
มาตรฐานภูเก็ต"อาหารริมบาทวิถี"ยุค4.0หลังโควิด
ภูเก็ตเปิดมหกรรม"อาหารริมบาทวิถี" เป็นต้นแบบ Street Food การทยอยเปิดถนนคนเดินและตลาดชุมชนอื่น ๆ ทั่วเมือง อาทิ ตลาดกอจ้าน หลาดใหญ่ สะพานหิน ย่านเมืองเก่า ที่ต้องยกระดับสู่ยุค 4.0 หลังโควิด"ปลอดโรค ปลอดภัย"
เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 28 มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา ที่บริเวณลานสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร). สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และเทศบาลนครภูเก็ต ได้มีการจัดงาน “อาหารริมบาทวิถียุค 4.0 ปลอดภัย ปลอดโรค” โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบสัญลักษณ์ ไอโอดีนแก่ร้าน หรือแผงขายอาหารที่ผ่านการรับรองการใช้เกลือไอโอดีนในส่วนผสมของอาหาร จำนวน 21 ร้าน
โดยมีนายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ ปลัดจังหวัดภูเก็ต น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นางนภสร ค้าขาย ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมงานจำนวนมาก
ด้วยจังหวัดภูเก็ต มีเป้าหมายในการพัฒนาถนนคนเดิม เพื่อยกระดับ Street Food ตั้งแต่ปี 2561และเป็นต้นแบบในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และได้หยุดดำเนินการไปในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และจะมีการเปิดถนนคนเดินอีกครั้ง ในวันที่ 5 ก.ค.63 ที่จะถึงนี้
การจัดงานอาหารริมบาทวิถียุค 4.0 ปลอดภัย ปลอดโรค จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการจัดงานถนนคนเดิน หรืองานออกบูทจำหน่ายอาหารต่าง ๆ ที่มีกันอยู่มากมายและจัดกันต่อเนื่องในภูเก็ต ให้มีมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย โดยงานนี้เน้นพัฒนามิติด้านสุขภาพ คือ ด้านสุขาภิบาลอาหาร ซึ่งเน้นด้านกายภาพประกอบด้วย สถานที่ อาหาร ภาชนะอุปกรณ์ ผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหาร ต้องผ่านมาตรฐาน และด้านโภชนาการ ต้องมีเมนูอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีการใช้เกลือหรือผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนตามมาตรฐาน
ประกอบกับช่วงนี้ เป็นช่วงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 จึงเน้นการจัดกิจกรรมแบบ New Normal ซึ่งจะเป็นไปตามมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น การลงทะเบียนเข้าออก จำกัดความหนาแน่น การคัดกรองความเสี่ยง สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเสมอ ต้องเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ การใช้ออนไลน์ในการซื้อ-ขาย เป็นต้น และพัฒนาต่อเนื่องให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Street Food Good Health ระดับประเทศต่อไป ซึ่งจะส่งผลส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน
พื้นที่ย่านเมืองเก่า หรือในเขตเมืองภูเก็ต ทางเทศบาลนครภูเก็ตปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง เพื่อส่งเสริมการค้าด้านอาหารและการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดกอจ๊าน หลาดใหญ่ ถนนคนเดินย่านเมืองเก่า สะพานหิน ทะเลในเมือง ตลอดจนสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี
ซึ่งในแต่ละพื้นที่มีอัตลักษณ์ ความเป็นภูเก็ต และชุมชนเมืองของภูเก็ตมาแต่ดั้งเดิม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาเดิน ชม กินอาหาร แล้วมักจะถ่ายภาพในแต่ละมุมไว้เป็นที่ระลึก และนำเสนอไปทางโซเชียลมีเดียมากมาย เท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองท่องเที่ยวภูเก็ต แหล่งวัฒนธรรม และอาหารพื้นเมืองภูเก็ต และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภูเก็ตไปโดยปริยาย






