
“คำนูณ” จี้ “บิ๊กตู่” ตั้ง “คณะกรรมการอิสระระดับชาติ”คดี “บอส กระทิงแดง”
“คำนูณ” จี้ “นายกรัฐมนตรี” ตั้ง “คณะกรรมการอิสระระดับชาติ”ดูคดี “บอส กระทิงแดง” พร้อมเร่งนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่
รายงานข่าวระบุว่า นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว (คำนูณ สิทธิสมาน) กรณีคดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ภายใต้หัวข้อ “ตอบโจทย์ให้รอบคอบและรอบด้าน!” โดยมีเนื้อหาว่า มีคำถามมาถึงผมว่าคณะกรรมการ 2 ชุด คือ ชุดอัยการ (7 คน) และชุดตำรวจ (10 คน) ที่ตั้งขึ้นมาช่วงวันหยุดยาวนี้ จะช่วยบรรเทาความอับอาย อึดอัด คับข้อง และคุกรุ่น ของสังคมไทย ได้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด และถ้าไม่ได้ ใครควรต้องทำอย่างไร ?
ขอตอบแบบคิดเร็วๆ ว่า “ได้บ้าง”! อย่างน้อยก็แสดงว่าผู้นำประเทศได้ยินเสียงประชาชน รับรู้อารมณ์ความรู้สึกประชาชน มีปฏิกิริยาตอบสนองประชาชนได้ไม่ช้าเกินไป
แต่เมื่อเทียบกับอาการของโรคแล้ว... ก็เปรียบเสมือนคนไข้หนักจากหลายโรครุมเร้า ถูกหามเข้าไอซียู อนาคตยังไม่รู้หมู่หรือจ่า เป็นตายเท่ากัน ได้รับการรักษาแค่ให้กินพาราฯกับทายาแดง จะหวังให้หายคงไม่ได้ แค่รักษาชีวิตต่ออายุยังไม่รู้จะได้ไหม ต้องรักษามากกว่านี้ ถ้าต้องผ่าตัดก็ต้องผ่าตัด เนื้อไหนร้ายต้องตัดทิ้ง แม้อวัยวะถ้าจำเป็นต้องสละเพื่อรักษาชีวิตก็ต้องตัดสินใจทำ
สังคมไทยเบื่อหน่ายกับระบบคณะกรรมการเต็มทน โดยเฉพาะกรรมการจากหน่วยเดียวกันสอบกันเอง
คิดเร็วๆ นะครับว่าถ้าจะยังใช้ระบบคณะกรรมการก็ต้องถึงขั้นนี้ครับ “คณะกรรมการอิสระระดับชาติ”
“คณะกรรมการอิสระระดับชาติที่ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒินอกองค์กรอัยการ และองค์กรตำรวจอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง”
“คณะกรรมการอิสระที่ประธานกรรมการต้องไม่ใช่อัยการหรือตำรวจ”
“คณะกรรมการอิสระระดับชาติที่ตั้งโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี”
“คณะกรรมการอิสระระดับชาติที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญา มีอำนาจเรียกเอกสาร เรียกสำนวนการสอบสวน และบุคคลทุกฝ่ายเข้ามาชี้แจง”
“คณะกรรมการอิสระระดับชาติที่มีอำนาจตรวจสอบทั้งคดีที่เป็นปัญหา และเสนอแนะภาพรวมของการแก้ไขปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญาขั้นก่อนถึงศาล ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยมีระยะเวลาการทำงานเพื่อเสนอรายงานเบื้องต้นภายใน 15 วัน”
ย้ำอีกครั้งว่า ต้องเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี ระบุหน้าที่ อำนาจ และกรอบระยะเวลาการทำงานให้ชัดเจน จึงจะตอบโจทย์ได้รอบด้าน และควบคู่ไปกับระบบคณะกรรมการดังกล่าว นายกรัฐมนตรีจะต้องเร่งนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการชุดท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ (ชุดที่ 2) เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมของรัฐสภาในฐานะร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยไม่แก้ไขหลักการสำคัญให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯของรัฐสภาดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ต่อไป
จึงจะเป็นการตอบโจทย์ได้รอบคอบและรอบด้านยิ่งขึ้น จึงจะเป็นการบรรเทาอาการอับอาย อึดอัด คับข้อง และคุกรุ่น ของสังคมไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ






