
สั่งดัดหลังเสือนอนกินนมโรงเรียน เตรียมสุ่มตรวจโรงงานใครไม่รับนํ้านมดิบโดนตัดสิทธิ์
"ปลัดเกษตร" ลุยดัดหลังเสือนอนกิน โครงการนมโรงเรียน 1.4 หมื่นล้าน เตรียมลงพื้นที่สุ่มตรวจ โรงงานผลิตนมยูเอชที ปลาย เม.ย.นี้ ลั่นพบผิดตัดสิทธิ์ทันที ด้านเอกชนโรงนมพาสเจอร์ไรส์กระอักหลังต้องส่งน้ำนมดิบผลิต ต้องเช่าโกดังเก็บ โรงนมยูเอชได้ทีโก่งราคาผลิต วงในเผย "แมรี่แอนด์-หนองโพ" รับอานิสงส์งานทะลัก
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวทางการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ในภาคเรียนที่ 2/2559 ว่า ในช่วงปิดภาคเรียน 30 วันผู้ประกอบการที่ได้สิทธิ์จำหน่ายจะต้องนำน้ำนมไปผลิต หรือรับจ้างผลิตตามสิทธิ์ที่ได้รับการจัดสรรโควตาที่ได้รับ จะต้องมีการระบุตั้งแต่เกษตรกร ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และโรงงานผลิตภัณฑ์ยู.เอช.ที ซึ่งทางมิลค์บอร์ดจะเริ่มลงสุ่มตรวจโรงงานปลายเดือนเมษายนนี้
"ที่ผ่านมาในช่วงปิดเทอมจะมีปัญหานมของเกษตรกรล้นตลาด โรงนมที่ได้สิทธิ์ไม่รับน้ำนมดิบบ้าง ทั้งๆ ที่ได้รับเงินจัดสรรไปเต็มจำนวน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ โรงงานต่างๆ เหล่านี้จะต้องผลิตจริง เพราะถ้าผลิตเชื่อว่าปัญหาเดิมจะไม่เกิดขึ้น แล้วจะได้ทราบปริมาณน้ำนมที่แท้จริงมีเท่าไรกันแน่ ถ้าพบกระทำผิด ไม่มีให้ตรวจจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากระบบนมโรงเรียนทันที"
ขณะที่แหล่งข่าวผู้ประกอบการนมพาสเจอร์ไรส์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาของกระทรวง ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายหนักขึ้น แก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะจะทำให้เอกชนมีภาระเพิ่ม ทั้งในส่วนค่าจ้างบรรจุกล่อง และต้องไปเช่าโกดังเก็บผลิตภัณฑ์นมที่บรรจุไม่ต่ำกว่า 1 ล้านกล่อง ต้องมีไว้ให้ตรวจ จะมาอ้างว่าส่งไปแล้วให้กับทางโรงเรียนก็ไม่ได้ ช่วงนี้อากาศร้อน ผลิตภัณฑ์จะเสียง่าย อย่างไรก็ดีผู้ที่ได้รับอานิสงส์จะเป็นผู้ประกอบการนมยู.เอช.ที ที่ได้รับจ้างผลิต เป็นโอกาสที่หลายโรงงานจะโก่งราคาค่ารับจ้างผลิตขึ้น ซึ่งทางผู้ประกอบการนมพาสเจอร์ไรส์ไม่มีทางเลือกก็จำเป็นต้องยอม มองว่าต่อไปเอกชนที่เหลือจะมีเฉพาะรายใหญ่ผูกขาดเท่านั้น รายเล็กๆ ไม่ไหวก็ต้องเลิกกิจการ เพราะขาดทุนไปโดยปริยาย
"ผู้ที่ได้รับอานิสงส์ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิตมากที่สุด 3 รายได้แก่ 1.สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) 2.บริษัท แมรี่ แอนด์ แดรี่ โปรดักส์ จำกัด และ 3.บริษัท คันทรีเฟรชแดรี่ จำกัด (ดูตารางประกอบ)"
ขณะที่เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมผู้ประกอบการนมโรงเรียนปีการศึกษา 2559 ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรสิทธิ์และพื้นที่จำหน่ายจากเป็นภาคเรียน (เทอม) สู่ปีการศึกษา (รายปี) เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่าย ได้แก่ ผู้ประกอบการจะต้องผลิตนมโรงเรียนที่มีคุณภาพ กล่าวคือ 1.น้ำนมโคที่มีองค์ประกอบปริมาณของแข็งรวม (Total Solid) ไม่ต่ำกว่า 12.5% 2.นมพาสเจอร์ไรส์ต้องขนส่งด้วยรถห้องเย็น มีอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส และผู้ประกอบการจะต้องมีรถห้องเย็นในจำนวนที่เพียงพอและสอดคล้องกับสิทธิการจำหน่ายที่ได้รับโดยแสดงหลักฐานการครอบครองรถจัดส่งมาให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) ก่อนรับหนังสือมอบอำนาจจาก อ.ส.ค. และในส่วนนม ยู.เอช.ที ต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกที่มีตู้หรือหลัง หรือผ้าใบปิดมิดชิดโดยบรรจุในลังกระดาษและไม่ควรซ้อนลังสูงเกิน 10 ชั้น โดยกล่องนมต้องไม่ยุบเสียหาย"
แหล่งข่าวจาก องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เผยว่า ขณะนี้ทางมิลค์บอร์ดได้เชิญชวนผู้ประกอบการที่มีความสนใจจะเข้าร่วมโครงการนม โรงเรียน ปีการศึกษา 2559 ให้สมัคร ผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ www.dpo.go.th/thaimilk ภายในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 18 เมษายนนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,149 วันที่ 17 - 20 เมษายน พ.ศ. 2559
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวทางการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ในภาคเรียนที่ 2/2559 ว่า ในช่วงปิดภาคเรียน 30 วันผู้ประกอบการที่ได้สิทธิ์จำหน่ายจะต้องนำน้ำนมไปผลิต หรือรับจ้างผลิตตามสิทธิ์ที่ได้รับการจัดสรรโควตาที่ได้รับ จะต้องมีการระบุตั้งแต่เกษตรกร ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และโรงงานผลิตภัณฑ์ยู.เอช.ที ซึ่งทางมิลค์บอร์ดจะเริ่มลงสุ่มตรวจโรงงานปลายเดือนเมษายนนี้
"ที่ผ่านมาในช่วงปิดเทอมจะมีปัญหานมของเกษตรกรล้นตลาด โรงนมที่ได้สิทธิ์ไม่รับน้ำนมดิบบ้าง ทั้งๆ ที่ได้รับเงินจัดสรรไปเต็มจำนวน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ โรงงานต่างๆ เหล่านี้จะต้องผลิตจริง เพราะถ้าผลิตเชื่อว่าปัญหาเดิมจะไม่เกิดขึ้น แล้วจะได้ทราบปริมาณน้ำนมที่แท้จริงมีเท่าไรกันแน่ ถ้าพบกระทำผิด ไม่มีให้ตรวจจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากระบบนมโรงเรียนทันที"
ขณะที่แหล่งข่าวผู้ประกอบการนมพาสเจอร์ไรส์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาของกระทรวง ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายหนักขึ้น แก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะจะทำให้เอกชนมีภาระเพิ่ม ทั้งในส่วนค่าจ้างบรรจุกล่อง และต้องไปเช่าโกดังเก็บผลิตภัณฑ์นมที่บรรจุไม่ต่ำกว่า 1 ล้านกล่อง ต้องมีไว้ให้ตรวจ จะมาอ้างว่าส่งไปแล้วให้กับทางโรงเรียนก็ไม่ได้ ช่วงนี้อากาศร้อน ผลิตภัณฑ์จะเสียง่าย อย่างไรก็ดีผู้ที่ได้รับอานิสงส์จะเป็นผู้ประกอบการนมยู.เอช.ที ที่ได้รับจ้างผลิต เป็นโอกาสที่หลายโรงงานจะโก่งราคาค่ารับจ้างผลิตขึ้น ซึ่งทางผู้ประกอบการนมพาสเจอร์ไรส์ไม่มีทางเลือกก็จำเป็นต้องยอม มองว่าต่อไปเอกชนที่เหลือจะมีเฉพาะรายใหญ่ผูกขาดเท่านั้น รายเล็กๆ ไม่ไหวก็ต้องเลิกกิจการ เพราะขาดทุนไปโดยปริยาย
"ผู้ที่ได้รับอานิสงส์ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิตมากที่สุด 3 รายได้แก่ 1.สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) 2.บริษัท แมรี่ แอนด์ แดรี่ โปรดักส์ จำกัด และ 3.บริษัท คันทรีเฟรชแดรี่ จำกัด (ดูตารางประกอบ)"
ขณะที่เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมผู้ประกอบการนมโรงเรียนปีการศึกษา 2559 ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรสิทธิ์และพื้นที่จำหน่ายจากเป็นภาคเรียน (เทอม) สู่ปีการศึกษา (รายปี) เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่าย ได้แก่ ผู้ประกอบการจะต้องผลิตนมโรงเรียนที่มีคุณภาพ กล่าวคือ 1.น้ำนมโคที่มีองค์ประกอบปริมาณของแข็งรวม (Total Solid) ไม่ต่ำกว่า 12.5% 2.นมพาสเจอร์ไรส์ต้องขนส่งด้วยรถห้องเย็น มีอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส และผู้ประกอบการจะต้องมีรถห้องเย็นในจำนวนที่เพียงพอและสอดคล้องกับสิทธิการจำหน่ายที่ได้รับโดยแสดงหลักฐานการครอบครองรถจัดส่งมาให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) ก่อนรับหนังสือมอบอำนาจจาก อ.ส.ค. และในส่วนนม ยู.เอช.ที ต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกที่มีตู้หรือหลัง หรือผ้าใบปิดมิดชิดโดยบรรจุในลังกระดาษและไม่ควรซ้อนลังสูงเกิน 10 ชั้น โดยกล่องนมต้องไม่ยุบเสียหาย"
แหล่งข่าวจาก องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เผยว่า ขณะนี้ทางมิลค์บอร์ดได้เชิญชวนผู้ประกอบการที่มีความสนใจจะเข้าร่วมโครงการนม โรงเรียน ปีการศึกษา 2559 ให้สมัคร ผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ www.dpo.go.th/thaimilk ภายในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 18 เมษายนนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,149 วันที่ 17 - 20 เมษายน พ.ศ. 2559






