thansettakij
thansettakij
ประชาชนไร้ความใส่ใจ นวัตกรรมลดเสี่ยงโควิด -19 รอบ 2 “Skan & Go” และ "หมอชนะ"

ประชาชนไร้ความใส่ใจ นวัตกรรมลดเสี่ยงโควิด -19 รอบ 2 “Skan & Go” และ "หมอชนะ"

28 ก.ค. 63 | 03:30 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ค. 63 | 11:03 น.

กทปส. โชว์นวัตกรรมผลสำเร็จงบฯ วิจัย “Skan & Go” เช็ค “รู้พื้นที่เสี่ยง-รู้จุดเช็คอินสุดปลอดภัย” เตรียมหนุนการใช้งานฟรีทุกพื้นที่ทั่วไทย ขณะที่ภาคเอกชน อีเอ ส่งมอบ แอพฯ "หมอชนะ" ให้ภาครัฐ แต่การใช้งานจริง ยังเงียบกริบ

นายนิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการกองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กทปส. มุ่งสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนางานวิจัยเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นเป็นรอบที่ 2 การมีเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามอย่างรัดกุม ทั้งในกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อ ผู้ป่วยติดเชื้อ และติดตามอาการผู้ป่วยติดเชื้อซ้ำ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการรักษาทางการแพทย์ และป้องกันการกระจายของโรคเป็นวงกว้าง ตลอดจนคลี่คลายสถานการณ์ให้อยู่ในภาวะปกติโดยเร็ว

หนึ่งในงานวิจัย และนวัตกรรมที่ กทปส. ได้ให้การสนับสนุน ภายใต้งบประมาณ ให้สถานพยาบาลของรัฐต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 (รอบที่ 2) รวมมูลค่า 6.2 ล้านบาท จนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม คือ “Skan & Go” จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โปรแกรมที่ช่วยเก็บเรคคอร์ดทุกจุดเช็คอิน เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) และไปต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการติดตามประวัติการเดินทางของผู้ป่วยย้อนหลัง 

นอกจากนี้ ยังพร้อมสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป นำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ศักยภาพและความเชี่ยวชาญของแพทย์ไทย รวมถึงสถานพยาบาลไทย นับเป็นมาตรฐานการรักษาที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศอย่างไร้ข้อกังขา แต่ทว่า การติดตามและควบคุมโรคไม่ให้ขยายเป็นวงกว้าง ยังเป็นข้อจำกัดด้วยปัจจัยของการเกิดโรคอุบัติใหม่ ทีมวิจัยคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงทำการศึกษากรณีต่างประเทศที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว อย่าง “จีนและเกาหลีใต้” ซึ่งพบว่า เป็นการหยิบยกเทคโนโลยี Tracking and Tracing มาประยุกต์ใช้ในการบันทึกประวัติการเดินทางของประชากร ในสมาร์ทโฟน เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบถึงประวัติการเดินทางย้อนหลังของผู้ติดเชื้อ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำขึ้นว่า เดินทางไปที่ใดบ้าง อีกทั้งเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประชาชนไร้ความใส่ใจ นวัตกรรมลดเสี่ยงโควิด -19 รอบ 2 “Skan & Go” และ "หมอชนะ"

โปรแกรม “Skan & Go” เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้การเรคคอร์ดทุกจุดเช็คอิน ด้วยการ “สแกนและไปต่อ” โดยโปรแกรมจะมีฟังก์ชันในการแสดงผลความเสี่ยงของพื้นที่นั้น ๆ ใน 3 เฉดสี คือ “สีแดง” พื้นที่ติดเชื้อ “สีส้ม” พื้นที่เสี่ยงติดเชื้อและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และ “สีเขียว” พื้นที่ปลอดภัย อีกทั้งยังมาพร้อมความสามารถในการเช็คเอาท์อัตโนมัติ เมื่อเช็คอินโลเคชันใหม่ 

ประชาชนไร้ความใส่ใจ นวัตกรรมลดเสี่ยงโควิด -19 รอบ 2 “Skan & Go” และ "หมอชนะ"

ทั้งนี้ ประวัติการเดินทางทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับในฐานข้อมูลกลาง แต่ในกรณีที่ผู้ใช้งานได้เช็คอินในที่เดียวกับผู้ป่วยโควิด จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อทำการตรวจหาเชื้อโควิดโดยละเอียด นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถดาวน์โหลดประวัติการเดินทางในรอบ 14 วันให้กับทีมแพทย์ได้ทันที เพื่อลดขั้นตอนการซักประวัติการเดินทาง รวมทั้งป้องกันการตกหล่นในการให้ข้อมูลของผู้ป่วย  

โปรแกรม Skan & Go” มุ่งประโยชน์แก่ผู้ใช้งานใน 4 กลุ่ม ได้แก่ ประชาชนผู้ใช้งาน ที่จะได้ทราบถึงระดับความเสี่ยงของพื้นที่ปลายทางว่าอยู่ระดับใด ผู้ประกอบการเจ้าของสถานที่ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในการปิดหรือเปิดสถานประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ สามารถใช้ตรวจสอบประชาชนที่เข้ามาใช้บริการต่อผู้ป่วย ในช่วงเวลานั้น ๆ ว่าเป็นใครบ้าง พร้อมทำการส่งข้อความ SMS แจ้งเตือน เพื่อกลับเข้ามาตรวจหาความเสี่ยงติดเชื้อ และ เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค ที่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง เพื่อวางมาตรการในการทำความสะอาดพื้นที่ รวมถึงการนำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยโรค โดยโปรแกรมนี้มีได้นำร่องใช้จริง ณ โรงพยาบาลศิริราช เรียบร้อยแล้ว โดยมีการติดตั้งจุดสแกน QR Code รวมกว่า 700 จุด ที่มีอัตราการรวมตัวของคนจำนวนมาก โดยรอบโรงพยาบาล อาทิ ห้องบัตร ห้องตรวจ ห้องจ่ายยา

ประชาชนไร้ความใส่ใจ นวัตกรรมลดเสี่ยงโควิด -19 รอบ 2 “Skan & Go” และ "หมอชนะ"

ปัจจุบันมีหน่วยงานหลายภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชน ได้นำโปรแกรม “Skan & Go” ไปใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ มากกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศไทย โดยหากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานประกอบการ รวมถึงประชาชนท่านใดที่สนใจ สามารถแจ้งความประสงค์มาได้ที่ คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โทรศัพท์ 02 419 7000 (ในวันและเวลาราชการ) เพื่อดำเนินการจัดหาเจ้าหน้าที่ ในการอบรมพร้อมให้คำแนะนำการใช้งานโดยละเอียดเป็นลำดับต่อไป ทั้งนี้ ทีมวิจัยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอขอบคุณ กสทช. กทปส. ที่ได้ให้การพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ ในการพัฒนาโปรแกรม “Skan & Go” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำไปปรับใช้ในบริบทต่าง ๆ ได้อย่างรัดกุมและตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานของผู้คนอย่างแท้จริง
 

ส่วนแอพพลิเคชั่น "หมอชนะ" เป็น Project ที่ทำโดยภาคประชาชนรวมพลังร่วมกันกับภาครัฐและเอกชน กระทรวงดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาแอพโดยกลุ่มผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระหลายองค์กร 

ประชาชนไร้ความใส่ใจ นวัตกรรมลดเสี่ยงโควิด -19 รอบ 2 “Skan & Go” และ "หมอชนะ"

"หมอชนะ" คือระบบเก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและประเมินระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อของประชาชน ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ เสริมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ให้มีประสิทธิภาพและวัดผลได้ โดยคนไทยทุกคนสามารถลดการระบาดได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” และเช็กอินด้วยแอปนี้เมื่อเข้าสู่อาคารสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ แอพ “หมอชนะ” ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย และมุ่งประสิทธิผลในการคัดกรองความเสี่ยง โดยไม่ให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น การลงทะเบียนใช้แอพจึงเป็นแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous) ยิ่งกว่านั้น คณะรวมอาสาสมัครยังได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จัดตั้งกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบกระบวนการจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยเมื่อผ่านวิกฤตการณ์โควิด-19 แล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกทำลายทิ้งทันที อีกทั้งการโค้ดแอปยังมีลักษณะเป็น ‘โอเพ่นซอร์ส (Open Source)’ เพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และง่ายต่อการส่งต่อไปยังระบบอื่น ๆ เพื่อขยายผลต่อไปอีกด้วย

หัวใจการทำงานของแอพ อยู่ที่การรายงานผลเป็นค่าสีต่าง ๆ ตามระดับความเสี่ยง แบ่งเป็น "สีเขียว" สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งเป็นคนที่ไม่มีอาการ ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา "สีเหลือง" สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งอาจจะมีอาการไข้หวัด แต่ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา
 
"สีส้ม" สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยง เพราะเป็นคนที่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา แต่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการไม่เด่นชัด คนในกลุ่มนี้ต้องกักตัวอยู่กับบ้านจนครบ 14 วัน พร้อมทั้งเฝ้าระวัง ถ้ามีอาการควรรีบไปโรงพยาบาลทันที และ "สีแดง" สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะทั้งมีอาการ และมีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา จะต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
 
นอกจากนี้ ในอนาคต เมื่อมีฐานข้อมูลเพียงพอ ค่าสียังมีการเปลี่ยนแปลงอัพเดตแบบเรียลไทม์ตามข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้ทุกครั้งที่มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่และระบบพบว่าผู้ใช้งานมีประวัติการเดินทางเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้นในช่วงที่ผ่านมา แอปจะเตือนผู้ใช้งานให้รับรู้ถึงความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปด้วยค่าสีใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่ความระมัดระวังและการปรับพฤติกรรมของผู้ใช้ได้อย่างดีขึ้น

สำหรับ แอพ "หมอชนะ" สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ได้เชิญชวนให้ประชาชนโหลดมาใช้ แต่ยังไม่แพร่หลาย และไม่มีการกระตุ้นการใช้งานอย่างจริงจัง แม้ภาครัฐและประชาชนทั่วไป จะหวั่นการแพร่ระบาดของโควิด -19 รอบ 2 อยู่ตอลดเวลาก็ตาม