
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตอบรับการเลือกตั้งปธน.สหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตามตลาดหุ้น ตอบรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน 4 พฤศจิกายน 2563
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นในสหรัฐฯ จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐฯ ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดหวังที่จะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน หลังการเลือกตั้งนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดาวโจนส์ ปิดพุ่ง 554 จุด รับเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ
+ มีรายงานว่า กลุ่มโอเปกและพันธมิตรนอกกลุ่ม วางแผนที่จะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมในช่วงต้นปี 2021 แทนที่จะผ่อนคลายการลดกำลังการผลิตที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ หลังอุปสงค์น้ำมันโลกฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดไว้ โดยกลุ่มโอเปกและพันธมิตรได้ปรับลดกำลังการผลิตที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- นักลงทุนยังคงกังวลการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยหลายประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ต่างประกาศมาตรการล็อกดาวน์เพื่อยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศอินเดียที่ฟื้นตัว ประกอบกับการผลิตน้ำมันเบนซินที่ลดลงจากโรงกลั่นฯ ในเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินยังคงถูกกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากสหรัฐฯ
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โรงกลั่นฯ ในภูมิภาคปรับลดกำลังการผลิตลง ท่ามกลางอุปสงค์ที่ทรงตัว
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส จะเลื่อนแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน เนื่องจากกังวลว่าการใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ในยุโรปจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 85 เซนต์ หรือ 2.3% ปิดที่ 37.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 2563
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 1.9% ปิดที่ 39.71 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 2563






