
เหตุโควิด -19 กูรูการตลาดต้องฉีกตำราทิ้ง
"ดร.เอกก์" นักวิชาการด้านแบรนด์และการตลาด เเผย กูรูการตลาด ถึงขั้นต้องฉีกตำราทิ้ง หลังโควิด -19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างแรง สูตรสำเร็จการตลาดไม่มีอีกต่อไป ทุกอย่างต้องปรับและเปลี่ยนตลอดเวลา เพื่อสนองความต้อง "คุ้มค่า" ในใจผู้บริโภค
"ดร.เอกก์" นักวิชาการด้านแบรนด์และการตลาด เเผย กูรูการตลาด ถึงขั้นต้องฉีกตำราทิ้ง หลังโควิด -19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างแรง สูตรสำเร็จการตลาดไม่มีอีกต่อไป ทุกอย่างต้องปรับและเปลี่ยนตลอดเวลา เพื่อสนองความต้อง "คุ้มค่า" ในใจผู้บริโภค
ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์และการตลาด จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ด้วยความต้องการป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ส่งผลให้กูรุ รวมทั้งผู้เชี่ยว และอาจารย์ด้านการตลาดทั้งหลาย ถึงขั้นต้องฉีกตำราทิ้ง
"คนสอนการตลาดรู้สึกว่าทั้งแก่และงง สิ่งที่เราสอนตอนนี้ อาจจะใช้ไม่ได้เลยในโลกยุคปัจจุบัน เช่น การสร้างแวลูของสินค้า อย่าเล่นเรื่องราคาโดยเด็ดขาด เพราะนั่นแสกงว่า คุณ ไม่เก่งและไม่ฉลาด แต่วันนี้ ไม่ได้ คุณค่าคือเรื่องรอง คุ้มค่าคือเรื่องใหญ่ เพราะเงินในกระเป๋าคนน้อย หากไม่เล่นราคา ในขณะที่คนอื่นลดราคา แบบนั้นเราก็ขายไม่ได้"
หนึ่งตัวอย่างที่เห็นชัดเจนมาก คือ การออกตั๋วเครื่องบินแบบบุฟเฟ่ต์ของสายการบินแอร์เอเชีย ทำไมเขาต้องทำ ทั้งๆ ที่ขายขาดทุนมหาศาล แต่เหตุที่ต้องทำเพราะ ต้องการกระแสเงินสด เพื่อนำมาจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน สิ่งนี้ทำให้เห็นชัดว่า ถ้าไลฟสไตล์ของผู้บริดภคเปลี่ยน วิธีการทำตลาดก็ต้องเปลี่ยนทันที ไม่เช่นนั้นคือ ไม่รอด
ในโลกการตลาดยุคปัจจุบัน ต้องยึดฐานวิถีชีวิตใหม่ 4 อย่างคือ 1. ต้อง no touch มากที่สุด …การตลาดที่ต้องใช้ personal selling ต้องเปลี่ยน แต่ตอนนี้ touch ไม่ได้ คุณจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร 2. No Move คนเปลี่ยน อยู่บ้านได้ เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากมาย สื่อที่บอกว่าจะตาย อย่างสื่อเทรดดิชั่นนอล ทั้ง ทีวี และวิทยุ และอื่นๆ ตอนนี้กลับสามารถอยู่ได้ ยอดคนดูเพิ่ม เพราะคนอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้สื่อที่ตกอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วง กลายเป็น สื่อ Out of Home
3. No Share วันนี้โคเวิร์คกิ้งสเปซ คนเริ่มไม่อยากมา เหตุเพราะกลัวเรื่องความเสี่ยง รูปแบบธุรกิจแบบ sharing economy ตอนนี้ภาพรวมดร๊อปลง อย่าง แอร์บีแอนด์บี ที่ต้องเอาคนออกมหาศาล เพราะฉะนั้น ต้องมาพิจารณากันใหม่ว่า ธุรกิจที่เป็น sharing economy จะต้องปรับตัวอย่างไร และ 4. No add on ตอนนี้ไม่จำเป็น ไม่ต้องแบรนด์เนมเยอะๆ คุณค่าโน้นนี่ไม่จำเป็น เพราะไม่ได้ไปเจอใคร ไม่ได้อยากออกงาน สินค้าแบรนด์หรู สินค้าพรีเมี่ยม ที่แสดงความเป็นตัวตนของผู้บริโภค ต้องปรับตัวอย่างไร
นอกจากการทำความข้าใจกับฐานวิถีชีวิตใหม่ หรือที่เรียกกันว่า New Normal ซึ่งตอนนี้มันมากกว่า New แล้ว เพราะคนเปลี่ยนตลอด ตอนนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากๆ คือ วิธีการสื่อสารต้องเปลี่ยน






