thansettakij
thansettakij
ธปท.สแกนธุรกิจทั่วไทย“กระอัก”โควิด 

ธปท.สแกนธุรกิจทั่วไทย“กระอัก”โควิด 

24 ส.ค. 63 | 09:02 น.

แบงก์ชาติสแกนธุรกิจทั่วไทย พบไตรมาส 2 ทุกพื้นที่ระบุเศรษฐกิจหดตัวมาก จากพิษโควิด-19 แม้หลังคลายล็อกเริ่มขยับ แต่ยังฟื้นได้ไม่เต็มที่ มองแนวโน้มอีก 12 เดือนข้างหน้ายังแย่ลง


ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานสถานการณ์ธุรกิจ ไตรมาส 2 และแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2563 ชี้ภาคธุรกิจทุกพื้นที่ระบุ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 หดตัวมากในทุกธุรกิจ จากผลกระทบการระบาดเชื้อโควิด-19 แม้หลังคลายล็อกเศรษฐกิจเริ่มขยับ แต่ยังฟื้นได้ไม่เต็มที่ จึงมองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในอีก 12 เดือนข้างหน้ายังแย่ลง
    

โดยภาคธุรกิจทุกภาคเห็นร่วมกันว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 หดตัวมากในทุกธุรกิจ จากผลกระทบการระบาดเชื้อโควิด-19 โดยรายได้ภาคบริการ หดตัวมากสุด (-93%) จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ถัดมาคือภาคการค้า (-86%) จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง และการปิดห้างสรรพสินค้าเพื่อควบคุมโควิด-19 ต่อด้วยรายได้ภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ที่ลดลง 60% ตามกำลังซื้อที่ลดลง และภาคก่อสร้างหดตัวตามการชะลอขึ้นโครงการใหม่ ขณะที่ภาคการผลิตหดตัว 57% ตามคำสั่งซื้อที่ลดลงและการขาดแคลนวัตถุดิบ
 

นอกจากนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ (71%) คาดว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มแย่ลงในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยเห็นว่าปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดทางธุรกิจคือ คำสั่งซื้อจากทั้งในและต่างประเทศที่ตกตํ่าลงมากที่สุด (89%) ขณะที่ 69% ระบุ มีข้อจำกัดด้านแรงงาน โดยไม่จ้างงานเพิ่ม บางส่วนปรับลดการจ้างงาน ลดชั่วโมงการทำงานลง ทั้งล่วงเวลาและปกติ และ 35% เป็นเรื่องต้นทุนเพิ่มทั้งจากตัววัตถุดิบและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข
  ธปท.สแกนธุรกิจทั่วไทย“กระอัก”โควิด 

รายงานแนวโน้มธุรกิจฯ ชี้ด้วยว่า การฟื้นตัวของธุรกิจหลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ระยะที่ 4 นั้น ธุรกิจส่วนใหญ่สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ ยกเว้นกลุ่มที่พึ่งพาการท่องเที่ยวสูง แต่รายได้ยังกลับมาไม่มากนัก ด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงและพฤติกรรมที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การฟื้นตัวของธุรกิจ ส่วนการจ้างงานยังไม่ฟื้นตัว แรงงานในหลายธุรกิจยังมีรายได้ที่ลดลง และเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น จากแนวโน้มการจ้างงานที่ลดลง แยกเป็นรายภาคธุรกิจ ดังนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจสถานพยาบาลเอกชน กลับมาสดใสหลังยุค Covid-19

ชงครม. 12 ข้อเสนอเอกชน ฝ่าวิกฤติโควิด​​​​​​​

ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไรให้ “รอด” เมื่อโควิด-19 อยู่ด้วยอีกยาว​​​​​​​
ธปท.สแกนธุรกิจทั่วไทย“กระอัก”โควิด 

  ธปท.สแกนธุรกิจทั่วไทย“กระอัก”โควิด 

1. ภาคบริการ ยังฟื้นตัวได้ไม่มากนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาการท่องเที่ยวสูง
 1.1 โรงแรม (ที่กลับมาเปิดแล้ว) มีอัตราการเข้าพัก 30-50 % และหนาแน่นในช่วงวันหยุด เริ่มเห็นยอดการจองประชุม-จัดเลี้ยง แต่บางแห่งยังปิดกิจการชั่วคราว โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น โรงแรมในภาคใต้ที่กลับมาเปิดน้อยกว่า 10%
 1.2 ส่วนร้านอาหารมีรายได้กลับมา 50-80% ยกเว้นที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวและมีแนวโน้มปิดมากขึ้น
 โดยผลกระทบพนักงานในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร มีการเรียกพนักงานกลับมาเพียงบางส่วน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในประเทศ อย่างไรก็ตาม แรงงานมีรายได้ลดลงเนื่องจากมีการลดจำนวนชั่วโมงทำงาน และสลับกันมาทำงาน รวมถึงจ้างงานแบบชั่วคราวหรือรายวันทดแทนรายเดือนมากขึ้น
 1.3 ขนส่งผู้โดยสาร (รถบัสรถทัวร์) เริ่มกลับมามีรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย แต่ก็เป็นส่วนน้อย และลูกค้าเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเล็กมากขึ้น พนักงานในกิจการนี้ถูกเลิกจ้างบางส่วน และแรงงานมีรายได้ลดลง ตามจำนวนผู้ใช้บริการ
 1.4 ขนส่งสินค้า การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศชะลอตัวจากช่วงต้นของการล็อกดาวน์ ที่มีความต้องการเทียมจากการกักตุนสินค้า ขณะที่การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศยังได้รับผลกระทบต่อเนื่อง พนักงานในกิจการนี้ยังไม่ถูกปลด แต่แรงงานมีรายได้ลดลง ตามจำนวนเที่ยวที่ลดลง
 2. ภาคการค้า สินค้าอุปโภคบริโภคฟื้นตัวได้ดี แต่สินค้าคงทนยังฟื้นตัวช้าจากกำลังซื้อที่ลดลง และผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
 2.1 ซูเปอร์มาร์เก็ต มียอดขายกลับมากว่า 85% เนื่องจากสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันฟื้นตัวได้ดี โดยผู้บริโภคเน้นซื้อสินค้าราคาย่อมเยามากขึ้น
 2.2 ห้างสรรพสินค้า ยอดขายกลับมา 60-70% โดยผู้ประกอบการมีการเร่งออกโปรโมชั่น และพัฒนาการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
 ผลกระทบต่อพนักงานในกลุ่มห้างค้าปลีกขนาดใหญ่นั้น ไม่มีการปลดพนักงาน และให้ทยอยกลับมาทำงานปกติแล้ว รวมถึงจ่ายค่าแรงตามเดิม แต่เริ่มให้สมัครใจลาออกแบบ Early retire ในระยะยาวมีแนวโน้มจะไม่รับพนักงานเพิ่ม
 2.3 ตัวแทนจำหน่ายรถ ยอดขายยังไม่ดีขึ้นตามกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง และการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น โดยลูกค้าหันไปซื้อรถยนต์ขนาดเล็ก หรือรถจักรยานยนต์รุ่นธรรมดา ที่ราคาตํ่ากว่ามากขึ้น
 3. ภาคการผลิต : บางส่วนยังได้รับผลกระทบจากความความต้องการที่ลดลง โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ
 3.1 กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน กลับมาผลิตเพียง 50-60% จากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว
 3.2 กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลับมาผลิต 80% เนื่องจากปัญหา Supply chain disruption และส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าที่ล็อกดาวน์เริ่มผ่อนคลาย ทั้งนี้ เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นของยอดขายในประเทศ หลังเปิดห้างสรรพสินค้า
 3.3 กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็ก ทรอนิกส์ การผลิตยังทรงตัว โดยเติบโตได้ดีในชิ้นส่วนที่ใช้ในอุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ชิ้นส่วนสำหรับยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และโทรศัพท์มือถือยังชะลอตัว ตามความต้องการสินค้าที่ลดลง
 3.4 กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อาหารแปรรูปยังเติบโตได้ ยกเว้นอาหารทะเลแปรรูปเกรดสูงที่คำสั่งซื้อจากญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นต้ว ขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ร้านอาหารจะยังกลับมาเปิดไม่เต็มที่ แต่ก็มีรายได้ปรับเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว
 ในภาคการผลิตที่ย่อตัวลงนี้ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ ลดแรงงาน Sub-contract ลงและชะลอการจ้างงานใหม่ โดยแรงงานมีรายได้ลดลงจากชั่วโมงทำงานและ OT ที่ลดลง รวมถึงภาคธุรกิจมีแนวโน้มที่จะลงทุนใน Automation เพื่อทดแทนแรงงานมากขึ้น
 

ธปท.สแกนธุรกิจทั่วไทย“กระอัก”โควิด 

 4.ภาคอสังหาฯ : ภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการ ลูกค้าชะลอการตัดสินใจ อีกทั้งการขอสินเชื่อทำได้ยากขึ้น
 4.1 อสังหาริมทรัพย์ ยอดขายยังอยู่ในระดับตํ่า ยกเว้นโครงการระดับบน และโครงการที่ให้วางเงินดาวน์สูง ยังพอไปได้ โดยในภาคเหนือที่เน้นลูกค้าคนจีนยอดขายหดตัวต่อเนื่อง แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการทิ้งดาวน์
 4.2 ภาคก่อสร้าง กลุ่มที่รับงานเอกชน รายได้ชะลอตัวจากงานของภาคเอกชนที่ลดลงมาก แต่กลุ่มที่รับงานภาครัฐยังมีรายได้ทรงตัว จากงานประมูลใหม่ที่ทยอยออกมาต่อเนื่อง
 ในอุตสาหกรรมนี้การจ้างงานยังทรงตัว หากพนักงานประจำลาออกจะไม่รับเพิ่ม และเน้นการจ้างงานเป็นรายโครงการแบบ Sub-contrac
 ธปท.รายงานแนวโน้มธุรกิจรายไตรมาส จากที่เจ้าหน้าที่ ธปท.สำนักงานใหญ่ และจากสำนักงานภาค 3 ภาค คือ เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ ลงพบปะพูดคุยผู้ประกอบการในทุกสาขาทุกระดับ รวมถึงสมาคม องค์กร และหน่วยงานของรัฐกว่า 800 แห่ง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โดย ธปท. จะประมวลข้อมูลที่ได้รับจากผู้ประกอบการ ร่วมกับข้อมูลเชิงปริมาณจากเครื่องชี้อื่นๆ เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และนโย บายด้านอื่นๆของธปท.ต่อไป

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 17 ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,603 วันที่ 23-26 ส.ค.2563 

ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย