
"บอร์ดเมดิคัลฮับ"ไฟเขียวตั้งสถานกักกันตัวในกิจการเพื่อสุขภาพรับนักท่องเที่ยว
"บอร์ดเมดิคัลฮับ" ไฟเขียวจัดตั้งสถานกักกันในกิจการเพื่อสุขภาพ (Wellness Quarantine) รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หวังสร้างรายได้ พร้อมเสนอเปิดสนามบิน 4 แห่งในจังหวัดท่องเที่ยวรับผู้ป่วยต่างชาติมารับการรักษา จ่อเสนอ ศบค.ให้ความเห็นชอบ
คณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) หรือ บอร์ดเมดิคัลฮับ เห็นชอบจัดตั้งสถานกักกันในกิจการเพื่อสุขภาพ รองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต เตรียมเสนอเปิดสนามบินหลัก 4 แห่งในจังหวัดท่องเที่ยว ด่านบกและด่านน้ำ รวม 4 แห่ง รองรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษา จ่อชง ศบค.ให้ความเห็นชอบต่อไป พร้อมจัดทำแพคเกจพิเศษ Shopping Online
3 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (2 ตุลาคม 2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) ครั้งที่ 2/2563
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"อนุทิน"แต่งตั้ง "หมอบุ๋ม"เป็นโฆษกกระทรวงสาธารณสุข
"อนุทิน"ลั่น สธ.ไม่สนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก CPTTP
"อนุทิน"ขอเพิ่มงบ 1.4 หมื่นล้าน ยกระดับ "บัตรทอง"
หอฯชง "อนุทิน" 6 เรื่องใหญ่ ยกระดับสาธารณสุขประเทศ
นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการเรื่องการจัดตั้งสถานกักกันในกิจการเพื่อสุขภาพ (Wellness Quarantine :WQ) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตามนโยบาย Wellness Program โดยอยู่ระหว่างการรับสมัครกิจการเมดิคอลสปาและกิจการเพื่อสุขภาพอื่นๆเข้าร่วมโดยจะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนด และกักกันตัว 14 วัน ซึ่งประมาณการว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 195 ล้านบาท
หลังจากที่มีการดำเนินการเรื่องสถานกักกันในโรงพยาบาลทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine : AHQ) มาตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎราคม 2563 ในการรองรับผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามารับการรักษาในประเทศไทยแล้วมีผลการดำเนินการที่ดี โดยมีชาวต่างชาติเข้ามารับการรักษาแล้ว 1,120 ราย เกิดรายได้ 114 ล้านบาท และกำลังจะเดินทางเข้ามาอีก 2,220 ราย ประมาณการรายได้อีก 360 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังเห็นชอบในหลักการเรื่องการเตรียมเปิดสนามบินหลักอีก 4 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย และอู่ตะเภา เพื่อรองรับการดำเนินการเรื่อง Medical Program รับผู้ป่วยชาวต่างชาติมารักษาในลักษณะของเที่ยวบินเช่าเหมาลำ
พร้อมเปิดด่านทางบก 2 แห่ง คือ ด่านบ้านแหลม และด่านบ้านหาดเล็ก จ.จันทบุรี เปิดด่านทางน้ำ 2 แห่ง คือ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด โดยจะต้องเสนอไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด 19 หรือ ศบค.เห็นชอบต่อไป
รวมถึงเห็นชอบการจัดทำแพคเกจพิเศษ Shopping Online สำหรับผู้ที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลในโครงการ AHQ เน้นสินค้ากลุ่มสมุนไพรและโอทอป รวมทั้งยังรับทราบโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยว เชิงสุขภาพระดับโลก






