thansettakij
thansettakij
 3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

15 ต.ค. 63 | 13:30 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 63 | 12:34 น.

บทความพิเศษ : 3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

ด้วยจำนวนเด็กที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ใบปริญญาอาจจะไม่สำคัญอีกต่อไป รวมถึงการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คน และการเกิดโรคระบาดอย่างโควิด-19 ล้วนเป็นสถานการณ์ที่กระตุ้นให้ "สถาบันอุดมศึกษา" ทุกแห่งต้องเร่งปรับโฉม พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอนตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ 

 

รศ.ดร.ปรัชญา ชุ่มนาเสียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กเกิดใหม่ลดลง โดยทั่วโลกทุก 1 นาที จะมีเด็กเกิดใหม่ 140 คน ขณะที่ประเทศไทย ทุก 1 นาที จะมีเด็กเกิดใหม่ 1 คน ซึ่งการที่มีเด็กเกิดใหม่น้อยลงสะท้อนให้เห็นว่าวัยแรงงานลดลงเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นด้วยลักษณะของกลุ่มผู้เรียนในอนาคตจะมีความหลากหลาย GEN ทั้ง GEN X  ,GEN Y  และGEN Z ที่มีความต้องการต่างกัน รูปแบบการเรียนรู้ก็จะแตกต่างกัน โดยคนกลุ่ม Gen X และ Gen Y  ต้องการเสริมสมรรถนะให้ตนเอง ส่วน Gen Y ซึ่งมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน  ชอบความท้าทาย และกลุ่ม Gen Z จำนวนประมาณ  10 ล้านคน ต้องการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ สามารถปรับใช้ได้หลากหลาย ฉะนั้น การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิม 

รศ.ดร.ปรัชญา ชุ่มนาเสียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

"คนที่จะอยู่รอดในยุคปัจจุบันนี้ต้องมีทักษะมากกว่า 1 อย่าง ดังนั้น สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องทำและปรับตัว คือ ต้องมีการปรับหลักสูตรให้ตอบโจทย์วัยแรงงานและขยายตลาดผู้เรียนไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ มีการ Reskill/Upskill  พัฒนาหลักสูตรให้มีความน่าสนใจและองค์ความรู้ใหม่อยู่ตลอด แบบตั้งรับและเคลื่อนที่เร็ว อย่าง ม.รามคำแหงเป็นการเรียนแบบตลาดวิชา ทำให้นักศึกษาได้เลือกเรียนอย่างอิสระ และสอดคล้องกับงานที่เกิดขึ้นใหม่  ที่สำคัญต้องมีการพัฒนาทักษะ คุณภาพของนักศึกษาให้เป็นบัณฑิตสายพันธุ์ใหม่ โดยมีการจัดทำหลักสูตรอิงสมรรถนะและทักษะ แบบเรียนเป็นชุดวิชา (Modules) แทนการเรียนทั้งสาขาวิชา เน้นการมีทักษะมากกว่าเน้นปริญญา และต้องเพิ่มหลักสูตรจากการเรียนรายวิชา เป็นการเรียนตามหัวข้อ สามารถขอเทียบโอนหน่วยกิตหรือขอใบรับรองได้" รศ.ดร.ปรัชญา กล่าว 

 

รศ.ดร.ปรัชญา กล่าวด้วยว่า มีความเป็นไปได้ว่านักศึกษาที่จบใหม่ในปี 2564 ที่มีมากกว่า 1.8 ล้านคน จะยังเข้าสู่ตลาดแรงงานไม่ได้ในทันที และคาดว่าประมาณ 4-5 แสนคน อาจจะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น เช่น ปริญญาโทหรือปริญญาตรีใบที่ 2 ในขณะที่หางานทำไปด้วย หรือเป็นฟรีแลนซ์งานอื่นๆไปด้วย รวมถึงกลุ่มคนที่ยังอยู่ใน Gen X, Y ที่ต้อง Reskill/Upskill หรือ หาทักษะใหม่ให้กับตนเองเพื่อเปลี่ยนสายงาน/สายอาชีพไปเลย ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงต้องปรับตัวให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยบูรณาการสิ่งที่มีอยู่เดิมและพัฒนาหลักสูตรใหม่  ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน 

 3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

ขณะเดียวกัน จากเวทีสัมมนา Flagship Summit :Skills for the future ณ จุฬาลงกรณ์ วิทยาลัย ได้สรุปถึงงานในอีก 12ปี ข้างหน้า ว่า กว่า 80% ของงานที่มีในอนาคต ยังไม่ปรากฏในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าอนาคตจะมีงานรูปแบบใหม่ เกิดขึ้นอีกมากมาย

 3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

รศ.ดร.ปรัชญา กล่าวต่อว่า สำหรับการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย  ต้องเน้นเสริมสมรรถนะ ทักษะที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีไม่สามารถเลียนแบบได้  ซึ่งในส่วนของมร.นั้น ได้มีการปรับตัวพัฒนาตนเองตลอดเวลา และหลังจากนี้จะมีการเพิ่ม Learning Skill และการเรียนแบบเพิ่มพูนทักษะด้วยการปฏิบัติจริงหรือ Active Learning การส่งเสริมการเรียนรู้จากของจริง (Learning experience) ให้ครอบคลุมทั้งสายวิทยาศาสตร์และสายสังคมศาสตร์ เช่น การไปฝึกงาน ในองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นต้น อีกทั้งต้องเพิ่มทักษะผู้บริหาร เพื่อตอบสนอง Human-machine Partnership เพราะแม้ว่า AI จะฉลาดเพียงใด แต่การตัดสินใจหลักยังคงต้องเป็นผู้บริหารที่เป็นผู้ตัดสินใจหลัก ต้องเรียนรู้การทำ Decision making

 3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

เมื่อเทรนด์การเรียนรู้ของผู้คนไม่ได้จำกัดเฉพาะในห้องเรียน และกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนของมหาวิทยาลัยไม่ได้มีเพียงกลุ่มเด็กจบมัธยมศึกษาตอนปลาย รศ.ดรปรัชญา กล่าวอีกว่า การเกิดหลักสูตรใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างมาก โดยหลักสูตรแห่งอนาคตจะต้องมี 3 รูปแบบ ดังนี้  1. Formal Education เน้นหลักสูตร 4 ปี 5ปี (วิชาชีพ) หรือหลักสูตรต่อเนื่อง โดยออกแบบหลักสูตรตามจุดแข็งดั้งเดิมของมหาวิทยาลัย และสร้างหลักสูตรสอดคล้องกับตลาดแรงงาน โดยพยายามนำสาขาวิชาในแต่ละคณะมาบูรณาการร่วมกันเพื่อสร้างหลักสูตรใหม่ อาทิ สาขาแพทย์แผนไทยร่วมกับสาขาคหกรรมศาตร์ กับสาขาเทคโนโลยีด้านอาหาร สร้างผลิตภัณฑ์อาหาร และยาจากพืชสมุนไพรไทย เป็นต้น

 3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

 “การเรียนการสอนตอบโจทย์กลุ่มผู้เรียนตาม Gen Z เพื่อรองรับแนวโน้มของงานในอนาคต ต้องเป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่มากกว่าตำรา หรือทฤษฎี และสามารถปรับใช้ได้อย่างหลากหลาย เด็กรุ่นใหม่ต้องมีทักษะมากกว่า 1 อย่าง  ดังนั้น หลักสูตรใหม่เพื่อพัฒนาผู้เรียน ต้องเป็นหลักสูตร Formal Education เน้นหลักสูตร 4 ปี 5ปี(วิชาชีพ) หรือหลักสูตรต่อเนื่อง โดยออกแบบหลักสูตรตามจุดแข็งดั้งเดิมของมหาวิทยาลัย และสร้างหลักสูตรที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน โดยพยายามนำสาขาวิชาในแต่ละคณะมาบูรณาการร่วมกัน สร้างหลักสูตรใหม่ จูงใจ นศ. Gen Z และตลาดแรงงาน อาทิ  สาขาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ร่วมกับ สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ และ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สร้างนักลงทุนระหว่างประเทศอย่างมืออาชีพ หรือ สาขาแพทย์แผนไทย ร่วมกับสาขาคหกรรมศาสตร์ กับสาขาเทคโนโลยีด้านอาหาร สร้างผลิตภัณฑ์อาหารและยาจากพืชสมุนไพรไทย หรือ สาขาแพทย์แผนไทย ร่วมกับ สาขาวิชาเคมี กับสาขาการเกษตร ผลิตเครื่องสำอางจากสมุนไพรไทย  รวมถึงสาขาที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน เช่น ทัศนมาตรศาสตร์ที่มีจำนวนนักศึกษาที่สามารถออกสู่ตลาดแรงงานได้กว่า 90%” รศ.ดร.ปรัชญา กล่าว 

 

2.Non formal Education หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น ทั้งระบบ Online และ ระบบ Offline เพื่อตอบโจทย์ New Normal และ การเรียนที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง ด้วยแนวคิดการเรียนรู้อย่างสนุกและสร้างงาน เช่น การสร้างยูทูปเบอร์, การขายของออนไลน์, Life Coach, Reviewer, นักการตลาดออนไลน์, เจ้าของธุรกิจ Start up เป็นต้น 

 3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

และ 3. Informal Education หรือการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ของคนทุกวัย ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เน้นรูปแบบ Online หรือ MOOC (Massive Open Online Course) เพื่อต่อยอดเพิ่มพูนความรู้ ทักษะในอาชีพตามความถนัดและสนใจของกลุ่มเป้าหมาย

 

นอกจาก บทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในการสร้างทุนมนุษย์แล้ว ยังต้องเป็นแหล่งพัฒนาศักยภาพของบัณฑิตเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนหรือพัฒนาชุมชน เพราะการบริการสังคม ร่วมกับชุมชนในการแก้ปัญหาท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพแก่ชุมชน เป็นการฝึกให้นักศึกษามีความรับผิดชอบ พัฒนาทักษะการสื่อสาร มนุษย์สัมพันธ์ การทำงานเป็นทีมและการมีทักษะศตวรรษที่ 21 นอกเหนือจากการเรียนในชั้นเรียน

 3 รูปแบบหลักสูตรตอบคนทุกGEN หนทางรอดมหาวิทยาลัยยุคใหม่

"มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การทำวิจัยชุมชน และนวัตกรรมเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้บริการคนในชุมชนมีความสำคัญ เช่น การให้บริการความรู้ด้านแพทย์แผนไทย และสมุนไพร โดยมีการจัดตั้งศูนย์การแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพที่รวบรวมองค์ความรู้ อาทิเช่น แพทย์แผนไทย ทัศนมาตรศาสตร์ รังสีเทคนิควิทยา ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและการส่งเสริมสุขภาพกับประชาชนทั่วไป พร้อมกันนี้จะมีการปรับให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางพัฒนาประจำจังหวัด โดยร่วมกับ นศ.ที่ออกค่ายอาสา เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบและมีเป้าหมายที่การพัฒนาไปพร้อมกับชุมชน และมีความยั่งยืน จัดทำศูนย์อบรมระยะสั้น การพัฒนาการเรียนรู้ ตามความต้องการ (Need Assessment) ความจำเป็นที่ต้องการการที่เรียนรู้ตามสาขาวิชาชีพ ความถนัด ทักษะที่ต้องการ  ทั้งหมดนี้ ต้องเป็นบทบาทของมหาวิทยาลัยยุคใหม่ที่ไม่ได้มองเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัย  แต่ต้องเป็นที่พึ่งและแหล่งอบรม เรียนรู้ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตแก่ผู้คนทุกกลุ่ม" รศ.ดร.ปรัชญา กล่าวทิ้งท้าย 

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • normal_news