
RISE พัฒนา "CIMM" เครื่องมือสร้างนวัตกรรมองค์
RISE สบช่อง องค์กรติดปัญหาสเกลนวัตกรรมสู่เป้าหมายไม่ได้ พัฒนา CIMM เครื่องมือสร้างนวัตกรรม 5 ระดับ พร้อมแนะ 6 ปัจจัย ด้านบุคลากรและเทคโนโลยี ช่วยองค์กรเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรแบบก้าวกระโดด
นายแพทย์ศุภชัย ปาจริยานนท์ หรือ หมอคิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง RISE เปิดเผยว่า RISE คิดค้นโมเดลวัดระดับนวัตกรรมองค์กร ซึ่งประกอบไปด้วย ระดับในการสร้างนวัตกรรมองค์กร 5 ระดับ ได้แก่ ระดับเริ่มต้น (Newcomer) ระดับสำรวจ (Explorer) ระดับท้าทาย (Challenger) ระดับเชี่ยวชาญ (Practitioner) และระดับแชมเปี้ยน (Champion) เพื่อเป็นแนวทางแก่องค์กรในการพัฒนาความสามารถสร้างนวัตกรรม พร้อมแนะ 6 ปัจจัยสำคัญเกี่ยวกับบุคลากรและเทคโนโลยี ที่เป็นตัวชี้วัดระดับนวัตกรรมองค์กร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยองค์กรในการเร่งสปีดนวัตกรรมให้ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด
‘โมเดลวัดระดับนวัตกรรมองค์กร’ หรือ ‘Corporate Innovation Maturity Model’ (CIMM) เป็นเครื่องมือในการวัดว่าองค์กรต่าง ๆ มีการทำนวัตกรรมองค์กรอยู่ในระดับใด หลังจากนั้นจะสามารถกำหนดแผนงาน และวางแนวทางในการขับเคลื่อนนวัตกรรมองค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยแบ่งระดับของการสร้างนวัตกรรมองค์กรเป็น 5 ระดับ โดยระดับเริ่มต้น หรือ Newcomer คือ องค์กรตระหนักว่านวัตกรรมนั้นสำคัญ และมีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ แต่ยังไม่มีแผนงานหรือเป้าหมายด้านนวัตกรรม ระดับสำรวจ หรือ Explorer คือ องค์กรที่มีแผนด้านนวัตกรรมองค์กรแล้ว แต่ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านกระบวนการทางความคิด หรือ Mindset และชุดทักษะที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรมให้กับบุคลากร
ระดับท้าทาย หรือ Challenger คือ องค์กรที่มีแผนและบุคลากรที่มี Mindset ที่พร้อมสำหรับการสร้างนวัตกรรมองค์กรแล้ว แต่ยังขาดชุดทักษะในการสร้างนวัตกรรมองค์กรขึ้นมาให้เห็นผลลัพธ์จริง ระดับเชี่ยวชาญ หรือ Practitioner คือ องค์กรที่สามารถสร้างนวัตกรรมองค์กรได้แล้ว แต่ยังไม่ได้ผลลัพธ์หรือผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างชัดเจน และระดับแชมเปี้ยน หรือ Champion คือ องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการสร้างนวัตกรรมและมีผลลัพธ์จากการสร้างนวัตกรรมเป็นรูปธรรม ซึ่งควรสร้างความยั่งยืนของธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมนั้น
จากการศึกษาองค์กร 400 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่ากว่า 46% มีการสร้างนวัตกรรมองค์กรในระดับสำรวจ (Explorer) และกว่า 28% อยู่ในระดับท้าทาย (Challenger) แสดงให้เห็นว่า แม้ว่าองค์กรส่วนใหญ่จะรู้ถึงความสำคัญในการสร้างนวัตกรรมองค์กร แต่ยังเผชิญกับความท้าทายในการลงมือทำ และปรับใช้กลยุทธ์ที่ก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรม พร้อมผลลัพธ์ที่ชัดเจนอย่างแท้จริง
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระดับนวัตกรรมองค์กรคือ บุคลากร และเทคโนโลยี 6 ปัจจัย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยองค์กรในการสร้างนวัตกรรมองค์กรให้ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด โดยด้านของบุคลากร ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ ความพร้อมของผู้นำ (Leadership) ศักยภาพของทีมงาน (Team Capability) และกระบวนการภายในองค์กร (Organizational Process) ด้านเทคโนโลยี ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ ระบบนิเวศน์ (Ecosystem) เครื่องมือ (Tools) และข้อมูล (Data) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดระดับการเติบโตของนวัตกรรมองค์กร
พร้อมกันนี้ เพื่อแนะนำโมเดลวัดระดับนวัตกรรมองค์กรเป็นครั้งแรก และเปิดเผยทิศทางการเร่งสปีดนวัตกรรมสำหรับปี 2564 RISE จะจัดงาน “RISE Rethink” ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ที่ The Society, Gaysorn Tower ชั้น 22 ผู้สนใจเข้าร่วมงาน สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ https://bit.ly/RegisterRISERethink-news
จากการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยองค์กรเร่งสปีดในการสร้างนวัตกรรมมากว่า 4 ปี พบองค์กรส่วนใหญ่ 83% ตระหนักรู้ ถึงความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมองค์กร อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังต้องเผชิญกับความท้าทายตลอดเส้นทางการสร้างนวัตกรรม (Innovation journey) เนื่องจากการสร้างนวัตกรรมเป็นเส้นทางที่ใช้เวลายาวนาน และมีความแตกต่างกันในแต่ละธุรกิจ อีกทั้งในแต่ละองค์กรก็มีทรัพยากรไม่เหมือนกัน โดย 91% ของบริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการทำนวัตกรรมองค์กร แต่ส่วนใหญ่ยังเจอความท้าทายในด้านการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการทำนวัตกรรมองค์กร และปัญหาที่ไม่สามารถสเกลหรือขยายนวัตกรรมให้ไปในระดับที่ใหญ่ต่อไปได้ จึงทำให้ไม่มั่นใจว่า ควรมุ่งไปทางไหนต่อ เพื่อไปถึงเป้าหมายด้านนวัตกรรมที่องค์กรได้วางไว้






