
ประตูสู่ความเสมอภาคทางสติปัญญา
การทดลองฝังชิปที่สร้างจากเซลล์ประสาทของสิ่งมีชีวิตในสมองหนูทดลอง สามารถทำหน้าที่เป็นสมองขนาดเล็กที่ใช้พลังงานในการประมวลผลน้อย ถ้านักวิทยาศาสตร์พัฒนาชิปชีวภาพนี้ได้สำเร็จ จะสามารถเพิ่มศักยภาพในด้านการคำนวณ การคิดวิเคราะห์ และการเชื่อมโยงเหตุผล
ดร.ณัฐวุฒิ พงศ์สิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล (nutavootp @gmail.com) กล่าวว่า ถ้าถึงจุดนั้น เราคงเห็นความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสมอภาคทางสติปัญญาขึ้นจริงๆ ซึ่งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านผลิตภาพ รวมทั้งการบริหารและพัฒนาบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญ
การทำงานของสมองมนุษย์ เกิดจากเซลล์ประสาทหลายล้านเซลล์ส่งผ่านข้อมูลระหว่างกันเป็นเครือข่ายที่มีความสลับซับซ้อน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ยังทำได้เพียงแค่อ่านข้อมูลที่ส่งออกมาจากเซลล์ประสาท ยังไม่สามารถเขียนข้อมูลเข้าไปสั่งการสมองได้ ความยาก คือการสร้าง Neuromorphic Chip เพื่อควบคุมสัญญาณที่ซับซ้อนของเซลล์ประสาทให้กระจายสอดคล้องกัน ยังห่างไกลจากความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าล่าสุด จากนักวิจัยที่ สถาบัน MIT จี ฮวาน คิม ได้พบวิธีแก้ไข โดยนำผลึกซิลิกอน และธาตุเจอร์เมเนียม ทำเป็นเส้นนำสัญญาณไฟฟ้า ประกอบกันเป็นโครงข่ายในระดับไมครอน ทำให้ลดความแปรปรวนลงได้มาก ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญ ในการสร้างโครงข่ายประสาทเทียมในอนาคต และอาจนำไปสู่การพัฒนามนุษย์ที่มีความฉลาดเหนือขีดจำกัด รวมทั้งความสามารถในการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต เช่นเดียวกับตัวแสดงในภาพยนตร์ Ghost in the Shell
อีกก้าวสำคัญมาจากโครงการที่ลงทุนโดย “อีลอน มัสก์” ผ่านบริษัท นิวราลิงก์ ซึ่งมุ่งพัฒนาโครงข่ายสายเชื่อมประสาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของสมองในส่วนของการรับรู้ ความคิดและสติปัญญาทำให้สมองมนุษย์สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์ คาดว่าจะทดลองฝังชิปสั่งงานอวัยวะในสมองผู้พิการได้ภายในปี ค.ศ. 2021 สำหรับบุคคลทั่วไป จะตามมาภายใน 8-10 ปี ข้างหน้า เป้าหมายสูงสุดคือทำให้มนุษย์สามารถดาวน์โหลดข้อมูลความคิดต่างๆ ได้โดยไม่จำกัด
ถ้าเทียบกับเซลล์สมองของมนุษย์ ชิปของบริษัท นิวราลิงก์ ยังมีขนาดใหญ่และใช้พลังงานมากอยู่ดี ซึ่งนั่นทำให้นักวิจัยหลายคน เกิดไอเดียการสร้างชิปจากเซลล์ชีวภาพแทน เช่น ทีมวิจัยจากยุโรปสามารถสร้างระบบเครือข่ายเซลล์ประสาท โดยใช้สารชีวภาพเชื่อมต่อกับซิลิกอน สื่อสารกันผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และงานของ “คอร์ทิคอน แลป” บริษัทสตาร์ทอัพจากออสเตรเลีย สามารถสร้างชิปชีวภาพจากเซลล์ประสาทของหนูที่สกัดจากตัวอ่อน และเซลล์ประสาทของมนุษย์ที่สกัดจากเซลล์ผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นสมองขนาดเล็กที่ใช้พลังงานในการประมวลผลน้อยกว่าสมองแมลงปอได้แล้วหากเทคโนโลยีนี้ใช้งานได้ดี เราจะสามารถติดตั้งชิปเข้ากับสมอง เพื่ออัพเกรดความสามารถในการคิดคำนวณของมนุษย์ได้ง่ายขึ้นซึ่งอาจเป็นก้าวกระโดดของวิวัฒนาการของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้
การบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์กรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เมื่อวันหนึ่งถ้าใครอยากฝังชิปในสมองเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวเอง เพิ่มความจำ และการตัดสินใจที่เฉียบคม คิดคำนวณได้เร็วขึ้น เรียนรู้ได้เร็วขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น กำลังกลายเป็นจริง ถ้าพัฒนาไปจนราคาถูกลง อาจซื้อแบบ App in Purchase มา Upload ได้ในราคาที่ไม่แพงเกินไป
สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในด้านบวก เช่น ผลิตภาพ (Productivity) ขององค์กรเพิ่มขึ้น จากการที่พนักงานคิดวิเคราะห์ได้ดีขึ้น การบริหารและถ่ายทอดองค์ความรู้โดยเฉพาะที่เป็นความรู้ที่ไม่ปรากฏชัดแจ้ง แต่เป็นประสบการณ์อยู่กับตัวบุคคล (Tacit Knowledge) จะไม่สูญหาย สามารถเก็บรักษาไว้ได้ในชิปสมองเทียม ในเรื่องการบริหารผลงาน พนักงานที่ฝังชิปจะมีผลงานดีกว่าพนักงานทั่วไป ซึ่งในที่สุดองค์กรอาจต้องให้การฝังชิปเป็นสวัสดิการที่เบิกได้ เช่นเดียวกับการเบิกค่ารักษาพยาบาลทั่วไป ถึงจุดนั้นเราคงเห็นความเป็นไปได้ ที่จะเกิดความเสมอภาคทางสติปัญญาของบุคลากรทั้งองค์กรเกิดขึ้นจริงๆ
หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,626 วันที่ 12 - 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563






