ายต่อบิลเพิ่มขึ้น 10% ขณะที่ยอดการขอใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงปีใหม่ที่มีการจัดมาตรการในรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน

“มาตรการกระตุ้นการจับจ่ายของภาครัฐในช่วงสงกรานต์และปีใหม่ที่ผ่านมา ถือว่าประสบผลสำเร็จในแง่ของยอดขายและการตอบรับเป็นอย่างดี โดยบริษัทมีการจัดโปรโมชันควบคู่กันในช่วงมาตรการที่ออกมา เพื่อกระตุ้นความสนใจให้สูงขึ้น รวมไปถึงการจับมือข้ามเซ็กเมนต์กับกลุ่มธุรกิจอื่นๆโดยล่าสุดได้ร่วมกับ UNIQLO ในการตอบรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงเทศกาลสงกรานต์และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งกลยุทธ์การจับมือกับพาร์ตเนอร์ในกลุ่มธุรกิจอื่นเพื่อสร้างแบรนด์และกระตุ้นยอดขายร่วมกันนั้นเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ ที่บริษัทจะนำมาใช้ในการรุกตลาดควบคู่กันไปด้วย โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือเป็นพาร์ตเนอร์กับธุรกิจอื่นๆ อาทิ แอร์เอเชีย ดีแทค เป็นต้น และประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ”

ขณะที่แผนการทำตลาดในช่วงไตรมาส 2 นี้จะให้ความสำคัญกับการให้สิทธิพิเศษแก่สมาชิก การสร้างแบรนด์ รวมไปถึงการพัฒนาอินโนเวชันในการกระตุ้นยอดขาย เนื่องจากช่วงไตรมาส 2 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ถือเป็นช่วงชะลอตัวของตลาดเนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นช่วงของการจับจ่ายไป ก่อนที่ตลาดจะมีการเติบโตและแต่ละแบรนด์จะเริ่มอัดโปรโมชันกันอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม ที่เป็นช่วงของเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ประชาชนจะออกมาจับจ่าย

“ต้องบอกว่าช่วงไตรมาส 2 ถือเป็นช่วงที่ตลาดชะลอตัว เนื่องมาจากเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเปิดเทอม ประกอบกับกำลังซื้อส่วนใหญ่ถูกเทไปในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่แล้ว ดังนั้นในช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่บริษัทให้ความสำคัญกับการให้สิทธิพิเศษแก่สมาชิก การสร้างแบรนด์ก่อนที่จะมีการจัดโปรโมชันใหญ่อีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมหรือราวไตรมาส 3 ซึ่งเป็นอีกช่วงที่ผู้บริโภคออกมาจับจ่าย เพราะตรงกับเทศกาลวันแม่แห่งชาติ”

อย่างไรก็ตามสำหรับเป้าหมายการเติบโตของบริษัทในปีนี้ยังคงอยู่ที่ 15% เท่ากับเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี แม้ว่าตลอดช่วงสงกรานต์ 9 วันจะมีมาตรการจากภาครัฐเข้ามาแต่สภาพตลาดธุรกิจอาหารตลอดทั้งปีก็มีทั้งช่วงไฮซีซัน และช่วงชะลอตัวที่จะเฉลี่ยยอดขายกันไปในแต่ละช่วงตลอดทั้งปี

ด้านนายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจอาหาร บริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มและร้านอาหารในเครือโออิชิ อาทิ โออิชิ แกรนด์, ชาบูชิ, โออิชิราเมน ฯลฯ กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายของบริษัทในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา (9-17 เมษายน) หลังจากที่ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายออกมานั้นมีการเติบโตขึ้นเฉลี่ย 34% โดยภาคอีสานมียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาได้แก่ ภาคเหนือ กทม.และภาคใต้ตามลำดับ

“ภาพรวมยอดขายตลอด 9 วันต้องบอกว่าวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา มียอดเติบโตสูงสุดกว่า 60% ขณะที่ในช่วงวันที่ 13-14 เมษายน เติบโต 40-50% ซึ่งเฉลี่ยออกมาแล้วเรามียอดขายเติบโตที่ 34% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก และเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างยอดขายให้กับไตรมาส 2 มีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าไตรมาส 1”

สำหรับแนวทางการทำตลาดในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนับจากนี้ เบื้องต้นอาจจะมีโปรโมชันกระตุ้นยอดขายออกมาในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นช่วงที่ตลาดชะลอตัว เนื่องจากเป็นช่วงที่นักเรียนเปิดเทอม และผู้ปกครองก็จับจ่ายซื้ออุปกรณ์การเรียนให้บุตรหลาน ส่งผลให้ในส่วนของธุรกิจอาหารชะลอตัวไป จึงจำเป็นต้องมีการจัดโปรโมชันออกมากระตุ้นยอดขาย

ขณะที่นายประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้าน “แบล็คแคนยอน” กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจร้านอาหารยังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยแนวโน้มของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น และปิ้งย่างเกาหลี ยังคงขยายตัวได้อีก แต่การลงทุนที่จะเกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศจะต้องรักษาสมดุล เพื่อให้สามารถบาลานซ์ธุรกิจให้ได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังชะลอตัว

“ไตรมาสแรกธุรกิจร้านอาหารยังทรงตัว ไม่มีการเติบโตเพราะมีปัจจัยรอบด้าน ส่งผลให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นและลดการบริโภค ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ แต่ในด้านการลงทุนยังจำเป็นต้องเดินหน้า เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งในส่วนของแบล็คแคนยอนเอง ปีนี้อาจจะให้ความสำคัญกับการลงทุนในต่างประเทศมากกว่า โดยคาดว่าจะมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 60 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 52 แห่ง ภายใน 12 เดือนนับจากนี้”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,150 วันที่ 21 - 23 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline