
กองทุนทองคำให้กำไร39% Q1พลิกบวกยกแผง/เม.ย.แรงเก็งกำไร–เฟดกดดัน
ไตรมาสแรกกองทุนทองคำ ผลตอบแทนพลิกบวก ผลจากนักลงทุนกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอ แห่โยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ฯ ให้ผลตอบแทนสูงสุด 39.39% "จิตติ" ชี้ยากเห็นราคาทองทะลุ 22,000 บาท ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือนเมษายน วูบครั้งแรกในรอบ 4 เดือน สะท้อนมุมมองเชิงลบ เชื่อแรงขายเก็งกำไร ทิศทางดอกเบี้ยเฟดกดดัน ผู้ค้าทองคำยังมองราคาสูงสุดที่ 21,500 บาท
ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่ง สตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าไตรมาสแรกของปี 2559 กองทุนทองคำ เป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุดที่เฉลี่ย 13.58 % เป็นไปตามราคาทองคำในตลาดโลก ที่ได้ประโยชน์จากเงินลงทุนไหลเข้ามาพักเงินในสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
สำหรับตัวอย่างกองทุนทองคำที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น เช่น กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 39.39% ตามมาด้วย กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ แอนด์ ไมน์นิ่ง อิควิตี้ ให้ผลตอบแทน 35.48% ,กองทุนเปิด เคแทม เวิลด์ เมทัล แอนด์ ไมน์นิ่ง ฟันด์ ให้ผลตอบแทน 19.75% และ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสโกลด์ ให้ผลตอบแทน 15.13%
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ คาดการณ์ราคาทองคำในปีนี้ว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 19,500 -20,000 บาทต่อบาททองคำ และคาดว่าจะยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า 22,000 บาทต่อบาททองคำ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวทำให้ไม่มีกำลังซื้อเข้ามาหนุน แต่หากค่าเงินบาทอ่อนค่ากว่า 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อาจทำให้ราคาสูงกว่าที่คาดไว้ได้ แต่กลยุทธ์การลงทุนให้เน้นทำกำไรระยะสั้นเป็นหลัก
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนเมษายน 2559 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนเมษายน 2559 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 17.93 จุด หรือลดลงกว่า 27.03% ลงมาที่ระดับ 48.40 จุด ต่ำกว่าระดับ 50 จุดเป็นครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งสะท้อนทัศนคติต่อราคาทองคำเชิงลบ โดยมีความเห็นสวนทางกันระหว่างกลุ่มนักลงทุนที่มีมุมมองเชิงลบ
ขณะที่กลุ่มผู้ค้าทองคำยังมีมุมมองเชิงบวก โดยกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าปัจจัยกดดันสำคัญอยู่ที่แรงขายเก็งกำไรหลังราคาปรับตัวขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้า บวกกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา(เฟด) ที่ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นในปีนี้ ด้านการตอบแบบสอบถามเรื่องความต้องการซื้อทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าพบว่าสัดส่วนผู้ที่คิดจะซื้อทองคำในช่วงเดือนเมษายน 2559 มีเพียง 32.32% ขณะที่สัดส่วนผู้ที่ไม่คิดจะซื้อทองคำในเดือนนี้อยู่ที่ 36.36% ของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในระยะสามเดือนข้างหน้าปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน โดยลดลง 1.66 จุดมาอยู่ที่ระดับ 52.36 จุด ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงบวก
บทสรุปความคิดเห็นผู้ค้าทองคำ (Gold Trader Consensus) จากผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ ผู้ค้าส่งทองคำ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 8 ตัวอย่าง พบว่าผู้ค้าส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาทองคำในประเทศเดือนเมษายน 2559 จะปรับตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยมีผู้ค้าเพียง 1 รายมองทองคำเฉลี่ยทองคำในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน และมีถึง 5 รายมองราคาทองเฉลี่ยจะใกล้เคียงกับเดือนมีนาคม และมี 2 รายที่เชื่อว่าราคาทองคำเฉลี่ยจะปรับตัวลดลงในเดือนเมษายน
โดยผู้ค้ามองว่าราคาทองคำในตลาดโลกน่าจะมีกรอบราคาสูงสุดอยู่ระหว่าง 1,260-1,280 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวของราคาต่ำสุดอยู่ที่ 1,180-1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ สำหรับราคาทองคำแท่งในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 96.5%) กลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักราคาสูงสุดที่ 21,000-21,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ และกรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดอยู่ที่ 19,500-20,000 บาทต่อ 1 บาททองคำ
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด คาดว่าในระยะสั้นราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway หรือแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยหากไม่สามารถทะลุแนว 1,244 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ไปได้ อาจย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ 1,226 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยหากราคาไม่หลุดแนวรับดังกล่าว จะเห็นแรงซื้อทางเทคนิคออกมาประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส หรือสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า วายแอลจี แนะนำให้นักลงทุนสามารถปิดสถานะทำกำไรในบริเวณแนวต้าน 1,244-1,252 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำได้ปรับลงหลุดแนวรับบริเวณ 1,214 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ นักลงทุนควรปรับลดการถือสถานะเพื่อลดความเสี่ยง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,147 วันที่ 10 - 13 เมษายน พ.ศ. 2559
ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่ง สตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าไตรมาสแรกของปี 2559 กองทุนทองคำ เป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุดที่เฉลี่ย 13.58 % เป็นไปตามราคาทองคำในตลาดโลก ที่ได้ประโยชน์จากเงินลงทุนไหลเข้ามาพักเงินในสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
สำหรับตัวอย่างกองทุนทองคำที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น เช่น กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 39.39% ตามมาด้วย กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ แอนด์ ไมน์นิ่ง อิควิตี้ ให้ผลตอบแทน 35.48% ,กองทุนเปิด เคแทม เวิลด์ เมทัล แอนด์ ไมน์นิ่ง ฟันด์ ให้ผลตอบแทน 19.75% และ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสโกลด์ ให้ผลตอบแทน 15.13%
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ คาดการณ์ราคาทองคำในปีนี้ว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 19,500 -20,000 บาทต่อบาททองคำ และคาดว่าจะยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า 22,000 บาทต่อบาททองคำ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวทำให้ไม่มีกำลังซื้อเข้ามาหนุน แต่หากค่าเงินบาทอ่อนค่ากว่า 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อาจทำให้ราคาสูงกว่าที่คาดไว้ได้ แต่กลยุทธ์การลงทุนให้เน้นทำกำไรระยะสั้นเป็นหลัก
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนเมษายน 2559 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนเมษายน 2559 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 17.93 จุด หรือลดลงกว่า 27.03% ลงมาที่ระดับ 48.40 จุด ต่ำกว่าระดับ 50 จุดเป็นครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งสะท้อนทัศนคติต่อราคาทองคำเชิงลบ โดยมีความเห็นสวนทางกันระหว่างกลุ่มนักลงทุนที่มีมุมมองเชิงลบ
ขณะที่กลุ่มผู้ค้าทองคำยังมีมุมมองเชิงบวก โดยกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าปัจจัยกดดันสำคัญอยู่ที่แรงขายเก็งกำไรหลังราคาปรับตัวขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้า บวกกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา(เฟด) ที่ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นในปีนี้ ด้านการตอบแบบสอบถามเรื่องความต้องการซื้อทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าพบว่าสัดส่วนผู้ที่คิดจะซื้อทองคำในช่วงเดือนเมษายน 2559 มีเพียง 32.32% ขณะที่สัดส่วนผู้ที่ไม่คิดจะซื้อทองคำในเดือนนี้อยู่ที่ 36.36% ของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในระยะสามเดือนข้างหน้าปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน โดยลดลง 1.66 จุดมาอยู่ที่ระดับ 52.36 จุด ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงบวก
บทสรุปความคิดเห็นผู้ค้าทองคำ (Gold Trader Consensus) จากผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ ผู้ค้าส่งทองคำ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 8 ตัวอย่าง พบว่าผู้ค้าส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาทองคำในประเทศเดือนเมษายน 2559 จะปรับตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยมีผู้ค้าเพียง 1 รายมองทองคำเฉลี่ยทองคำในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน และมีถึง 5 รายมองราคาทองเฉลี่ยจะใกล้เคียงกับเดือนมีนาคม และมี 2 รายที่เชื่อว่าราคาทองคำเฉลี่ยจะปรับตัวลดลงในเดือนเมษายน
โดยผู้ค้ามองว่าราคาทองคำในตลาดโลกน่าจะมีกรอบราคาสูงสุดอยู่ระหว่าง 1,260-1,280 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวของราคาต่ำสุดอยู่ที่ 1,180-1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ สำหรับราคาทองคำแท่งในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 96.5%) กลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักราคาสูงสุดที่ 21,000-21,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ และกรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดอยู่ที่ 19,500-20,000 บาทต่อ 1 บาททองคำ
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด คาดว่าในระยะสั้นราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway หรือแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยหากไม่สามารถทะลุแนว 1,244 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ไปได้ อาจย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับ 1,226 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยหากราคาไม่หลุดแนวรับดังกล่าว จะเห็นแรงซื้อทางเทคนิคออกมาประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส หรือสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า วายแอลจี แนะนำให้นักลงทุนสามารถปิดสถานะทำกำไรในบริเวณแนวต้าน 1,244-1,252 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำได้ปรับลงหลุดแนวรับบริเวณ 1,214 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ นักลงทุนควรปรับลดการถือสถานะเพื่อลดความเสี่ยง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,147 วันที่ 10 - 13 เมษายน พ.ศ. 2559






