
เพชรบูรณ์จัด"อุ้มพระดำน้ำ"ปีนี้17ก.ย.
จังหวัดเพชรบูรณ์จัดงานประเพณี"อุ้มพระดำน้ำ"หนึ่งเดียวในโลก ระหว่าง 15-20 กันยายน 2563 โดยวันที่ 17 กันยายน จะมีพิธีอุ้มพระดำน้ำ ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ตั้งแต่เวลา 09.39 น.
งวดเป็นลำดับ"อุ้มพระดำน้ำ" งานประเพณีจากศรัทธาเหนือกาลเวลา ตำนานมหัศจรรย์แห่งแม่น้ำป่าสัก ในการค้นพบ“พระพุทธมหาธรรมราชา” ศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองเพชรบูรณ์ จนก่อเกิดเป็นพิธีกรรมแห่งจิตวิญญาณ แปรผันตามกาลเวลาจนกลายมาเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานหลายชั่วอายุคน
เพจเฟซบุก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนเที่ยวงาน ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 15-20 กันยายน 2563 โดยวันที่ 17 กันยายน 2563 จะมีพิธีอุ้มพระดำน้ำ ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ตั้งแต่เวลา 09.39 น. เป็นต้นไป มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่มีหนึ่งเดียวโลกไปด้วยกัน
ทั้งนี้ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำวันอังคารที่ 1 ก.ย. 2563 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15 - 20 กันยายน 2563 เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ประเพณีในท้องถิ่น
โดยอาหารที่ใช้ประกอบพิธีงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เช่น กระยาสารท ข้าวต้มมัด กล้วยไข่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะขามที่เป็นเอกลักษณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ การจัดแสดงดอกไม้ที่มีสรรพคุณทางยา ถวายพระพุทธมหาธรรมราชา พร้อมรับชมการแสดงรำจากเยาวชน
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมเทศกาลงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเป็นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ อีกด้วย
ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นประเพณีที่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมมือกันจัดขึ้นในวันแรมสิบห้าค่ำเดือนสิบ จากประวัติที่เล่าสืบกันมาว่า เมื่อประมาณ 400 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านออกไปหาปลาในแม่น้ำป่าสักเป็นประจำ อยู่มาวันหนึ่งปรากฎว่าไม่มีใครจับปลาได้เลยสักตัว กระทั่งมาถึงบริเวณวังมะขามแฟบ(ไม้ระกำ) ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น จากปกติบริเวณนี้น้ำจะไหลเชี่ยวมาก จู่ ๆ น้ำก็หยุดไหล และมีพรายน้ำผุดขึ้นมาพร้อมกับพระพุทธรูปองค์หนึ่งผุดขึ้นมาเหนือน้ำและแสดงอาการดำผุดดำว่ายเป็นที่อัศจรรย์
ชาวบ้านจึงอัญเชิญพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวขึ้นจากน้ำ และนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ จนกระทั่งถึงวันสารทไทยหรือ วันแรม 15 ค่ำเดือนสิบ ในปีถัดมา พระพุทธรูปองค์ดังกล่าวก็ได้หายไปจากวัด ชาวบ้านจึงช่วยกันตามหา กระทั่งมาเจอพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวอยู่ที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำป่าสักบริเวณวังมะขามแฟบ แสดงอาการดำผุดดำว่ายอีกครั้ง จึงได้อัญเชิญกลับไปประดิษฐานที่วัดไตรภูมิอีกครั้ง พร้อมตั้งชื่อว่า พระพุทธมหาธรรมราชา) เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์
จากนั้นเป็นต้นมา เจ้าเมืองเพชรบูรณ์สมัยนั้น จะต้องอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ไปประกอบพิธี “อุ้มพระดำน้ำ” เป็นประจำทุกปี ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ณ บริเวณวังมะขามแฟบ สืบทอดมาจนกระทั่งปัจจุบัน แต่ยังมีข้อกำหนดอีกว่า ผู้ที่จะอุ้มพระดำน้ำได้นั้นจะต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์คนเดียวเท่านั้น เพราะมีตำแหน่งเทียบเท่าเจ้าเมืองสมัยโบราณ จะให้ผู้อื่นกระทำแทนมิได้ ทั้งนี้ หลังการประกอบพิธีเชื่อกันว่า องค์พระจะไม่หายไปดำน้ำเอง ฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล บ้านเมืองจะมีแต่ความสงบสุข
สำหรับ “พระพุทธมหาธรรมราชา” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะสมัยลพบุรี หล่อด้วยสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 13 นิ้ว สูง 18 นิ้ว ไม่มีฐาน พุทธลักษณะพระพักตร์กว้าง พระโอษฐ์แบะ พระหนุป้าน พระกรรณยาวย้อยจดถึงพระอังสา พระเศียรทรงชฎาเทริด มีกระบังหน้า ทรงสร้อยพระศอพาหุรัด และรัดประคตเป็นลวดลายงดงาม
พร้อมกันนี้ ล่าสุดการก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดเพชรบูรณ์มีความคืบหน้า โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3กันยายน พุทธศักราช 2563 เวลา 10.00 น. ณ วัดสนธิกรประชาราม ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พระเดชพระคุณพระราชปริยัติบัณฑิต เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์(ธ) พร้อมด้วยพระเดชพระคุณพระศรีพัชโรดม เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (ม) เป็นตัวแทนคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ รับถวายเอกสารหนังสืออนุญาต ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ พช. ๘๖๑ ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ ๓๙-๐-๗๕ ไร่ เพื่อก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดเพชรบูรณ์
ในการนี้นายวิสาล ทาจง ธนารักษ์พื้นที่เพชรบูรณ์ (ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้อนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุ) และเจ้าหน้าที่ นายอัครชัย ได้ผลธัญญา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าหน้าที่ เป็นผู้แทนพุทธศาสนิกชน ถวายเอกสารหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุ สารบัญลำดับที่ 0667-007-063 เล่มที่ 1 หน้า 79






