thansettakij
thansettakij
การคลังประเทศยากจนอ่อนแอลง ผลพวงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกตํ่า

การคลังประเทศยากจนอ่อนแอลง ผลพวงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกตํ่า

18 เม.ย. 59 | 13:00 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 59 | 15:06 น.
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงอย่างหนัก ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการคลังของประเทศยากจนบางประเทศ และอาจทำให้ประเทศเหล่านี้รายได้หดหายไปมากถึง 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้

รายงานจาก จูบิลี เดท แคมเปญ (Jubilee Debt Campaign) ระบุว่า ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ เหล็กกล้า และน้ำมัน ต้องประสบกับรายได้ของรัฐที่หดหายไปหลังจากความผันผวนในตลาดทุนส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันดิบ แร่เหล็ก ทองแดง และวัตถุดิบอื่นๆ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ในขณะเดียวกัน อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลของประเทศยากจนชำระหนี้ได้ลำบากขึ้นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

"รัฐบาลของประเทศยากจนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการปรับลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ประเทศเหล่านี้ส่งออก และการอ่อนค่าของเงินลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์" ทิม โจนส์ นักเศรษฐศาสตร์จากจูบิลี เด็ท แคมเปญ กล่าว และเสริมว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รายได้ของรัฐบาลลดลง และเพิ่มขนาดของหนี้ที่จะต้องชำระในสกุลเงินต่างประเทศ นอกจากนี้ การเก็บภาษียังทำได้น้อยกว่าที่คาดหมาย

การวิเคราะห์สถานะทางการเงินของประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางค่อนต่ำพบว่า การชำระหนี้ภายนอกประเทศในปี 2559 จะอยู่ที่สัดส่วนเฉลี่ย 10.8% ของรายได้ของรัฐบาล เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 6.1% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อ 3 ปีก่อน ทั้งนี้ ทางผู้จัดทำรายงานเรียกร้องให้มีการประสานความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือประเทศยากจนที่ประสบปัญหาหนี้ในระดับสูงให้มากขึ้น

"ในช่วงทศวรรษค.ศ. 1980 ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือวิกฤติหนี้เป็นเวลา 20 ปี และความยากจนที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย จำเป็นต้องมีความพยายามในระดับโลกเพื่อยกเลิกหนี้ที่ติดค้างกับผู้ปล่อยกู้ที่ไม่ระมัดระวัง แก้ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษี และเปลี่ยนกฎการค้าโลกเพื่อให้ประเทศต่างๆ สร้างความหลากหลายในการส่งออกได้นอกเหนือจากสินค้าโภคภัณฑ์พื้นฐาน" โจนส์กล่าว

ผู้จัดทำรายงานนำข้อมูลตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก ประกอบกับรายได้ของรัฐบาล และภาระหนี้ที่ต้องชำระของ 18 ประเทศที่มีข้อมูลมาคำนวณหาค่าเฉลี่ย และนำไปวิเคราะห์เป็นผลลัพธ์ของ 51 ประเทศ พบว่าผลกระทบจากการลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และการอ่อนค่าของเงินทำให้ฐานะทางการคลังของ 51 ประเทศย่ำแย่ลงถึง 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2559 และ 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2560
อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) พบว่า เงินช่วยเหลือที่ถูกส่งไปให้กับประเทศยากจนในปี 2559 คิดเป็นมูลค่า 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ น้อยกว่ารายได้ที่หดหายไปประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โจนส์ยกตัวอย่างของประเทศเซียร์รา ลีโอน ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งการระบาดของไวรัสอีโบลา และราคาแร่เหล็กตกต่ำ โดยรายได้ของรัฐบาลในปีนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับตัวเลขคาดการณ์ 760 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จัดทำไว้เมื่อ 3 ปีก่อน อย่างไรก็ตาม การชำระหนี้ในปี 2559 จะลดลงจากเดิมที่คาดไว้ เนื่องจากการพักหนี้ของไอเอ็มเอฟหลังเกิดการระบาดของอีโบลา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,148 วันที่ 14 - 16 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline