thansettakij
thansettakij
 “คนกรุง-ปริมณฑล” กลัวฝุ่น PM2.5 ทำลายสุขภาพ

“คนกรุง-ปริมณฑล” กลัวฝุ่น PM2.5 ทำลายสุขภาพ

10 พ.ย. 63 | 03:25 น.
อัปเดตล่าสุด :10 พ.ย. 63 | 10:43 น.

กรมอนามัย เปิดผลสำรวจ อนามัยโพล เรื่อง การเตรียมตัวรับมือฝุ่น PM2.5 ของปชช.ในเขตกทม.-ปริมณฑล 5 จังหวัด ระบุ 68% กังวลว่า PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พบ 27 % เตรียมรับมือสำรองหน้ากากป้องกันฝุ่น ส่วนอีก 17 % ทำความสะอาดบ้าน- ล้างแอร์-ล้างพัดลม

10 พฤศจิกายน 2563 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนของทุกปี ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสูง เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและภาวะลมสงบ ทำให้ฝุ่นที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งจากการจราจร การเผาไหม้ไม่สามารถกระจายตัว จึงทำให้ฝุ่นสะมสมในปริมาณเพิ่มสูงขึ้น จนอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ต้องดูแลและป้องกันสุขภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง

 

ผลสำรวจ อนามัยโพล เรื่องการเตรียมตัวรับมือฝุ่น PM2.5 จากประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี และนนทบุรี จำนวน 1,230 คน พบว่าร้อยละ 68 มีความวิตกกังวลหรือกลัวว่าฝุ่น PM2.5 จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากมีขนาดเล็กและมองไม่เห็น อาจเข้าถึงถุงลมปอด ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ และบางคนมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว อาจเพิ่มความรุนแรงของโรคและส่งผลต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว

 

​“ขณะที่ประชาชนร้อยละ 65 ไม่ทราบว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 กำลังจะเกิดขึ้นช่วงไหน และสำหรับการเตรียมดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวในช่วงก่อนเกิดปัญหาฝุ่นนั้นพบว่า ร้อยละ 27 มีการสำรองหน้ากากป้องกันฝุ่น ร้อยละ 17 ทำความสะอาดบ้าน ล้างแอร์ ล้างพัดลม และมีเพียงร้อยละ 11 เท่านั้น สามารถเข้าถึงข้อมูลที่แสดงระดับสีเตือนความรุนแรงของ PM2.5 และปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนคนละครึ่งรอบ 2 โหลดแอป "เป๋าตัง" รอรับรอบเก็บตก คนละครึ่ง 3000

ราคาน้ำมันดิบทะยาน ขานรับข่าวผลการทดสอบวัคซีนโควิด-19

อาลัย "ดุสิต รังคงสิริ" อดีตรมช.อุตสาหกรรมและส.ส.แพร่ 7 สมัย

เช็กที่นี่ วันนี้ (10 พ.ย.) มีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักที่ไหนบ้าง

 

นอกจากนี้ยังมีการเตรียมในเรื่องอื่นๆ ได้แก่ ปลูกต้นไม้เพื่อดักฝุ่น ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองอากาศ เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับคนป่วยไว้ล่วงหน้า เตรียมเบอร์โทรฉุกเฉิน เป็นต้น” นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าว

 

​รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในตอนท้ายว่า ผลสำรวจอนามัยโพลยังพบอีกว่า ประชาชน ส่วนใหญ่กังวลว่ากลุ่มวัยที่จะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากปัญหาฝุ่น PM2.5 มากที่สุด คือ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ รวมถึงผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น ตำรวจจราจร แม่ค้าริมถนน พนักงาน กวาดถนน จึงควรแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฝุ่นสูง ก่อนออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นที่เหมาะสม

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดก่อนออกจากบ้าน ด้วยการดูค่า PM2.5 หรือค่า AQI ได้ที่เว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th หรือ แอปพลิเคชัน “Air4Thai” ของกรมควบคุมมลพิษ โดยให้สังเกตที่สีเป็นหลัก หากเป็นสีส้มและสีแดง ซึ่งเป็นค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานและมีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำของหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด

 

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย